โลกภายนอกที่รอยได้เห็นนั้นมันเกินกว่าที่เขาจินตนาการไปมาก ไม่ว่าจะกล่องลูกบาศก์สีดำขนาดใหญ่ที่มองดูไม่ต่างอะไรจากพีระมิดในโลกเก่าเลย แต่ความสูงของมันนี่ซิแทบจะแตะเมฆได้แล้วมั้งนั่น
“เราอยู่ไกลตั้งขนาดนี้ ยังมองเห็นมันได้นี่มันจะไม่ใหญ่เกินไปหน่อยหรือ? กล่องลูกบาศก์นั่นเป็สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาหรือเปล่านะ?”
“ไหนจะตึกสูงขนาดใหญ่มากมายรายล้อมที่อยู่บริเวณกล่องลูกบาศก์นั่นอีกประเทศของเราในโลกนี้มันพัฒนามาถึงขั้นนี้เลยหรือ?”
รอยมองดูโลกภายนอกผ่านจากหน้าต่างอยู่ไกล ๆก็ได้แต่ถอนหายใจ มันเหมือนกับว่าเขาจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่จากที่นี่จริง ๆแล้วซินะคิดแล้วก็ใจหาย รอยปิดผ้าม่านแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานเพื่อเขียนสิ่งที่เขาอยากจะถามกับตัวเขาอีกคน
“จะถามถึงอะไรดีนะ มีเื่ให้ถามอยู่เต็มไปหมดเลย กระดาษหน้าเดียวคงไม่พอเป็แน่ ดูหนังสือภายนอกเป็เล่มหนาแต่ภายในกลับมีเพียงแค่หน้ากระดาษแผ่นหนา ๆเพียงแผ่นเดียว”
รอยพลิกหนังสือไปมาและคิดว่าโลกนี้มันมีของวิเศษแบบนี้อยู่เต็มไปหมดเลยรึเปล่านะ ถึงขั้นที่เด็กแบบนี้ยังหามาใช้ได้
“แต่ดูยังไงเ้าเด็กนี่ก็ดูจะพิเศษกว่าคนอื่นล่ะนะที่สามารถสลับตัวข้ามโลกของคนอีกโลกหนึ่งมาได้”
รอยหยิบปากกาที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วเริ่มเขียนในสิ่งที่อยากจะถามทันที
ฉันจะกลับโลกเดิมของฉันได้อีกหรือไม่?
นายไปทำอะไรที่โลกของฉัน?
นายรู้อะไรเกี่ยวกับโลกแห่งฝันร้ายหรือไม่?
นายให้ฉันเป็ตัวแทนของนายแล้วนายจะให้ฉันทำอะไรในโลกใบนี้กัน?
ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมนายถึงเลือกฉัน แต่ฉันมักจะเฝ้าฝันถึงพ่อกับแม่มาโดยตลอดและอยากที่จะตายไปพร้อม ๆกับพวกท่านั้แ่ตอนนั้นแล้ว แต่ฉันก็อดทนใช้ชีวิตเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ แต่ทุกอย่างก็วนเวียนซ้ำซาก จำเจ ไม่มีอะไรดี ๆในชีวิตเลย พลังอ่านใจที่ฉันมีก็เข้ากับทุกคนไม่ได้ ไม่ว่าจะพยายามเข้าหาใครก็ตาม ทุกคนก็หวังแต่จะหาผลประโยชน์ นี่อาจจะเป็สิ่งที่ฉันอยากเล่าในนายได้รู้ถึงตัวตนของฉัน เพราะนายอาจจะได้ใช้ชีวิตแทนฉันในโลกใบนั้น แต่ก็หวังว่าสิ่งที่นายทำมันจะเป็ผลดีกับเราทั้งคู่
ฉันเชื่อใจนายได้ใช่ไหม?
ถึงรอยจะมีคำถามอีกมากมายแต่ก็เลือกที่จะถามเพียงแค่นี้เมื่อได้เริ่มเขียนมันลงไป เพราะไม่รู้ว่าอีกฝั่งจะตอบกลับมาเมื่อไหร่
เมื่อพอรอยเขียนเสร็จเขาเองก็รู้สึกแปลก ๆพอได้เริ่มเขียนแล้วเขาก็เหมือนจะตกอยู่ในภวังค์อะไรบางอย่างที่ความรู้สึกของเขามันไม่สามารถควบคุมได้และได้เริ่มเขียนความรู้สึกนั้นที่อัดอั้นมาในอดีตลงไปอย่างไม่รู้ตัว
แต่ความรู้สึกแปลก ๆนี้รอยก็ไม่ได้สนใจอะไรกับมันมากมายนักเพราะคิดว่าตนอาจจะแค่เหนื่อยหรือเพลียเท่านั้นหลังจากผ่านเื่ราวต่าง ๆมามากมาย จากนั้นรอยก็ปิดหนังสือแล้วเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อที่จะไปสำรวจรอบตัวบ้านว่ารอยคนเก่าใช้ชีวิตความเป็อยู่อย่างไร
บ้านหลังนี้เป็บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทุกสิ่งภายในบ้านมองดูเรียบง่ายไม่ต่างอะไรกับโลกเดิมที่เขาจากมาภาษาเองก็เช่นกันแต่สิ่งที่แปลกคือเมื่อเขาเปิดที่โทรทัศน์ขึ้นมา มันมีข่าวเกี่ยวกับผู้บุกเบิกมากมายอยู่เต็มไปหมด ผู้บุกเบิกดูเหมือนจะเป็อีกชื่อที่ใช้เรียกผู้มีพลังวิเศษของโลกใบนี้ แต่มีช่องหนึ่งที่รอยสนใจมันทันทีเมื่อเห็น ช่องโทรทัศน์ช่องนี้พูดถึงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการสร้างคิวบ์ขึ้นมา
รอยได้รู้ว่าคิวบ์ขนาดใหญ่อันนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มผู้บุกเบิกกลุ่มแรกที่ออกไปสำรวจภายในมิติอื่นและคิวบ์ก็เป็เหมือนกับสิ่งปลูกสร้างที่เอาไว้ครอบคลุมพื้นที่มิติภายในนั้นไม่ให้มีตัวประหลาดเล็ดลอดออกมาสู่โลกภายนอกได้
โทรทัศน์เล่าไปถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่มีชนเผ่าจากโลกอื่นบุกเข้ามา ประเทศ T ซึ่งเป็ประเทศในกลุ่มแรก ๆที่ถูกบุกรุก พวกชนเผ่ามนุษย์กินคนที่บุกรุกซึ่งดูไม่แตกต่างอะไรจากมนุษย์อย่างพวกเรามากนัก แต่แตกต่างกันตรงส่วนกายภาพที่พวกมันมีส่วนสูงมากกว่ามนุษย์เราถึง 3 เมตรและร่างกายที่แข็งแกร่งจนะุปืนยังไม่สามารถสร้างได้แม้แต่รอยขีดข่วนให้กับพวกมัน ถ้าไม่ใช้อาวุธระดับเครื่องบินรบ หรือรถถังก็แทบจะไม่มีอาวุธอะไรเลยที่สามารถสร้างาแให้กับพวกมันได้ แต่ถึงจะมีอาวุธระดับนี้แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ชนะพวกมันได้ง่ายๆ เพราะพวกมันดันมีพลังพิเศษที่สามารถควบคุมกลุ่มงูั์จากโลกของมันออกมาอาระวาด แม้แต่รถถังที่มีเกราะป้องกันระดับสูงก็ไม่สามารถต้านทานพลังของงูั์เอาไว้ได้ แถมในหมู่พวกมนุษย์กินคนเองก็ยังมีพวกผู้ใช้พลังพิเศษที่สามารถสร้างหมอกควันกับลมพายุขึ้นมาได้อีก เลยทำให้เครื่องบินรบแทบจะบินอยู่ในน่านฟ้าแถวนั้นไม่ได้เลย ซึ่งตอนนั้นมีผู้คนนับล้านถูกฆ่าไปมากมาย รอบ ๆรัศมีหลายกิโลเมตรต่างก็กลายเป็อาณาเขตของพวกมัน ทั่วโลกเองก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ไม่ต่างกันมาก แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้มีเพียงเผ่ามนุษย์กินคนกลุ่มเดียวเท่านั้นแต่ยังมีเผ่าพันธุ์อมุษย์ต่าง ๆอีกมากมายบุกรุกเข้ามา
ซึ่งตอนนั้นผู้มีอำนาจของแต่ละประเทศทั่วโลกก็ได้จัดการประชุมกันเพื่อโหวตที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อทำการสังหารหมู่ผู้บุกรุกในแต่ล่ะจุดเพื่อหยุดการรุกรานของพวกมัน และตอนนั้นเองก็มีบุคคลปริศนาปิดบังหน้าตาไว้อย่างมิดชิดโผล่เข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย บุคคลปริศนาได้ห้ามไม่ให้พวกเขาใช้อาวุธนิวเคลียร์ แต่มีหรือที่พวกผู้มีอำนาจเหล่านี้จะยอม ผู้บุกรุกที่เข้ามาก็ได้เปิดวิดีโอเพื่อฉายภาพ ๆหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็หนึ่งในประเทศทางแถบอเมริกาเหนือ ประเทศนี้ถูกบุกรุกโดยเผ่ามนุษย์ครึ่งคนครึ่งสัตว์เลื้อยคลาน พวกมันดูเหมือนกับนักรบคนเถื่อนที่บ้าคลั่งมันถืออาวุธที่ทำจากหินฟาดฟันร่างมนุษย์เละเทะไม่ต่างอะไรกับการตบยุงและตอนนั้นเองก็ได้มีกลุ่มผู้มีพลังพิเศษปรากฏตัวขึ้นมา ไม่ว่าจะทางฝั่งเอเชียที่มีผู้ฝึกยุทธ์ผู้ใช้อาคม หรือทางฝั่งยุโรปทีมีนักรบเวทยมนต์หรืออีกหลาย ๆคนที่ไม่ทราบที่มา หนึ่งในกลุ่มคนผู้มีพลังพิเศษเดินถือไม้เท้าแปลก ๆก้าวนำหน้าออกมาชูมือร่ายพลังบางอย่าง ทันใดนั้นก็เกิดปรากฏการแปลก ๆขึ้นลมพายุขนาดใหญ่พัดลอยผู้บุกรุกนับร้อยให้กระจายตัวออกจากกลุ่มของตนเองไปคนละทิศคนละทาง จากนั้นกลุ่มผู้มีพลังวิเศษคนอื่น ๆก็บุกเข้าไปจัดการผู้บุกรุกที่ถูกซัดลอยกระเด็นแยกกันไป พวกเขาใช้กลยุทธ์กองโจรซุ่มโจมตีในพื้นที่หลาย ๆแห่งจนทำให้พวกผู้บุกรุกตายกันไปมากมาย พวกมันเองก็ใช่ว่าจะไร้สมองพอรู้ว่ากองทัพของพวกมันสู้ไม่ได้ต่างก็พากันหนีเข้าประตูมิติกลับไป
ภาพฉายตรงหน้าสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้มีอำนาจในที่ประชุมเป็อย่างมาก พลังของพวกเขาสามารถทำลายเมือง ๆหนึ่งได้เลยถ้าพวกเขารวมพลังกัน อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารของกองกำลังป้องกันตนเองของแต่ละประเทศแทบจะไร้ความหมายเมื่อมาอยู่ต่อหน้ากลุ่มผู้มีพลังวิเศษเหล่านี้ ซึ่งกลุ่มคนในนั้นก็เป็คนที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยแล้วอยู่ ๆกลุ่มคนผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้มารวมตัวกันเพื่อที่จะปกป้องโลกมันไม่ใช่เื่ที่แปลกหรอกหรือ มันจะต้องมีอะไรแอบแฝงหรือพวกเขา้าอะไรภายในโลกใบนั้นกันแน่และไหนจะการรวมตัวกันของพวกผู้มีพลังพิเศษทั่วโลกนั่นอีก
พวกผู้มีอำนาจเองต่างก็ไม่สบายใจ การที่พวกผู้มีอำนาจพวกนี้มาประชุมหารือกันเพื่อที่จะหาทางเข้าไปสำรวจในโลกใบนั้นเลยรีบที่จะใช้ะเินิวเคลียร์ เพราะภายในโลกใบนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดหลุดออกมามากมาย ทรัพยากรที่พวกเขาไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อนอาจจะมีอยู่ภายในโลกใบนั้นอยู่เยอะแยะเต็มไปหมดเลยก็ได้
ถ้ากลุ่มผู้มีพลังพิเศษกลุ่มนี้เข้ามายุ่งด้วยแล้ว พวกเขาอย่าได้หวังเลยที่จะได้รับผลประโยชน์นี้ไปเพราะประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา กลุ่มรัฐบาลที่ทำการต่อต้านกลุ่มผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้ต่างก็ถูกกวาดล้างจนรัฐบาลชุดนั้น ๆหายสาบสูญไปจนหมดสิ้น เื่นี้เป็เื่ที่รู้กันในหมู่ผู้มีอำนาจในแต่ละประเทศสืบต่อ ๆกันมาว่าไม่ให้ไปก้าวก่ายหรือก้าวล้ำพวกกลุ่มผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้เป็อันขาด แต่นั่นมันก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้วหลายศตวรรษจนแทบจะไม่มีใครเคยพบเคยเห็นพวกเขามาก่อนเลยในยุคหลัง ๆมานี้ เลยทำให้พวกผู้มีอำนาจในปัจจุบันไม่มีความเชื่อหรือความกลัวหลงเหลืออยู่แล้วถึงแม้ว่าผู้มีอำนาจในรุ่นก่อน ๆจะบอกสืบต่อกันมาแล้วก็ตามและการรวมตัวกันของพวกผู้มีพลังวิเศษกลุ่มนี้ก็สร้างความสงสัยให้กับหลายคนในที่ประชุมมิใช่น้อย เพราะการที่พวกเขาปรากฏตัวออกมาพร้อม ๆกันมันเหมือนกับว่าพวกเขาเตรียมการกันมาก่อนแล้วว่าจะมีพวกผู้บุกรุกจากนอกโลกบุกเข้ามา ดูยังไงก็ไม่เชื่อแน่ ๆว่าพวกเขามีเจตนาที่ดีเพื่อที่จะมาปกป้องโลก
ภาพวิดีโอการกวาดล้างผู้บุกรุกจากนอกโลกเองก็ถูกอัปโหลดให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นและผลที่ตามมาก็คือทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างรับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้มีพลังวิเศษเหล่านี้ ทั่วโลกต่างสรรเสริญและขอความช่วยเหลือจากคนกลุ่มนี้ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือประเทศที่ขอความช่วยเหลือเ่าั้จะต้องมอบอำนาจในการจัดการต่าง ๆให้กับพวกเขาไม่เว้นแม้ตาทรัพยากรที่หามาได้ภายในโลกใบนั้น
มีหลายประเทศไม่ยอมรับการช่วยเหลือและพวกเขาก็พยายามหาวิธีจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองและนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการสร้างกลุ่มเดอะคิวบ์ขึ้นมาที่เป็การรวมตัวของผู้บุกเบิกกลุ่มแรกของโลกนั่นเอง
รอยที่ดูโทรทัศน์และหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตก็ได้รับข้อมูลมาเพียงน้อยนิดเท่านั่น แหล่งข้อมูลที่เขาหามาเองก็ไม่รู้ว่ามันจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีเื่หลังจากนั้นอีกเพราะว่ากลุ่มผู้มีพลังวิเศษกลุ่มนี้พอได้เข้าไปสำรวจภายในโลกใบนั้นแล้วต่างก็ได้รับผลประโยชน์มามากมาย แต่มีเื่หนึ่งที่เดอะคิวบ์ประกาศในคนทั่วโลกรับรู้คือ บุคคลธรรมดาทั่วไปไม่สามารถเข้าไปในโลกใบนั้นได้ เพราะอาวุธปืนหรือของใช้อะไรจากโลกใบนี้ไม่สามารถนำเข้าไปใช้ได้สักอย่างไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้า ถ้าคนธรรมดาเข้าไปคงมีหวังได้ตายก่อนที่จะออกไปสำรวจโลกภายนอกนั้นเป็แน่ เพราะไม่ว่าสภาพอากาศหรือพืชพันธุ์สัตว์น้อยใหญ่ภายในโลกใบนั้นล้วนแล้วแต่อันตรายไปหมดทั้งสิ้น
จากนั้นผ่านไปอีกไม่กี่ปีก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกขึ้นอีกครั้ง เพราะอยู่ ๆผู้คนรอบโลกต่างก็ได้รับพลังพิเศษกันขึ้นมา กลุ่มเดอะคิวบ์ที่เป็กลุ่มผู้บุกเบิกกลุ่มแรกต่างก็ประกาศรับสมัครผู้มีพลังพิเศษจากทั่วโลก เพื่อเพิ่มสมาชิกเข้ามาอยู่ในกลุ่มของพวกเขา เพราะกลุ่มคนของเดอะคิวบ์ที่เข้าไปสำรวจภายในนั้นต่างก็เริ่มลดลงทุกปี ๆเพราะด้วยความอันตรายที่มากมาย จนถึงตอนนี้พวกรัฐบาลของประเทศต่าง ๆก็เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้มีพลังพิเศษเหล่านี้ เพราะยิ่งมีผู้มีพลังพิเศษภายในประเทศของตนเองมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งสร้างความเจริญให้กับประเทศของพวกเขามากขึ้นเท่านั้น ดูอย่างเดอะคิวบ์เป็ตัวอย่างที่พวกเขาเป็ผู้บุกเบิกกลุ่มแรกต่างก็นำทรัพยากรเ่าั้มาสร้างสิ่งที่น่าเหลือเชื่อขึ้นมามากมายให้โลกได้เห็น มันเลยทำให้รัฐบาลของแต่ละประเทศทำการมอบผลประโยชน์มากมายให้กับพวกผู้มีพลังพิเศษของประเทศตนเองและสร้างโรงเรียนฝึกสอนผู้มีพลังพิเศษสำหรับพวกเขาขึ้นมา
เดอะคิวบ์เองก็ใช่ว่าจะนิ่งนอนใจพวกเขาให้สมาชิกส่วนหนึ่งในกลุ่มหยุดทำการสำรวจแล้วกลับไปเปิดโรงเรียนสอนผู้มีพลังพิเศษในประเทศของตนเอง ซึ่งหลายประเทศต่างก็้าสมาชิกของกลุ่มของเดอะคิวบ์มาเป็ผู้ฝึกสอน เพราะอะไรจะเหมาะไปกว่าผู้ที่ชำนาญเื่พลังพิเศษมาอย่างช้านานจะมาทำการฝึกสอนด้วยตัวเองกันละ แต่เพราะด้วยเหตุนี้เลยทำให้เดอะคิวบ์สร้างข้อตกลงแลกเปลี่ยนขึ้นมา ที่ว่าจะต้องส่งผู้ที่จบการศึกษาบางส่วนเข้ามาเป็สมาชิกของเดอะคิวบ์เป็การตอบแทนในการที่เดอะคิวบ์จะจัดผู้ฝึกสอนและความรู้ในการใช้ชีวิตภายในต่างโลกให้โรงเรียนนั้น ๆได้เรียนรู้
การที่เดอะคิวบ์แบ่งปันข้อมูลแบบนี้ซึ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับกลุ่มรัฐบาลของประเทศต่าง ๆมิใช่น้อยเพราะที่ผ่านมาเดอะคิวบ์ไม่เคยคิดที่จะแบ่งปันข้อมูลให้กับคนนอกองค์กรของเดอะคิวบ์ให้โลกได้รับรู้เลยถึงแม้ว่าจะถูกกดดันจากประเทศทั่วโลกต่าง ๆมากมายก็ตามและนี่ก็คือข้อมูลทั้งหมดที่รอยหามาได้จากอินเทอร์เน็ต