ตอนที่6 วิชาเคลื่อนกายชมจันทร์!
.
.
หลังจากที่เด็กหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องผิวกายของมันก็พลันลุกชันขึ้นทันตาแรงกดดันมหาศาลพลันพรั่งพรูเล็ดลอดออกมาจากอักขระรอบๆห้องอย่างท่วมท้นจนชายหนุ่มอดที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆไม่ได้
“สมกับเป็อักระกักเก็บปราณระดับิญญาเพียงแค่สูดอากาศเข้าไปเพียงนิดก็ทำให้ราวกับว่าอีกไม่นานระดับของข้าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างง่ายดาย”
หยุนเฟยกล่าวชื่นชมเล็กน้อยก่อนที่จะเลือกมุมที่เหมาะสมที่สุดในการบ่มเพาะแล้วจึงนั่งลงตรงนั้นพลางทำสมาธิในสมองของมันพลันคิดไปถึงเคล็ดวิชาสายเคลื่อนที่วิชาหนึ่งที่ในภพนี้ไม่อาจจะหาเคล็ดวิชาไหนเทียบได้
วิชาเคลื่อนกายชมจันทร์!
เป็วิชาที่ชายหนุ่มได้รับสืบทอดมาจากอาจารย์ของมันในอดีตชาติและขึ้นชื่อว่าเป็อาจารย์ของชายที่เคยขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของมวลมนุษย์มีหรือจะมีชื่อเสียงต่ำทราม? นั่นล้วนแล้วแต่เป็ไปไม่ได้เพราะอาจารย์ของมันคือผู้ที่ได้รับสมญานามในยุคนั้นว่า‘จอมมาร’
เนื่องจากครั้งนั้นหยุนเฟยกำลังหนีตายจากการถูกไล่ล่าล้างตระกูลและไม่รู้ว่าเพราะโชคดีหรือร้ายกันแน่มันจึงได้หลบเข้าไปในถ้าของจอมมารเข้าใน่นั้นอายุขัยของจอมมารได้ก้าวมาถึงจุดสุดท้ายพอดิบพอดีทำให้มันจำใจยอมรับหยุนเฟยเป็ศิษย์สายหลักและได้มอบเคล็ดวิชามากมายให้แก่ชายหนุ่มและหนึ่งในนั้นก็คือวิชาเคลื่อนกายชมจันทร์!
วิชาเคลื่อนกายชมจันทร์แบ่งออกเป็3 ระดับขั้นคือ
ย่องชมจันทร์!
เหินชมจันทร์!
เหินชมจันทร์!
วิชานี้นั้นเป็1 ใน 36 วิชาระดับจักรพรรดิของภพแห่งนี้แต่ขึ้นชื่อว่าเป็วิชาท่าร่างเคลื่อนที่แล้วไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนก็ล้วนแต่สามารถฝึกฝนได้ไม่ต่างกันสิ่งที่จะวัดกันจริงๆล้วนแต่เป็ความฉลาดและจิตใจอันแข็งแกร่งเพียงเท่านั้น
ในอดีตชาติของหยุนเฟยครั้นมันพึ่งจะฝึกวิชานี้ได้เพียงระดับย่องชมจันทร์นั่นก็ทำใหมันหลุดพ้นจากการไล่ล่าของคนหนึ่งล้านอย่าง่ายดาย แน่นอนว่าค่าตอบแทนที่ต้องใช้นั้นก็มากเช่นกันหากวิชานี้ถูกสืบทอดมาด้วยจอมมาร!ใช่แล้ว มันคือวิชามาร วิชาที่ผูกเงื่อนไขเอาไว้สำหรับผู้้าที่จะฝึกวิชาและวิชานี้ก็เช่นกันเงื่อนไขนั้นเรียกได้ว่าหากใครได้รับรู้ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีในทันทีเพราะหากใคร้าฝึกฝนวิชานี้
จะต้องแลกมาด้วยพลังชีวิต!
เมื่อผู้ใดสามารถก้าวเข้าสู่ระดับย่องชมจันทร์ได้อายุขัยของมันผู้นั้นก็จะลดลงถึง1 ใน 5 ส่วน! นั่นจึงทำให้หยุน
เฟยเลือกที่จะฝึกเพียงแค่ผิวเผินของวิชาก็เท่านั้น!
ฮึบ!
ชายหนุ่มพลันสูดหายใจเข้าแน่นเต็มปอดก่อนที่มันจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาบางๆอย่างช้าๆ ไม่เร็วเกินไป และไม่ช้าเกินควรด้วยวิธีนี้จะทำให้มันมีสมาธิกับการซึมซับวิชามากยิ่งยวด!
ซูม!!!
เพียงแค่ไม่ถึงชั่วยามพลังปราณรอบกายของหยุนเฟยก็พลันสั่นไหว! ก่อนที่มันจะถูกซัดกระจายออกไปในเวลาต่อมาและยังคงเป็อย่างนี้ซ้ำๆไม่มีหยุด!
อัก!!
เมื่อมาถึงขั้นสุดของการซึมซับวิชาท่าร่างชายหนุ่มก็พลันกระอักเืออกมาคำโตเป็สัญญาณบอกว่าเงื่อนไขในการฝึกวิชากำลังทำงาน! ความเ็ปที่มันได้รับนั้นล้วนแต่อยู่ในระดับที่คนทั่วไปไม่อาจจะรับไหวราวกับอยู่ในบ่อพิษร้อนแรง หรือเปรียบดั่งกับมีเข็มหลายร้อยพันหมื่นเล่มทิ่มแทงก็ไม่อาจจะรู้ได้หากแต่ที่มันััได้ก็คือความเ็ปสุดขีด!
...
ฟิ้ว!!
พลันบังเกิดเสียงของสายลมเล็กปลิวไสวอย่างบางเบาภายในห้องชั้นในสุดของตำหนักลมปราณปรากฏภาพของชายหนุ่มที่กำลังยืนนิ่งอย่างตื่นตะลึง!
“ช่างโชคดียิ่ง! วิชานี้นั้นเหมาะกับกายาของข้า!”
กล่าวไปพลางหัวเราะร่าไปพลางเพราะเพียงมันได้ขับเคลื่อนวิชาย่องชมจันทร์ไปเมื่อครู่ก็ทำให้มันสามารถพุ่งร่างไปยังที่ห่างไกลกว่า10 เมตรด้วยเวลาเพียงแค่หนึ่งลมหายใจ!แถมพลังปราณที่เล็ดลอดออกมายังน้อยนิด! เมื่อเทียบกับระดับที่มันอยู่แล้วถึงจะใช้วิชานี้ทั้งวันทั้งคืนก็ไม่อาจจะทำให้พลังปราณในกายของมันเหือดหายไปได้!
ย่าห์!
ฟิ้ว!!
ชายหนุ่มยังคงพยายามใช้วิชาเดิมซ้ำๆเพื่อให้คุ้นชินกับร่างกายและเนื่องเพราะในห้องนี้นั้นมีพลังปราณอัดแน่นอยู่อย่างมากล้นจึงทำให้ชายหนุ่มฝึกฝนอย่างไม่รู้จักเหนื่อยแม้เพียงนิด!
ครั้งที่50!...100!...150!...300!...500! ผ่านมาแล้วกว่า500 ครั้งที่ชายหนุ่มใช้วิชาเดิมซ้ำๆ แต่สีหน้าของชายหนุ่มกลับยังสงบนิ่งดังเดิมราวกับว่าตัวมันทำเพียงแค่ก้าวเดิน500 ก้าวเพียงเท่านั้น!
1000!
3000!!
5000!!!
10000!!!!
.
.
.
ครั้งที่21000!!
ฟิ้ว!!
ราวกับเสียงลมบางพัดผ่านราวกับเสียงหายใจของทารกแรกเกิด ราวกับเสียงของอากาศที่กำลังเคลื่อนที่
ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น!!
“สุดยอด!”
เพียงคำเดียวแต่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์หลากหลายภายในวิชาที่หยุนเฟยใช้ไปเมื่อครู่นั้นเปรียบได้กับครึ่งหนึ่งของวิชาย่องชมจันทร์! เพียงแค่มันใช้พลังปราณ 1 ในหมื่นส่วนก็สามารถทำให้มันเคลื่อนกายได้ไกลถึง50 เมตรในเวลาเสี้ยววินาที! นี่มันอะไรกัน? ข้าสามารถหลอมรวมกับวิชามารได้ด้วยหรือ!?
ชายหนุ่มคิดพลางยิ้มร่าหากมันสามารถหลอมรวมไปได้ทีละนิดก็เท่ากับว่าวิชาท่าร่างอันดับหนึ่งของภพแห่งนี้นั้นไม่ยากเกินกว่าที่จะฝึกฝน! แถมยังง่ายดายยิ่ง!
“ข้าใช้เวลาในนี้นานเท่าใดกัน?”
ชายหนุ่มกระตุกคิ้วน้อยๆอย่างใคร่รู้มันรู้เพียงว่าก่อนที่มันจะเข้ามานั้นจะมีงานใหญ่เกิดขึ้นในเมืองแต่เวลาที่มันเข้ามานั้นไม่รู้ว่าผ่านพ้นไปนานเท่าใดแล้วแถมถ้าหากงานนี้ไม่มีมันอยู่ด้วยงานนี้ก็คงจักต้องล่มไป ว่าแล้วจึงเลิกฝึกฝนในบัดดลก่อนที่จะเร่งกายง่ายๆไปยังประตูที่อยู่ห่าง 100 เมตรด้วยเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ
“หืม…?”
เมื่อมันออกมาก็เจอเข้ากับสิ่งที่แปลกตายิ่งงานสำคัญของข้าเหตุใดจึงได้ตกแต่งเสียยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เล่า!?
.
.
To be continue…