บทที่ 13 สุขสันต์วันเกิดนะครับ
“สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่มิกิ ^^”
เป็ประโยคสั้นๆ ที่แสนจะเรียบง่ายที่ผมได้เอ่ยออกไปพร้อมกับยื่นกล่องไม้ที่ผูกริบบิ้นสีแดงให้กับเธอ
“โห…รู้จักทำเซอไพร้เป็กับเขาเหมือนกันนะเนี้ย” สีหน้าที่เศร้าสร้อยของเธอเปลี่ยนเป็ยิ้มและนันย์ตาลุกวาวขึ้นมาทันที
ผมเองก็ได้แต่ยืนอมยิ้มด้วยความเขิน ก่อนจะส่งกล่องนั้นให้
“ลองเปิดดูสิ”
มิกิก้มลงไปมองกล่องไม้เล็กๆ นั้นด้วยความตื่นเต้น เธอยิ้มและช้อนตาขึ้นมามองผมโดยไม่เงยหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่ม ลงมือแกะกล่องไม้เล็กๆ นั่นอย่างบรรจง และทันทีที่สิ่งนั้นปรากฏต่อสายตาเธอ
“ฮะ..! นี่นาย” เธอหันหน้าขึ้นมามองหน้าผมแทบจะทันที พร้อมกับตาที่เบิกกว้างสุดขีด ก่อนจะโผตัวเข้ามากอดพร้อมกับปล่อยน้ำตาร้องไห้โฮออกมา
“ขอบใจนะ..เลโอคุง..”
เป็ประโยคขอบใจที่ดีที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยได้ยินมาเลย มันช่างอบอุ่น นิ่มนวล และหอมไปด้วยกลิ่นกายของเนื้อสาววัยรุ่น
“….” อ่า..ความสุขใจที่ได้ทำเพื่อคนอื่นมันดีแบบนี้นี่เอง
ผมคิดในใจขณะโอบกอดเอาความอบอุ่นสายนั้นที่กำลังแผ่ขยายเข้ามา และแทรกซึมไปทั่วหัวใจจนมันพองโตด้วมความอิ่มเอม
ผมโอบกอดเธอกลับโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไร เรายืนกอดกันแบบนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนที่ผมจะผละตัวเธอออกและทำตัวเป็ผู้ช่วยใส่สร้อยเส้นนั้นให้กับเธอ
ผมเปลี่ยนตำแหน่งไปยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะใช้มือปัดเส้นผมสีดำนุ่มลื่นออกอย่างระมัดระวัง และค่อยๆ ดึงสายสร้อยเข้ามาติดล็อคที่ต้นคอของเธอไว้อย่างนิ่มนวล
“อ๊ะ!..”
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆ มิกิก็เสียหลักล้มทรุดตัวลงมาพิงกับหน้าอกของผม ทำให้ปากและจมูกของผมจูจุ๊บหัวของเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ
“..” หอม มันหอมสุดยอดไปเลย ผมของผู้หญิงนี้ช่างหอมนุ่มนวลซะจริงๆ
นอกจากจะได้ดมกลิ่นเส้นผมของเธอแบบแนบชิดติดจมูกแล้ว ท่อนแขนที่ยื่นไปช่วยกอดประคองตัวเธอไว้ก็ไปช้อนเอาเข้ากับเ้าไดฟุกุคู่ั์สองข้างนั้นเข้าอย่างจัง
“..” ฮืมนี่เธอเป็ผู้หญิงรักอิสระหรือไงกันนะถึงไม่ได้ใส่ยกทรงออกมาทำงาน...นุ่มนิ่มๆ..วิเศษเหลือเกิน โอ้ย..ทนไม่ไหวแล้วแฮะ
ในที่สุดน้องชายของผมก็ลุกแข็งขึ้นไปดันเอาร่องก้นของเธอ..
“อะ..ฮะ”
เธอส่งเสียงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ดูเหมือนจะใอยู่บ้างที่ได้รับรู้ถึงััของแท่งอะไรบางอย่างที่กำลังดันร่องก้นของเธออยู่
ส่วนผมทำใจไว้แล้วว่าเธอต้องหันมาตบผมแน่ๆ เลยหลับตาไว้รอความเ็ปสายนั้นอยู่แล้ว
“คะขอโทษนะ ส้นรองเท้าดันมาหักเอาตอนนี้ซะได้”
“…” หือ…
ไม่เห็นโดนตบเลยแฮะ แถมเธอยังคงยืนนิ่งไม่พายามจะออกไปจากอ้อมแขนของผมอีก แบบนี้เริ่มจะมีหวังแล้วนะเลโอ...หึหึหึ...
ไม่นานนักเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าไปสู่ความสงบ ผมก็พาเธอขึ้นรถ เราแวะซื้อของกินข้างทางและซื้อของที่จำเป็นิดหน่อยก่อนจะมุ่งตรงสู่เส้นทางกลับบ้านที่แทบจะไม่มีรถวิ่งสวนให้เห็นเลยในตอนนี้
ท่ามกลางถนนแห่งความมืดมิดและผืนแผ่นดินอันว่างเปล่าดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้าก็ปรากฏแจ่มชัดชัดขึ้นเคียงคู่กับภาพเกาะลอยของมหานครบาบิโลนที่เรืองแสงเป็สีขาวอ่อนๆ ราวกับอาณาจักรลอยฟ้านั้นคือพระจันท์ในโลกที่ผมจากมา แต่มันมีขนาดใหญ่กว่ามาก
แสงไฟแอลอีดีสีขาวสว่างจ้าจากหน้ารถเวสป้าของผมเป็เพียงแสงสว่างเดียวที่เคลื่อนที่ไหลไปบนพื้นยางมะตอยสีดำอย่างนิ่มนวลและเงียบเชียบ หากมองจากมุมสูงมันดูราวกับเหมือนแมงกระพรุนเรืองแสงที่ล่องลอยไปบนท้องมหาสมุทรสีดอันกว้างใหญ่ไพศาล
ภาพความมืดอันว่างเปล่าจากทั้งสองข้างทางไหลเลื่อนมาจนถึงเขตปลูกข้าวโพดที่มีบ้านเรือนของผู้คนเบาบาง
ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพดกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แต่ผมแทบจะไม่ได้สังเกตดูรอบข้างเลยเพราะสมาธิเกือบทั้งหมดตอนนี้ เพ่งอยู่กับส่วนหน้าอกของมิกิที่แนบชิดติดแผ่นหลังผมแน่น
เธอเป็คนกลัวผี กลัวความมืด เมื่อขับรถผ่านที่เปลี่ยวร้างเช่นนี้ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะหลับตาปี๋กอดและซบลงที่หลังของผมแน่น
“..” เอ๋..แต่ทำไม รู้สึกเหมือนทุกอย่างตอนนี้มันหยุดนิ่งไปหมดนะ
“ปึก..โอ้ย..” ทันใดนั้นดวงจิตของผมก็เหมือนถูกค้อนฟาดเข้าที่กลางหน้าอย่างจังทำให้มันหลุดลอยออกจากร่างทันที
มันลอยสูงขึ้นไปทำมุมสี่สิบห้าองศากับร่างกายเนื้อที่กำลังนั่งอยู่บนมอร์เตอร์ไซขับไปด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ แต่ดูเหมือนเวลาจะเดินช้าลงไปมาก เพราะภาพทั้งหมดที่ผมเห็นจากกลางอากาศตอนนี้มันเคลื่อนไหวเป็ภาพสโลโมชั่น
และในทันทีที่รถยเวสป้าวิ่งผ่านหุ่นยนต์ไล่กาที่ตั้งอยู่ข้างทาง ก็ปรากฏมีกลุ่มมอนสเตอร์เบต้าระดับสี่ราวสิบกว่าตัวพุ่งเข้าจู่โจม ใส่ผมและมิกิที่นั่งมอร์เตอร์ไวอยู่ด้านล่าง ลักษณะร่างกายของพวกมันคล้ายลิงบาบูนที่ไม่มีขน ใบหน้าเหมือนปลวกผุดขึ้นมาจากดิน และพุ่งเข้าจู่โจมพวกเราอย่างไม่ทันตั้งตัว
“…” ชิบหายแล้ว
ผมใแทบช๊อคเมื่อได้เห็นภาพสยดสยองพวกนั้น อย่าให้เล่าเลย...คุณไม่อยากเห็นภาพมิกิตายแบบน่าอนาถอย่างนั้นหรอก และทันทีที่ผมเห็นภาพตัวเองตาย ภาพทั้งหมดก็เหมือนกับถูกรีย้อนกลับพร้อมกับดวงจิตที่ลอยอยู่ของผมก็พุ่งลงกลับเข้าร่างทันที
ผมกลับมาขี่รถเวสป้าเหมือนเดิมโดยมีมิกิซ้อนท้ายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่สิ..มันกำลังจะเกิดขึ้นต่างหาก หุ่นยนต์ไล่กาตัวนั้นอยู้ข้างหน้าผมห่างไปไม่ถึงสามร้อยเมตร
“ฟู๊.…” เสียงลมต้านที่คล้ายกับเสียงเบรคลมของรถบรรทุกที่พ่นสวนกับทิศทางรถดังลั่น พร้อมกับการหยุดของเ้าเวสป้าเครื่องไอออนิกที่หยุดลงแทบจะทันที แต่ก็นิ่มนวล
“มีอะไรเหรอเลโอ”
ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอ แต่หายใจหอบแรง และนึกถึงคำเตือนและพรวิเศษที่ขอกับเทพโลกิไว้ มันคือพรที่ทำให้ผมมีลางสังหรขั้นเทพ และคำเตือนของท่านเทพคือภาพอนาคตที่เห็นอาจจะโหดร้าย มันโหดร้ายจริงๆ โหดร้ายมาก เพราะภาพที่ผมเห็นคือร่างของมิกิที่เต็มไปด้วยเืนอนตายอย่างน่าอนาถ
แต่ยังดีที่มันยังไม่เกิดขึ้นเพราะฉนั้น...
“ฉันจะเป็คนปกป้องเธอเองมิกิ” อยู่ดีๆ ผมก็พูดกับเธอออกไปอย่างนั้นด้วยท่าทีและสีหน้าจริงจังราวกับเป็พระเอก. # เื่นี้ถ้านายไม่เป็แล้วใครจะเป็ละฟระ