หลี่หมิงเยว่เหลือบมองของในเกวียนที่อยู่ข้างหลังตน จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาผู้เฒ่าหลิวและเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงซ่าน “ปู่หลิว ข้าลืมบอกท่านไปเลย ข้ามอบหมายเรื่องการเก็บสมุนไพรให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านทำ ส่วนข้าปรุงยาอยู่ที่บ้าน ปู่หลิว ข้ายังไม่ได้ถามท่านแต่ก็ซื้อสมุนไพรมาตั้งมากมายเช่นนี้แล้ว ไม่รู้ว่าปู่หลิวจะยินดีให้ข้าเก็บสมุนไพรที่มากมายเช่นนี้ไว้ที่นี่ได้หรือไม่”
เมื่อผู้เฒ่าหลิวได้ยินว่าพวกมันคือสมุนไพรจริง ๆ ดวงตาชราก็เปล่งประกายทันที เขาลูบเคราพลางอมยิ้มแล้วพูดว่า “แม่หนู เจ้าช่วยข้าได้มากจริง ๆ เพราะเหตุผลบางอย่าง ช่วงนี้จึงมีวัตถุดิบยาไม่เพียงพอ สมุนไพรบนเกวียนของเจ้าต่อชะตาให้พวกเราแล้วล่ะ”
“ปู่หลิวพูดจริงหรือเจ้าคะ? ตอนแรกข้าคิดว่าครั้งนี้ข้าจะทำให้ท่านต้องลำบากเสียแล้ว อีกอย่างนะเจ้าคะ ปู่หลิว วัตถุดิบยาเหล่านี้ของข้ามีแต่จะเพิ่มไม่มีวันลด ไม่ทราบว่าจี้ชื่อถังจะใช้สมุนไพรมากมายเช่นนี้หรือไม่เจ้าคะ” จู่ ๆ หลี่หมิงเยว่ก็นึกถึงเรื่องที่ตนเองปลูกสมุนไพรเองได้ขึ้นมา นางกำลังกลัวว่าจี้ชื่อถังจะไม่อาจรับซื้อสมุนไพรที่มีมากมายขนาดนั้นได้ ดังนั้นจึงได้ถามออกไป
“แม่หนู ไม่ต้องห่วง จี้ชื่อถังของพวกข้าไม่ได้เพียงสาขาในเมืองชิงซานอย่างเดียว แต่ภายในเสวียนเทียนแห่งนี้ จี้ชื่อถังมีทั้งหมดแปดสิบหกสาขา ปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละปีจึงมากมายจนเจ้าต้องตกใจแน่ ๆ เจ้าสามารถขายสมุนไพรได้มากเท่าใด ข้าก็สามารถรับซื้อสมุนไพรเจ้าได้มากเท่านั้น ต่อให้จี้ชื่อถังใช้ไม่หมด ข้าก็จะช่วยเจ้าขายออกไปเอง แต่แม่หนู เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าในใจเจ้ามีแผนการอะไรอยู่” ผู้เฒ่าหลิวที่เห็นนางไม่สบายใจจึงตบอกตนพลางพูดรับปาก
เมื่อหลี่หมิงเยว่ได้ยินว่าจี้ชื่อถังมีสาขาถึงแปดสิบหกสาขา นางจึงวางใจลง “ปู่หลิว ตอนนี้ พวกข้าแค่สอนให้คนในหมู่บ้านขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาขาย แต่พอถึงปีหน้า ข้าจะลองปลูกมันในแปลงเล็ก ๆ ก่อน ข้าขอบอกปู่หลิวตามตรงว่าตอนนี้หลังบ้านข้านั้นมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งที่ปลูกต้นสมุนไพรเอาไว้ทั้งแปลง และพวกมันก็เติบโตได้อย่างดีทีเดียว ข้าเลยวางแผนไว้ว่าหลังจากผ่านวันปีใหม่ไป ข้าจะปลูกสมุนไพรในที่ดินสิบแปลงของที่บ้านข้า หากมีคนในหมู่บ้านอยากจะปลูกด้วย ข้าก็จะสอนให้ ดังนั้นสมุนไพรในปีหน้าอาจจะมีเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ”
“แม่หนู ความคิดนี้ของเจ้าไม่เลวเลยจริง ๆ ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าไม่มีคนปลูกสมุนไพรเลย เพียงแต่จำนวนการปลูกสมุนไพรยังคงมีไม่มาก เพราะจำเป็นต้องใช้แรงมากและต้องดูแลอย่างดี ดังนั้นคนปลูกสมุนไพรจึงมีค่อนข้างน้อย” ผู้เฒ่าหลิวเล่าเรื่องการปลูกสมุนไพรที่เขาพอจะรู้ให้กับหลี่หมิงเยว่ฟังอย่างละเอียด พร้อมกับเอ่ยเตือนหลี่หมิงเยว่อย่างจริงใจ
หลี่หมิงเยว่เองก็รู้ว่าจำนวนการปลูกสมุนไพรในยุคนี้นั้นมีไม่มาก แต่นางก็รู้ว่าเหตุผลนั้นเกิดจากอะไร สิ่งต่าง ๆ ที่นางได้เรียนรู้มากจากชาติภพที่แล้วไม่เคยสูญเปล่า และเมื่อรู้ว่าผู้เฒ่าหลิวผู้เหมือนคุณตาในภพก่อนแสดงความเป็นห่วง ภายในใจเด็กหญิงจึงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา หลี่หมิงเยว่หยิบตะกร้าลงมาจากเกวียน ข้างในตะกร้านั้นเต็มไปด้วยของกินมากมาย ทั้งหัวหมูตุ๋น และขาหมูตุ๋นที่ผู้เฒ่าหลิวชอบกิน รวมทั้งยังมีไส้กรอกที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ อีกด้วย
หลี่เหมิงและคนงานในร้านนำสมุนไพรบนเกวียนลงมาชั่งน้ำหนัก ส่วนหลี่หมิงเยว่ตั้งใจอธิบายวิธีกินไส้กรอกให้ผู้เฒ่าหลิวฟังอย่างละเอียด ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาจากข้างนอก เมื่อผ่านเข้าประตูมา น้ำเสียงที่ไม่พอใจของเขาก็ดังขึ้น
“เสี่ยวหมิงเยว่! เจ้าใจร้ายเกินไปแล้ว พวกเราเป็นหุ้นส่วนกันนะ! มีอาหารจานใหม่น่ากิน แต่ทำไมถึงไม่นำไปให้ที่หอหรูอี้บ้างเล่า” ทันทีที่ผู้ดูแลหลิวก้าวเข้ามาในเรือนก็ได้ยินหลี่หมิงเยว่พูดว่ามีอาหารจานใหม่ เขาอยากจะหยอกล้อเด็กหญิงจึงแสร้งทำเป็นไม่พอใจ
“ไอ้คนหน้าเหม็น แม่หนูนำของกินมาให้ข้า ทำไมเจ้าต้องไม่พอใจด้วย” หลี่หมิงเยว่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ผู้เฒ่าหลิวก็ด่ากราดใส่คนมาใหม่ ชายชราโต้เถียงแทนเด็กน้อยอย่างไม่พอใจทันที
ผู้ดูแลหลิวเห็นชายชราอารมณ์เสีย จึงปั้นหน้าปั้นตาพลางเอ่ยขึ้นว่า “ลุงหก! ข้าจะไปกล้าได้อย่างไร! ข้าแค่ขอให้เสี่ยวหมิงเยว่ส่งอาหารอร่อย ๆ ไปที่หอหรูอี้บ้างก็เท่านั้น”
“เฮอะ ให้ตายยังไงเจ้าก็ไม่กล้า” ผู้เฒ่าหลิวเมินหน้าหนีเขาอย่างเย่อหยิ่ง
“ปู่หลิว ลุงหลิว พวกท่านเป็นญาติกันหรือเจ้าคะ?” หลี่หมิงเยว่มองพวกเขาทั้งสองคนอย่างสงสัย ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความประหลาดใจ
ผู้ดูแลหลิวยกมุมปากยิ้มพลางเอ่ยปากอธิบายเสียงร่าเริง “ผู้เฒ่าหลิวเป็นลุงคนที่หกของครอบครัวข้าเอง”
“เช่นนี้นี่เอง!” หลี่หมิงเยว่เข้าใจได้ในทันที ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงคุ้นหน้าคุ้นตาลุงหลิวนัก
“เสี่ยวหมิงเยว่ เมื่อครู่ได้ยินว่าเจ้าทำอาหารชนิดใหม่ออกมาได้อีกแล้ว คิดจะส่งไปที่หอหรูอี้หรือไม่เล่า?” ผู้ดูแลหลิวที่นึกเรื่องที่พูดคุยกันเมื่อครู่นี้ขึ้นมาได้ก็อดจะถามอีกครั้งไม่ได้
“ลุงหลิว นี่สำหรับลุงเจ้าค่ะ ตอนแรกว่าจะนำไปให้ที่หอหรูอี้ แต่ในเมื่อตอนนี้ลุงหลิวมาแล้วเช่นนั้นข้าจะได้ไม่ต้องไปที่นั่น อาหารเหล่านี้ทำมาจากเนื้อหมูป่าเจ้าค่ะ หากต้องทำออกมาเป็นจำนวนมากล่ะก็ คงจะต้องใช้เนื้อหมูบ้านมาทำแทน ท่านลองชิมดู หากว่าใช้ได้ กลับไปแล้วข้าจะให้คนทำมาเยอะ ๆ เจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าหลิวเห็นว่ามีของผู้ดูแลหลิวด้วยเหมือนกันก็แสดงอาการไม่พอใจเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามันมา ผู้ดูแลหลิวก็บิดตัวหนี หลบมือของผู้เฒ่าหลิวที่ยื่นมาใกล้ แถมยังตะโกนเสียงดังโหวกเหวก “ลุงหก! ปกติข้าก็ส่งอาหารมาให้ท่านไม่น้อยเลยนี่ ทำไมยังจะมาแย่งของข้าอีก ไม่ได้ ไม่ได้ ข้าดูแล้วไส้กรอกนี่สามารถเก็บไว้ได้ ข้ามาคิดดูแล้ว หากรสชาติดีล่ะก็ ข้าจะแบ่งส่งให้ที่บ้านบ้าง”
หลังจากที่ผู้ดูแลหอหรูอี้พูดจบ เขาก็ถือไส้กรอกสองท่อนวิ่งเข้าไปในห้องครัว จากนั้นเอาไปนึ่งตามวิธีที่หลี่หมิงเยว่บอก ระหว่างรอก็ทำน้ำจิ้มถ้วยเล็ก ๆ ขึ้นมา เสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาพร้อมกับจานในมือ เขาวางจานไส้กรอกและน้ำจิ้มลงบนโต๊ะตรงหน้าผู้เฒ่าหลิว แล้วเอ่ยขึ้น “ลุงหก รีบชิมไส้กรอกเร็วเข้า ข้าดมดูแล้วหอมหวนยิ่งนัก”
ผู้เฒ่าหลิวใช้ตะเกียบคีบไส้กรอกในจานเข้าปาก บดเคี้ยวอย่างตั้งใจ ยิ่งเคี้ยวเท่าไรความอร่อยก็ยิ่งแตกซ่าน ต่อมรับรสของชายชราพ่ายแพ้ให้กับรสชาติของไส้กรอกในทันที ดังนั้นทั้งคนหนุ่มและคนแก่จึงผลัดกันขยับตะเกียบคีบอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย จนทำให้หลี่เหมิงที่ชั่งน้ำหนักสมุนไพรเสร็จแล้วจ้องมองมาน้ำลายสอ
“อื้ม! ฝีมือของแม่หนูไม่เลวเลย ไส้กรอกนี่อร่อยจริง ๆ แม่หนู ข้าขอสั่งไส้กรอกกับเจ้าหนึ่งร้อยจิน ปู่หลิวจะไม่เอาเปรียบเจ้าก็แล้วกัน ข้าให้เจ้าจินละหนึ่งร้อยอีแปะว่าอย่างไร?” ผู้เฒ่าหลิววางตะเกียบและตัดสินใจเจรจาสั่งซื้อไส้กรอกกับหลี่หมิงเยว่ทันที
หลี่หมิงเยว่โบกมือแล้วรีบเอ่ย “ปู่หลิว หากท่านจะส่งให้ที่บ้านล่ะก็ หมิงเยว่จะทำให้ท่านเองเจ้าค่ะ จะไปคิดเงินกับท่านได้อย่างไร!”
“แม่หนู ไม่ได้หรอก หากวันธรรมดาข้าได้กินบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ครั้งนี้ข้าจะส่งไปให้ที่บ้านหนึ่งร้อยจิน แค่เนื้อก็ต้องใช้หลายร้อยจินแล้ว ดังนั้นแม่หนู ข้าไม่อยากให้เจ้าเสียเงินไปเปล่า ๆ” ผู้เฒ่าหลิวเองก็ยืนกรานด้วยท่าทางหนักแน่น เสมือนย้ำว่า ‘หากเจ้าไม่เอาเงินข้าจะโกรธ’ สุดท้ายหลี่หมิงเยว่จึงต้องยอมรับข้อเสนอในที่สุด
ผู้ดูแลหลิวยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องไส้กรอก ไม่นึกเลยว่าลุงหกจะตกลงราคากับนางแล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหอหรูอี้ของพวกเขามีร้านสาขาในเสวียนเทียนมากมาย หากยังจะขอสั่งสินค้าจากเด็กน้อยก็คงสั่งปริมาณมหาศาล และนางคงจะไม่สะดวกเป็นแน่
“เสี่ยวหมิงเยว่ เจ้าบอกสูตรไส้กรอกกับเราได้หรือไม่ หอหรูอี้ของพวกข้ามีอยู่ทั่วอาณาจักร หากต้องรอให้ส่งสินค้าออกจากที่นี่เกรงว่าจะลำบากยิ่งนัก แต่ว่าเจ้าไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะขายไส้กรอกนี่ได้เท่าไร พวกข้าจะให้ส่วนแบ่งกำไรกับเจ้า” ผู้ดูแลหลิวคิดพิจารณาอยู่นานก่อนจะเอ่ยปากขึ้น
เมื่อมองไปยังหลี่เหมิง หลี่หมิงเยว่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้คนในหมู่บ้านนั้นค่อนข้างว่าง หากให้คนในหมู่บ้านสกุลหลี่ทำเรื่องนี้ได้ล่ะก็ พวกป้า ๆ น้า ๆ ในหมู่บ้านคงจะมีรายรับอีกช่องทางหนึ่ง “ลุงหลิว สูตรทำไส้กรอกนี้ข้าบอกท่านได้ ท่านก็แบ่งกำไรส่วนหนึ่งให้ข้าตามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ แต่ว่าลุงหลิว ข้าขอเป็นคนจัดการเรื่องทำไส้กรอกในเมืองชิงซานเองทั้งหมดได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากให้ชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลหลี่มีรายได้เพิ่มขึ้น”
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง