ตอนที่ 6
ทางด้านบ้านตง ซ่งซูหลิน ที่ฟืนขึ้นมาก่อนที่จะมองไปรอบๆ ห้องซึ่งเป็บ้านที่ทำจากไม้ เป็ห้องแคบๆ ไม่ใหญ่มากนัก ในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากตู้เสื้อผ้าเล็กๆ เท่านั้น พลางคิดจากความทรงจำว่าที่ห้องนี้เป็ที่ไหนกัน ไม่ใช่ห้องของซ่งซูหลิน อย่างแน่นอน
ใช่แล้ว เธอไม่ใช่ ซ่งซูหลิน เพราะจากความทรงจำนั้นซ่งซูหลิน ได้ตัดสินใจจบชีวิต โดยการฆ่าตัวตาย โดยการเดินลงในทะเลและจมน้ำตายไปแล้ว และเธอคือ ระริน ที่จมน้ำตายเพราะเรือล่ม เช่นเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าเธอนั้นมาอยู่ในร่างของ ซ่งซูหลินได้อย่างไรกัน เื่นี้เป็เื่ที่แปลกมา
ในความทรงจำนั้น เป็หญิงสาวที่น่าสงสารไม่น้อยเลย เพราะร่างกายไม่แข็งแรง จึงมักเจ็บป่วยง่ายมาก เงินที่หามาได้นั้นจึงเป็ค่ารักษาของ ซ่งซูหลินเป็ส่วนใหญ่ แต่ก่อนนั้นก็ไม่ได้เจ็บป่วยจนรักษาไม่หายอะไร แต่ั้แ่พี่ชายแต่งพี่สะใภ้เข้ามานั้น ตอนแรกๆ ก็ดีกับซ่งซูหลิน แต่พักหลังมานั้น พี่สะใภ้ทั้งสองคนเปลี่ยนแปลงไป คิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็ธรรมเพราะเงินที่ได้มาต้องเอารักษาน้องสามีที่เจ็บป่วยคนนี้
หลังจากนั้น การดูแลที่ว่าดีนั้น พอลับหลังจึงทำอีกอย่างหนึ่ง โดยที่ซ่งซูหลิน ไม่เคยเปิดปากบอกกับทุกคน เพราะรู้ว่าทุกคนนั้นเหนื่อยจากการทำงานหนักมากแล้วจึงไม่อยากที่จะสร้างปัญหา จึงยอมให้พี่สะใภ้กลั่นแกล้ง และว่า ด่าทออยู่เป็ประจำ และสุดท้ายแล้วก็ยอมที่จะจบชีวิตของตัวเองลง เพื่อที่จะทำให้เื่ทุกอย่างจบลงไป
ระริน ตื่นขึ้นมาในร่างของ ซ่งซูหลิน ตอนที่ถูกคลื่นซัดมาเกยโขดหินแล้ว แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่แทบไม่มี ทำให้สติที่มีอยู่น้อยนิดได้หมดลงไปอีกครั้ง แต่พอตื่นมาก็มาอยู่ในห้องนี้เสียแล้ว จึงไม่รู้ว่าเป็ห้องของใคร แต่ที่รู้คือไม่ใช่บ้านของ ซ่งซูหลิน อย่างแน่นอน
ระริน นอนคิดเื่น่าเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก จนน้ำอีกที่หนึ่ง แต่กลับมาโผล่อีกที่หนึ่ง และชุดที่ใส่นี้มันเป็ชุดจีนเหมือนซีรีย์ที่เธอดูอย่างแน่นอน หรือว่าเรากำลังฝันอยู่หรือเปล่านะ แต่ถ้าไม่ใช่ความฝัน มันจะเป็อะไรไปได้
"น้องสาว ซูหลิน รู้สึกตัวแล้วอย่างนั้นหรือเป็อย่างไรบ้าง ไม่ต้องใหรอกนะ พี่สามีของพี่ ตงหวางโจ เป็คนช่วยน้องสาวจากโขดหินที่ทะเลมา ให้พี่สาวช่วยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ โชคดีมากเลยนะ ที่พี่สามีของพี่ไปพบเข้า ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะเป็อย่างไรบ้าง"
กู้เหมยหลัน เมื่อเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง กับเห็นหญิงสาวที่ถูกพาเข้ามาในบ้านได้รู้สึกตัวเรียบร้อยแล้ว แต่ใบหน้ายังคงซีดเซียวอยู่ ด้วยร่างกายที่บอบบางอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้น
"ขอบคุณพี่สาว เหมยหลันมากนะคะ ที่ช่วยดูแล รบกวนพี่แล้ว" เธอไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี เพราะถ้าปล่อยให้แช่น้ำอยู่อย่างนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะจมลงไปในทะเลได้ทุกเมื่อ คงได้ตายอีกครั้งอย่างแน่นอน
"ไม่เป็ไรหรอก เื่เล็กน้อยแค่นี้เอง ความจริงต้องขอบคุณพี่สามีของพี่มากกว่า ที่อุ้มเธอมา ตอนนี้เขาคงไปแจ้งที่บ้านของน้องสาวซูหลิน เื่นี้แล้วล่ะ เดี๋ยวพวกเขาคงจะกลับกันมา
"ค่ะ"
"อ้าว ฟื้นแล้วหรือ" ถามออกมาเสียงเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร
"ค่ะ น้าจินจู รบกวนน้าแล้ว"
"ไม่เป็ไร เป็ลูกชายของน้า ที่ช่วยเหลือ พักผ่อนไปก่อน เดี๋ยวพวกเขาคงจะกลับมาแล้ว" พูดเสร็จแล้วจึงได้เดินออกไป พลางคิดว่าลูกชายได้ทำเื่ใหญ่โตเสียแล้ว เธอไม่ได้อยากลูกสะใภ้ขี้โรคคนนี้เข้ามาในบ้านหรอกนะ แม้จะรู้สึกสงสารมากก็ตาม
"พักผ่อนไปก่อนนะ อย่าเพิ่งคิดอะไรมากไปเลย"
เธอบอกกับหญิงสาวที่นอนอยู่ คงจะรู้สึกได้ว่าแม่สามีของเธอนั้นไม่ค่อยพอใจอย่างแน่นอน แม่สามีเธอคงกลัวเื่ความใกล้ชิดที่พี่สามีอุ้มหญิงสาวกลับมาบ้านอย่างนี้ ต่อให้จะคิดปฏิเสธอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะทำได้ คงไม่พ้นต้องรับคนตรงหน้าเข้ามาเป็สะใภ้อย่างแน่นอน
ส่วนคนที่นอนอยู่ก็ไม่ได้โกรธอะไร และคิดว่ารู้ความคิดของน้าจินจู เพราะใครจะอยากให้ลูกชายแต่งลูกสะใภ้ที่ไม่มีอะไรดีเข้าบ้านกัน มีแต่ทำให้บ้านแย่งลงอย่างแน่นอน แล้วเธอจะต้องทำอย่างไร ที่จะไม่ต้องแต่งงานกันนะ เธอเองก็ไม่อยากจะให้ใครมารับผิดชอบ ทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกันอย่างนี้ แต่ก็รู้ว่าสังคมในตอนนี้ ไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจ
"แม่สามีไม่สบายใจอย่างนั้นหรือคะ" เมื่อเดินออกมาแล้วเห็นแม่สามีที่ทำหน้าไม่สบายใจอยู่จึงได้ถามขึ้นมา
"สะใภ้ใหญ่ จะให้แม่สบายใจได้อย่างไรกัน บ้านเราก็ย่ำแย่อยู่แล้ว แค่แม่คิดว่าจะต้องรับสะใภ้ที่เจ็บป่วยอย่างนี้เข้ามาในบ้านอีก แม่ก็ไม่สบายใจแล้ว" ความรับผิดชอบที่ลูกชายคนโตทำ คงจะไม่อาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้อย่างแน่นอน แต่เธอไม่อยากหาภาระเพิ่มนี่นา
"ฉันเข้าใจแม่นะคะ แต่ก็อดที่จะสงสาร ซูหลินไม่ได้ ถ้าเราไม่รับอีกฝ่ายเข้าบ้านมา บ้านเราก็อาจจะนำไปพูดในทางที่ไม่ดีได้ และบ้านซ่งเองก็เช่นเดียวกัน เราไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้หรอกค่ะ"
การที่จะไม่รับอีกฝ่ายเข้าบ้านมา จะทำให้ทั้งสองบ้านกลายเป็คนไม่ถูกกันและยังต้องมาฟังเสียงของชาวบ้านที่จะพูดถึงทั้งสองบ้านในทางที่ไม่ดีอีก
"นั่นล่ะ แม่ถึงได้แต่มานั่งกลุ้มใจอย่างนี้อย่างไรล่ะ ไม่มีทางออกอื่นที่ดีเลยสักนิดเดียว หวางโจ ก็ทำอะไรไม่คิดเลยสักนิด แทนที่จะไปเรียกคนอื่นมา"
พูดถึงลูกชายก็ยิ่งโมโห ที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนเพราะความใจดีของตัวเองอย่างนี้
"แม่สามีทำใจเถอะค่ะ เื่นี้เราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว" พูดปลอบแม่สามีอย่างเห็นใจ
"เฮ้อ นั่นสินะ แม่คงต้องทำใจ แต่บอกตามตรง แม่ทำใจไม่ได้เลยในตอนนี้"
การที่ต้องรับรู้ว่าลูกชายที่เป็เสาหลักของบ้าน จะต้องแต่งงานกับคนที่เป็ภาระที่สุดในบ้านเช่นเดียวกัน ทำให้รู้สึกว่าลูกชายไม่ได้รับความเป็ธรรม เพราะยังมีหญิงสาวที่เหมาะสมกับลูกชายอีกมากมาย แม้จะอยากให้ลูกชายแต่งงานมากสักแค่ไหน พยายามที่จะหาหญิงสาวมาให้ดูตัว แต่ลูกชายกับไม่เคยที่จะสนใจ แต่ครั้งนี้เป็คนที่เธอไม่้า กลับไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ ลูกชายของเธอเองก็เช่นเดียวกัน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )