ตอนที่70 เนกไทเจ้าปัญหา
พนักงานหญิงเห็นเสิ่นลี่อิงแสดงความต้องการซื้อชัดเจนจึงไม่กล้าหักหาญเจตนาดังกล่าว เธอตอบกลับเด็กสาวอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า
“ฉันจะลองติดต่อผู้จัดการก่อนน่าจะยังไม่เลิกงาน ถ้ายังไงคุณหนูและคุณชายท่านนี้ โปรดรอสักครู่นะคะ”
พนักงานหญิงรีบหันหลังกลับเข้าไปในร้านแล้วโทรติดต่อหาผู้จัดการอย่างเร่งรีบเธอไม่ต้องการสูญเสียลูกค้าสักคน และไม่คิดดูถูกเด็กสาวที่แสดงความมั่นใจออกมาโดยคิดว่าไม่ควรตัดสินคนด้วยเหตุผลที่ไม่เป็นธรรม
สักพักหนึ่งผู้จัดการชายวัยกลางคนรับสายจากพนักงานหญิงด้วยความแปลกใจเขากำลังสนทนากับผู้จัดการจำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้จัดการสาขาในเครือบริษัทของตระกูลเฟอนันโดจากสเปนพอดี
“ผมกลับไปที่ร้านก่อนนะพอดีพนักงานบอกว่ามีเด็กนักเรียนต้องการพบผม แต่พนักงานคนนี้ทำงานมีเซนส์ดีทีเดียวสงสัยจะพบอะไรที่น่าสงสัยละมั้ง?”
ผู้จัดการร้านจำหน่ายเสื้อผ้าบุรุษบอกเพื่อนด้วยความสงสัยใคร่รู้แต่เขาทำงานกับพนักงานหญิงมานานจนรู้ใจกันจึงสัมผัสได้ถึงความกังวลใจของอีกฝ่ายและคิดว่าลูกค้าที่ต้องการพบตนจะต้องมีความสำคัญแน่นอน
“เอ๋! น่าสนใจสะจริงใครกันที่เรียกหาผู้จัดการหวางได้ขนาดนี้?ผมไปด้วยสิเผื่อได้เจอผู้มีอำนาจใหญ่โต”
ผู้จัดการเฟอร์นิเจอร์เอ่ยหยอกเพื่อนอย่างไม่จริงจังเขาใกล้จะเลิกงานพอดีจึงต้องการไปดูเหตุการณ์ที่น่าสนใจ
อย่างไรก็ตามผู้จัดการทั้งสองคนไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบเห็นผู้บริหารสูงสุดของตระกูลเฟอนันโดอย่างไม่คาดคิด
ทั้งคู่เร่งรุดตรงไปยังร้านจัดแสดงและจำหน่ายเครื่องแต่งกายบุรุษในชื่อ“โกลริโอโซ ที่แปลว่ารุ่งโรจน์”
ระหว่างทุกคนรอให้ผู้จัดการมาที่ร้านเสิ่นลี่อิงเดินดูสินค้าอย่างอื่นภายในร้านด้วยความสนใจเธอหยิบป้ายบอกคุณลักษณะและราคาสินค้ามาดูเมื่อเหลือบมองเห็นแหล่งต้นกำเนิดมาจากสเปนยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าเป็นบริษัทลูกของตระกูลเฟอนันโดเพราะเธอเห็นคำว่าภายใต้ลิขสิทธิ์ของเฟอนันโดอย่างชัดเจน
‘โชคดีที่ฉันเป็นผู้นำตระกูลเฟอนันโดแล้วไม่งั้นเนกไทสวยงามเส้นนี้คงไม่มีโอกาสซื้อแน่ ๆ ราคาของมันสูงจริง’
เสิ่นลี่อิงคิดอย่างพึงพอใจที่ตนอยู่ในสถานะร่ำรวยและสามารถซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องคิดมากเหมือนแต่ก่อน
สักพักหนึ่งชายสองคนเดินเข้ามาในร้านโดยมีชายร่างท้วมใส่แว่นตาท่าทางเป็นมิตรเอ่ยถามพนักงานหญิงสองคนในร้านด้วยความสงสัยว่า
“อันอันเข่ออ้าย ลูกค้าท่านใดต้องการพบผมหรือ?”
เสิ่นลี่อิงได้ยินเสียงคนสอบถามหาลูกค้าซึ่งหมายถึงตนเองจึงเดินออกจากมุมแสดงเข็มขัดชายอย่างใจเย็น
“เป็นลูกค้าท่านนี้กับคุณชายท่านนี้ค่ะ” อันอันพนักงานหญิงที่เคยให้บริการเสิ่นลี่อิงรีบบอกผู้จัดการทันที
หวางเลี่ยงหวงและซุนลี่ซือเหลือบมองชายหนุ่มหญิงสาวท่าทางร่ำรวยและเด็กนักเรียนสาวสวยงามคนหนึ่งเดินเข้ามาหาตนด้วยความประหลาดใจพลางสอบถามเรื่องราวด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า
“สวัสดีครับผมชื่อหวางเลี่ยงหวง เป็นผู้จัดการสาขาที่นี่ไม่ทราบว่าลูกค้าทั้งสองท่านมีอะไรหรือครับ?”
หวางเลี่ยงหวงเลือกที่จะกล่าวแนะนำตัวก่อนสอบถามเรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้นภายในร้าน
หญิงสาวสวยที่มากับชายหนุ่มหล่อเหลาเอ่ยขึ้นมาอย่างรำคาญใจที่ต้องทนเห็นแฟนหนุ่มแอบชะเง้อมองเด็กสาวภายในร้านจึงบอกข้อมูลให้ผู้จัดการรีบตัดสินใจว่า
“เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะแฟนฉันต้องการซื้อเนกไทเส้นนั้น แต่เรามาช้ากว่าเด็กนั่นนิดหน่อยเด็กนั่นก็ยืนยันจะซื้อเองแต่ขอพบผู้จัดการก่อน พนักงานคุณก็บ้าจี้ตามดันโทรเรียกให้คุณมาที่นี่แหละ ความจริงใครมีเงินซื้อก็ควรให้สิทธิ์คนนั้นได้สินค้าไปจริงไหมคะ?”
หวางเลี่ยงหวงหันหน้าไปมองพนักงานหญิงในร้านทั้งสองคนเป็นเชิงตรวจสอบความจริงโดยพนักงานร้านต่างพยักหน้ายืนยันพร้อมกับยิ้มแหยอย่างรู้สึกกระดากอายที่มีลูกค้าเอ่ยเร็วกว่า
เสิ่นลี่อิงไม่ต้องการให้เรื่องราววุ่นวายมากไปกว่านี้เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัทลูกในเครือมัวหมองอีกทั้งเธอชื่นชมพนักงานที่มีอัธยาศัยในการต้อนรับลูกค้าที่ดีโดยไม่เลือกแบ่งชนชั้นหรืออายุจึงเอ่ยขึ้นมาโดยตรงว่า
“ผู้จัดการคะหากคุณรู้จักอัลวาโรที่สเปน หรืออิซานที่รับผิดชอบบริษัทผลิตเสื้อผ้าบุรุษเขาจะบอกคุณเองว่าต้องยกเนกไทเส้นนี้ให้ฉัน แจ้งเขาไปว่าฉันชื่อเอเลนา”
ผู้จัดการทั้งสองคนมองสบตากันด้วยความแปลกใจเนื่องจากทั้งคู่เป็นเพียงผู้จัดการสาขาเล็ก ๆไม่ได้ทำหน้าที่บริหารบริษัทลูกในสาขาหลักแต่อย่างใดจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมออนไลน์ที่เด็กสาวเคยจัดมาก่อน
ทว่าชื่ออัลวาโรและอิซานที่เด็กสาวเอ่ยออกมาเป็นชื่อเฉพาะที่ไม่ใช่เด็กนักเรียนหรือคนทั่วไปจะคุ้นเคยทั้งสองคนจึงต้องการตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดเสียก่อน
ผู้จัดการทั้งสองคนต่างรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาผู้จัดการใหญ่ในบริษัทหลักของตนเองเพื่อตรวจสอบข้อมูลทันทีเพราะการแอบอ้างโดยเป็นเท็จนั้นทั้งคู่จะได้ลงโทษนักเรียนสาวตามจริง
ในทางกลับกันหากเรื่องที่เด็กสาวกล่าวออกมาเป็นความจริงย่อมหมายถึงอนาคตการทำงานของทั้งคู่แน่นอน
“เอ๊ะ! พวกคุณสนใจแค่ข้อมูลมั่ว ๆที่เด็กนี่บอกหรือไง?แฟนฉันพร้อมจ่ายแล้วนะ”
สาวสวยเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่พอใจผู้จัดการเธอนึกว่าเขามาแล้วจะต้องเลือกให้เนกไทเส้นนั้นกับแฟนหนุ่มของตนเองแต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะเร่งรีบโทรหาใครสักคนเมื่อเด็กสาวเอ่ยชื่อบางคนออกมา
อย่างไรก็ตามแฟนหนุ่มซึ่งเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ของมณฑลฉงชิ่งเขาพาแฟนสาวมาเยี่ยมบ้านเธอ จึงแวะกินอาหารในภัตตาคารที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ทว่าเขาไม่คาดคิดว่าจะพบเข้ากับเด็กสาวที่น่าสนใจโดยเฉพาะเอ่ยชื่อบุคคลในแวดวงธุรกิจรู้จักกันดี นั่นคือ อิซาน
ทั้งนี้อิซานเพิ่งได้ลงในนิตยสารชื่อดังของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่โดยเขาประสบความสำเร็จในการออกแบบเสื้อผ้าบุรุษที่ผู้คนชื่นชอบไปทั่วโลก อิซานได้รับเงินทุนสนับสนุนหลักมาจากตระกูลเฟอนันโดแห่งสเปน
อนึ่งอิซานให้สัมภาษณ์ในนิตยสารฉบับนั้นว่าเขาเป็นลูกหลานของหนึ่งในผู้คุ้มกันที่ซื่อสัตย์ของตระกูลเฟอนันโดมาหลายชั่วอายุคนแล้วจึงเป็นที่มาของการดำเนินธุรกิจภายใต้เงาของเฟอนันโดในชื่อสินค้าว่า “โกลริโอโซ”
“หยุดเสียทีเจนนี่! ผมรอได้หากว่าเนกไทเส้นนั้นจะเป็นของสาวน้อย ผมก็ยอมรับได้แต่ขอให้ผมได้รับรู้ความชัดเจนเสียก่อน”
ชายหนุ่มตวาดแฟนสาวในทันทีเขารู้สึกได้ว่าเด็กสาวมีความน่าสนใจมากกว่าแฟนสาวเจ้าอารมณ์ที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าของในตัวเขาจนเกิดความรำคาญขึ้นมาบ้างแล้ว
หวางเลี่ยงหวงโทรติดสายของอิซานได้พอดีเขาสื่อสารกับเจ้านายเป็นภาษาอังกฤษพร้อมกับเอ่ยชื่อเอเลนาตามที่เด็กสาวบอกก่อนหน้าว่า
“เจ้านายครับพอดีที่สาขาเล็ก ๆ ในเมืองต้าเสิ้งของจีน มีเด็กนักเรียนมาซื้อเนกไทแต่เธอบอกให้แจ้งกับเจ้านายว่า เธอชื่อเอเลนา แล้วเจ้านายจะมอบเนกไทให้เธอเองครับ”
อิซานแจ้งให้หวางเสี่ยงหวงเปลี่ยนไปใช้วิดีโอคอลแทนเพื่อให้การสื่อสารชัดเจนขึ้นพลางบอกให้ผู้จัดการหวางนำโทรศัพท์ไปสื่อสารกับเด็กสาวที่อ้างว่าชื่อ “เอเลนา”เพื่อตรวจสอบตัวตนและความถูกต้องอีกครั้ง
“ได้ครับเจ้านายโปรดรอสักครู่” หวางเลี่ยงหวงรู้สึกผิดปกติทันทีที่เจ้านายต้องการพบหน้าเด็กสาว
เขารู้สึกสังหรณ์ใจทันทีว่าข้อความที่เด็กสาวสื่อสารก่อนหน้านั้นจะเป็นความจริงเหตุเพราะปกติแล้วเจ้านายใหญ่จะไม่ให้ความสนใจในเรื่องบริการลูกค้าเล็กน้อยแบบนี้มาก่อน
“คุณหนูครับเจ้านายผมต้องการคุยสายด้วยครับ”
หวางเลี่ยงหวงเลือกที่จะแสดงออกอย่างสุภาพกับเสิ่นลี่อิงเขารับรู้ได้ถึงรัศมีอันทรงพลังของเด็กสาวที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน
เสิ่นลี่อิงยื่นมือออกไปรับโทรศัพท์เพื่อสนทนาแบบเห็นหน้ากับอิซานเธอกล่าวทักทายเขาด้วยภาษาสเปนอย่างคล่องแคล่วพร้อมแจ้งความประสงค์ของตนทันทีว่า
“สวัสดีอิซานฉันเอเลนาในชุดนักเรียน หวังว่าจะจำฉันได้นะ ฉันต้องการเนกไทเส้นนี้แต่เงินฉันมีไม่พอจ่าย”
อิซานจ้องมองภาพของเด็กสาวที่สนทนากับตัวเองเขาพยายามเปรียบเทียบภาพเด็กสาวในชุดเจ้าหญิงและมงกุฎแห่งความหวังกับภาพของเด็กสาวในชุดนักเรียนเมื่อพบว่าตรงกันและมีน้ำเสียงอันคุ้นเคยชัดเจน
เขารีบกล่าวทักทายเสิ่นลี่อิงอย่างนอบน้อมว่า
“พระเจ้า! นายท่านอยู่ที่นี่เองหรือครับ?! ตกลงครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลยเดี๋ยวผมจะแจ้งให้ผู้จัดการมอบบัตรธนาคารให้ด้วย เผื่อนายท่านไว้ใช้จ่ายเล็กน้อย”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับความปรารถนาดีที่อีกฝ่ายมอบให้เธอกล่าวให้กำลังใจในการทำงานของเขาอย่างจริงใจ แล้วยื่นโทรศัพท์ให้กับหวางเลี่ยงหวงเพื่อให้อิซานสื่อสารระหว่างกันเอง
อิซานละล่ำละลักบอกกับหวางเลี่ยงหวงเป็นภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็วโดยมีซุนลี่ซือยืนฟังอยู่ด้วย ทุกคนรับรู้ได้ทันทีว่าเด็กสาวที่อ้างตัวชื่อเอเลนาเป็นใครทว่าอิซานกำชับทั้งคู่ไว้ว่าห้ามแพร่งพรายถิ่นที่อยู่ของเสิ่นลี่อิงเด็ดขาด
ชายหนุ่มหล่อเหลาที่ยังยืนรอฟังผลการตัดสินใจของผู้จัดการอยู่ไม่ไกลนักเขาได้ยินเสียงโวยวายของอิซานดังจากปลายสายอย่างชัดเจน และรู้สึกสงสัยสถานะของเด็กสาวสวยตรงหน้าโดยเฉพาะการสื่อสารด้วยภาษาสเปนอย่างคล่องแคล่วของเธอ ซึ่งไม่ใช่ทักษะที่เด็กนักเรียนทั่วไปจะมีขึ้นได้
จากนั้นเขาและแฟนสาวยิ่งตกใจเพิ่มขึ้นเมื่อผู้จัดการหวางหยิบบัตรธนาคารสีดำที่มีวงเงินสิบล้านหยวนออกจากกระเป๋าพร้อมแจ้งหมายเลขรหัสของบัตรธนาคารให้เด็กสาวอย่างนอบน้อมว่า
“คุณหนูครับ นี่คือบัตรธนาคารที่มีวงเงินสิบล้านหยวนคุณหนูเอาไว้ใช้ตามสะดวกเลยนะครับ หากต้องการเงินเพิ่มมากกว่านี้ให้มาแจ้งที่ผมหรือผู้จัดการซุนลี่ซือหรือผู้จัดการธนาคารโดยตรงก็ได้นะครับส่วนเนกไทรอสักครู่นะครับ พนักงานกำลังจัดใส่กล่องของขวัญให้อยู่”
หวางเลี่ยงหวงเหล่ตามองเพื่อนที่ยืนอยู่ด้านข้าง ทั้งคู่โค้งคำนับเสิ่นลี่อิงอย่างนอบน้อมถึงที่สุดต่างลอบปาดเหงื่อด้วยความโล่งอกที่ไม่ได้แสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อหน้าเจ้านายใหญ่ที่สุด