6 ปีที่แล้ว
ครอบครัวไลก้อนหลังจากที่ได้หลบหนีมา ก็ได้มาเปิดร้านตีเหล็กในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ร้านเหล็กเย็น” โจเอลผู้เป็พ่อมีความสามารถเชี่ยวชาญในการตีเหล็กกำลังหมกมุ่นกับงานที่เขาทำ
ส่วนมีอาร์ผู้เป็แม่ก็ต้องคอยดูแลลูก้า และ เลย์ล่าที่มีอายุเพียงแค่ 4 ขวบ และมอร์คีนผู้เป็ปู่ทำหน้าที่ในการหาอาหารมาให้ครอบครัวโดยการล่าสัตว์ใน “ป่าแห่งหมอก”
ดังนั้นดู๊คในวัยเพียง 6 ขวบที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรจึงคิดที่จะเข้าไปในเมืองเพื่อหางานทำโดยเดินทางเข้าไปยังเมืองเล็กๆ ที่อยูไม่ไกลจากบ้าน
เมืองเล็กๆ ที่ถูกเรียกว่า “เวแก้น” สาเหตุที่เมืองนี้ถูกเรียกว่าเวแก้นเป็เพราะผลิตผลส่วนใหญ่ที่ถูกส่งออกของเมืองนี้กว่า 80% เป็พืชผักที่ชาวบ้านเพาะปลูก เมืองนี้ถูกปกครองด้วยเ้าเมืองจอมี้เีที่ละเลยการทำงาน และมอบหน้าที่ให้กลุ่มอันธพาลที่ชื่อ “แก๊งมอเฟียส” คอยจัดกาาเก็บภาษีและดูแลความเรียบร้อย ในเมืองมีร้านต่างๆ มากมายราวกับเป็ศูนย์กลางการค้าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ดู๊คมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองเป็ครั้งแรก เด็กน้อยไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในร้านขนมปัง เพราะกลิ่นขนมปังในร้านช่างยั่วยวนเขานัก
ดู๊คเดินเข้าประตูร้านขนมปังที่มีกลิ่นหอมตลบอบอวล “กริ๊ง” เสียงกระดิ่งของประตูดัง
“สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมครับ” ดู๊คน้อยเอ่ยปากถาม
“ว่าไงละเ้าหนู มีอะไรให้ข้าช่วยไหม” ชายหน้าโหดอ้วนท้วมสวมชุดที่คล้ายพ่อครัวตอบ
“ข้ามาหางานทำน่ะ มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้ไหม” ดู๊คเอ่ย
“ไอ้เปี๊ยก เ้าคิดว่าที่นี่คือสนามเด็กเล่นหรือไง ข้าไม่ต้อนรับพวกขอทานหรอกนะ” ชายอ้วนเ้าของร้านตอบ พร้ะหวาดใส่ดู๊ก “ออกไปจากร้านของข้า! ไอ้เด็กเหลือขอที่ไม่มีปัญญาที่จะซื้อขนมปัง”
ดู๊ครู้สึกผิดหวังและเดินออกจากร้าน “เห้อ ทำไมหางานทำนี่มันยากจังเลยน้า แล้วข้าจะไปไหนต่อดี” ดู๊คบ่นกับตัวเอง “งั้นข้าลองไปหาร้านอื่นดูอีกก็แล้วกัน”
ดู๊คเดินผ่านร้านขนมปังมาสักพัก ก็ได้สะดุดตาเข้ากับร้านขายเนื้อ ชายร่างผอมเพรียวที่เขาเจอ กำลังแล่เนื้อด้วยมีดคู่อย่างคล่องแคล่ว ราวกับเขากำลังเต้นระบำ เนื้อจากกวางตัวใหญ่กำลังถูกตัดออกอย่างง่ายดายโดยที่ชายผอมไม่ต้องออกแรง
ดู๊คเดินเข้าไปในร้านด้วยความสงสัย “ท่านทำได้อย่างไรน่ะ” เ้าหนูดู๊คเอ่ยปากถามชายผอม “นี่เรียกว่าศิลปะยังไงละเ้าหนู” ชายร่างผอมตอบเขามาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย
ชายผอมปักมีดลงบนเขียงที่อยู่ด้ายหน้าดู๊ค “ปั้ง!” “มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือเ้าหนู เ้าอยากได้เนื้อแบบไหนดีล่ะ” ชายผอมถาม
“ข้า..ข้ามาหางานทำน่ะ มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยท่านได้บ้างไหม” ดู๊คตอบ
“งั้นหรอ เ้าดูตัวผอมมาก เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยมี เ้าจะช่วยอะไรข้าได้งั้นหรอ” ชายขายเนื้อตอบ
ด้วยความที่ดู๊คไม่คิดว่าการแล่เนื้อต้องใช้แรงเยอะ เพราะเห็นร่างกายอันผอมของชายขายเนื้อ จึงตอบไปว่า “แค่แล่เนื้อสำหรับข้าเป็เื่ง่ายๆ สบายๆ มาก” ดู๊คตอบไปแบบมั่นใจ
“ฮ่าๆๆ งั้นหรอเ้าหนู งั้นเ้าลองแล่เนื้อที่อยู่ตรงหน้าเ้าดูสิ” “ข้าให้เวลาเ้า 1 นาที หากเ้าแล่เนื้อที่อยู่ตรงหน้าได้ข้าจะรับเ้าทำงานในร้านของข้า” ชายขายเนื้อตอบกลับ
“งั้นหรอ ท่านพูดแล้วห้ามคืนคำนะ” ดู๊คตอบไปอย่างมั่นใจ พร้อมหยิบมีดแล่เนื้อที่ปักอยู่ แล่ลงไป “กรืด กรืด” เสียงของเนื้อกำลังถูกแล่โดยดู๊ค “นี่ เป็ไงละ ข้าทำได้ ไม่ถึง 30วินาทีด้วยซ้ำ” ดู๊คโชว์เนื้อที่เขาแล่ให้ชายขายเนื้อดู
“ไม่ผ่าน นี่ไม่ใช่การแล่เนื้อซะหน่อยเ้าหนู” ชายขายเนื้อตอบ
“ท่านพูดอะไร ก็ท่านบอกให้ข้าแล่เนื้อนิ ดูสิเนื้อถูกแล่ออกมาแล้ว” ดู๊คโชว์เนื้อให้ดู
“เนื้อที่เ้าทำออกมา มันห่วยแตกสิ้นดี” “การแล่เนื้อจริงๆ ต้องทำแบบนี้ต่างหาก ฉับ!” เสียงของชายขายเนื้อ วางมีดลงบนเนื้อด้วยความเร็ว มันแตกต่างจากเนื้อที่ดู๊คแล่มาก
“เห็นไหมละ เ้าหนู เ้ายังอ่อนหัด ฮ่าๆ” ชายขายเนื้อเย้ยดู๊ค “แต่ข้าชอบในความพยายามของเ้า ข้าจะให้เ้าไปส่งเนื้อให้ข้าละกันแล้วข้าจะให้ค่าตอบแทนเ้า”
ดู๊คยิ้มกว้างพร้อมเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านมาก ข้าจะไปส่งเนื้อให้ท่านด้วยความเร็วจี๋ไปรษณีย์จ๋าเลย”
“ดีไอ้หนู” เ้าของร้านขายเนื้อตอบพร้อม แล่เนื้อด้วยความเร็ว จัดให้ห่อถุงสีน้ำตาลด้วยความชำนาญและวางลงบนโต๊ะ “เอาหละเ้าหนู เ้าบอกจะส่งด้วยความเร็วใช่ไหม งั้นทำให้เสร็จก่อนเย็นก็แล้วกัน”
ดู๊คใกับถุงเนื้อที่กองพะเนินที่อยู่ด้านหน้าของเขา พร้อมอุทานว่า “ชิบหายแล้ว” ดู๊ครีบจัดการแบกเนื้อไปส่งยังที่อยู่ต่างๆ ด้วยความเหนื่อยล้า
ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมามองดูเด็กคนนี้ด้วยความสงสัย ดู๊ดเดินไปตามทางชนบท
ผ่านไป 3 ชั่วโมง “เอาหละนี่ถุงสุดท้ายแล้ว” เ้าหนูดู๊คพูด พร้อมถอนหายใจ
เสียงดังฟืบๆ ดังมาจากด้านหลังของดู๊ค “ไอ้หนู แกคิดว่าแกกำลังทำอะไรน่ะ” ชายจรจัดพูด
“แกมีเนื้อก็ควรแบ่งให้ข้าบ้างสิวะ” ชายจรจัดพูดพร้อมมองมาที่ดู๊คด้วยสีหน้าที่ชั่วร้าย
“ท่านอย่าพูดบ้าๆ สิ ท่านอยากกินก็ไปซื้อเส้” ดู๊คตอบ
“แต่มันจะไปอร่อยเท่าของฟรีได้อย่างไร ฮ่าๆ” ชายแก่พุ่งมาที่ดู๊คและหยิบถุงเนื้อไปอย่างง่ายดาย
ด้วยวัยเพียง 6 ขวบ ดู๊คไม่สามารถทำอะไรชายจรจัดได้เลย และชายจรจัดก็วิ่งหายไป
ดู๊คกลับมายังร้านขายเนื้อและบอกกับชายขายเนื้อถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“ข้าผิดเองที่ข้าไม่สามารถปกป้องเนื้อไว้ได้” ดู๊คกล่าวพร้อมแสดงสีหน้าที่ผิดหวัง
“งั้นหรอเ้าหนู แต่เ้าต้องรับผิดชอบนะ” ชายขายเนื้อเอ่ย
ดู๊คก้มหน้าเงียบ
“เ้าจงแข็งแกร่งขึ้นสิ” ชายขายเนื้อตอบ
ดู๊คประหลาดใจกับคำพูดของชายขายเนื้อ “แข็งแกร่งงั้นหรอ”
“ใช่แล้วเ้าหนู เ้าจะมาผิดหวังแค่เื่เล็กน้อยแค่นี้ทำไม หากเ้าล้มแล้วเ้าก็ต้องลุก เ้าเจอคนที่แข็งแกร่งเ้าก็จงแข็งแกร่งกว่าซะ” ชายขายเนื้อตอบ
“งั้นข้าจะไปเรียนวิชาดาบมา” ดู๊คกล่าวอย่างมีไฟแบบตาลุกวาว
“ใช่แล้ว เ้าจงไปหัดวิชามาซะ เพราะการแล่เนื้อคือศิลปะยังไงละ ฮ่าๆ” ชายขายเนื้อตอบกลับ
ดู๊คเปลี่ยนสีหน้าทันที “นี่ท่านล้อข้าเล่นหรอ แล่เนื้อเนี่ยนะ ข้านึกว่าท่านให้ข้าฝึกวิชาป้องกันตัวจากคนจรจัดซะอีก” ดู๊คกล่าว
“การแล่เนื้อก็คือวิชาป้องกันตัวรูปแบบหนึ่งนะเ้าหนู” ชายขายเนื้อตอบพร้อมยิ้ม “เอานี่ไปข้าให้ทองแก่เ้า 20 ทองสำหรับค่าจ้าง” ชายขายเนื้อยื่นทองให้เ้าหนูดู๊ค
ดู๊คเอ่ยขอบคุณแก่ชายขายเนื้อ พร้อมบอกกับเขาว่า “ข้าจะตั้งใจแล่เนื้อข้าจะตั้งใจฝึก ท่านรอชมได้เลย” สำหรับดู๊คเงินคือพระเ้า
ชายขายเนื้อยิ้มในความตั้งใจของเด็กน้อย ดู๊คกลับบ้านไปพร้อมกับเล่าเื่ให้ที่บ้านฟัง ทุกคนต่างหัวเราะและพูดคุยกันอย่างขบขัน
ณ โต๊ะกินข้าวครอบครัวไลก้อนนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตา
“เ้าหนูถูกคนจรจัดแย่งเนื้อเนี่ยนะ ฮ่าๆๆ” มอร์คีนหัวเราะอย่างชอบใจในตัวหลาน
“แหะๆ ก็ข้าสู้ไม่เป็นิปู่” ดู๊คตอบพร้อมยิ้มเขิน
“นี่ดู๊ค ถ้าเ้าอยากแล่เนื้อเก่งเ้าต้องมีมีดที่คมสิ” โจเอลกล่าว พร้อมหยิบกริดที่รูปร่างคล้ายมีดสั้นให้กับดู๊ค “นี่รับไปสิลูก”
ดู๊คกล่าวขอบคุณ พลางคิดในใจว่ากริดแบบนี้จะไปแล่เนื้อได้อย่างไร
แต่เขาก็รับไว้ด้วยความเต็มใจแต่ดู๊คหารู้ไม่ว่าจุดประสงค์ของโจเอลมอบกริดให้ เพราะอยากให้เขาป้องกันตัวเองจากอันตราย
มีอาร์ได้จัดเตรียมอาหารไว้ให้คนในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าและแล้ว 1 วันอันยาวนานก็ได้ผ่านไป