ศนิสร้างกำแพงพลังให้อาวุธหยุดลงแล้วลอยนิ่งอยู่กลางอากาศเขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าอมรต้องใช้ ‘ธนูที่หัวทำจากเศษเสี้ยวของผลึกกาลที่แตก’วันที่พระเสาร์ถูกตัดสินโทษ ผลึกกาลได้ถูกพระสูรยะและเหล่าเทพช่วยกันพยายามจะทำลายแต่ทำไม่ได้ หนำซ้ำผลึกกาลยังแตกออกเพียงแค่สองส่วนแต่ในระหว่างที่ผลึกกาลแตกนั้นมันได้มีเศษเสี้ยวล่วงหล่นลงไปยังโลกมนุษย์เป็ร้อยเป็พันชิ้นแม้จะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายละเอียด แต่อานุภาพของมันไม่ได้ลดลงเลย
เวลา 212 ปี นอกจากอมรใช้เพื่อรวบรวมกิเลสของมนุษย์แล้วเขายังตามหาเศษเสี้ยวของผลึกกาลไปทั่วโลก รอเวลาแล้วลงไปมือในวันนี้ นั่นเพราะความแรงของธนูที่ถูกฟาดด้วยพลังและความทรงพลังของผลึกกาลจึงจะสามารถทำให้พระเสาร์หลั่งเืได้
อมรส่งธนูหัวเสี้ยวผลึกกาลมาอีกมากมายหลายร้อยดอกแต่กลับถูกขึงตรึงไว้ตรงกำแพงพลังของพระเสาร์แล้วเพียงพริบตาเดียวตัวธนูที่ทำจากไม้ก็ถูกเผาจนวอด ส่วนเศษเสี้ยวผลึกกาลทั้งหมดถูกฟาดกลับจนอีกฝ่ายหลบแทบไม่ทัน
เมื่อไม่อาจเปลี่ยนใจอมรได้แล้วการต่อสู้เพื่อชนะอีกฝ่ายจึงเป็ทางที่ศนิไม่อยากเลือก เขาสาดพลังใส่ที่โดมเพื่อให้มันพังทลายในขณะที่อมรพยายามผสานผนังโปร่งแสงนั้นให้กลับมา การขังศนิไว้ในที่แห่งนี้เป็หนทางเดียวที่เขาจะชนะแสงสีม่วงและเงาสีดำกำลังถาโถมใส่กันในโดมแห่งนั้นการต่อสู้ได้พันตูกันอย่างเอาเป็เอาตาย แต่ความได้เปรียบค่อยๆเป็ของอมรที่พลังยังเต็มเปี่ยม ในขณะที่ศนิเหลือพลังอีกไม่มากแล้ว อมรยิ้มหยันพอใจหากต้องต่อสู้อยู่ในที่แห่งนี้สักปีก็ย่อมเป็ไปได้เมื่อถึงเวลานั้นพระเสาร์คงเหลือแต่เศษละอองของดวงจิตแล้ว อีกทั้งเขายังได้ผลึกกาลครึ่งหนึ่งจากพระเสาร์ช่างเป็การแก้แค้นที่เขาได้กำไร หลังจากนั้นเขาไปฆ่าธามิณีเพื่อให้ได้ผลึกกาลมาก็ไม่ใช่เื่ยากแล้ว
ธามิณีลืมตาเมื่อรู้สึกว่าไม่มีลมพัดใส่ร่างและไม่รู้สึกว่ากำลังดิ่งลงร่างของเธอหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศห่างจากพื้นหญ้าเพียงไม่กี่คืบเท่านั้นเธอยื่นแขนออกไปแล้วใช้มือยันพื้น ก่อนจะโน้มขาลงมาแล้วนอนลงมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวเธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเองและเสียงหอบที่ผ่านความตายมาอย่างไม่น่าเชื่อศนิปกป้องเธอใช่ไหม แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ก็ตาม
แย่แล้ว!
ธามิณีลุกขึ้นพลางมองไปรอบตัวเพื่อดูว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนแต่ว่ามันไม่สำคัญอีกแล้วตอนนี้ที่สำคัญมีเพียงหากศนิหมดพลังแล้วออกมาจากที่แห่งนั้นไม่ได้ล่ะตอนนี้เธอทำอะไรได้บ้าง
ธามิณีมองหาบางอย่างก่อนจะเดินไปให้เร็วที่สุดเธออยากจะวิ่งให้เร็วๆ แต่ตอนนี้แค่เดินก็ร้าวไปทั้งร่างจนแทบจะทรุดลงกอง ทว่าเธอจะยอมแพ้แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
มีปากกาหนึ่งด้ามตกอยู่ตรงลานน้ำพุตอนนี้ธามิณีคิดว่าตัวเองคงอยู่ในหมู่บ้านหรือสวนสาธารณะสักแห่งเธอวางฝ่ามือแนบกับพื้น หากเืของเธอหรือแม้การตกอยู่ในห้วงความเป็ความตายสามารถนำพาศนิให้มาหาเธอได้การใช้วิธีนี้ก็อาจจะได้ผล หญิงสาวจับด้ามปากแน่นพร้อมกับสูดหายใจจนลึกก่อนจะเงื้อมือที่กำปากกาขึ้นแล้วแทงปลายปากกาเข้าไปที่หลังมือของตัวเองอย่างไม่ลังเล
“โอ้ย...”
ธามิณีเจ็บจนน้ำตาไหลเืไหลออกมาจากแผลสดเธอหวังอย่างเดียวว่าการทำแบบนี้จะทำให้ศนิถูกดึงออกมาจากที่แห่งนั้นเธอกลัวว่าเขาจะตาย หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับกำลังวิ่งและไม่สามารถหยุดได้พลันเกิดสายฟ้าฟาดบนท้องฟ้าจนสว่างไสวไปทั่ว ก่อนจะกลับสู่ความมืดที่มีเพียงไฟจากเสาข้างทางให้ความสว่างเท่านั้น
ธามิณีมองไปรอบตัวหวังใจว่าวินาทีข้างหน้าร่างของศนิจะปรากฎขึ้นแต่หลังจากผ่านไปอีกวินาที เธอเหลียวมองไปรอบตัวเพื่อที่จะพบกับความว่างเปล่า
“ไม่ได้ผลเหรอ”
ความเคว้งคว้างโดดเดี่ยวที่ศนิกำลังเผชิญช่างน่ากลัวเพราะฉะนั้นธามิณีจะไม่ยอมให้ตัวเองยอมแพ้หญิงสาวเงื้อมือที่กำปากกาขึ้นกำลังจะแทงที่หลังมือตัวเองอีกครั้งหากว่ามันจะช่วยให้ศนิออกมาจากที่แห่งนั้นได้
“อย่า...!”
มือที่เงื้อของธามิณีถูกคว้าไว้พอหันไปเธอเห็นศนิอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะร่างของเขาจะวาร์ปห่างออกไปแล้วยกมือขึ้นเพื่อสร้างครอบพลังไว้รอบกายของธามิณีเขามองไปรอบกายพร้อมสำหรับการจู่โจมต่อไปนี้ไม่ว่าเทพหรือปีศาจไม่สามารถทำร้ายเธอได้ง่ายๆ อีก
“คุณาเ็มากไหม”ธามิณีถามพลางวิ่งมาหาเมื่อเห็นว่าร่างของศนิกำลังทรุดลง าเ็ขนาดนี้แล้วเขายังมาห่วงเธออีก
ศนิใช้พลังที่เหลือไม่มากดึงธามิณีเข้ามาแล้วโอบเอวบางไว้เขาประเมินพลังของตัวเองพลาดไป ตอนนี้แม้แรงที่จะยืนยังยากลำบากการปกป้องธามิณีคงเป็ไปได้ยากแล้ว พลันเืได้ไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขา
“ศนิ...คุณไม่ต้องทำอะไรแล้วได้ไหมตอนนี้คุณดูาเ็มาก”
“กอดผมไว้”ศนิบอก
ไม่มีความลังเลใดๆยามที่ธามิณีเข้าไปกอดศนิเอาไว้แน่นไม่ใช่กลัวว่าตัวเองจะเป็อะไรแต่กลัวว่าศนิจะผลักไสเธอให้ปลอดภัยเพียงลำพัง แล้วเขาต้องไปอยู่ในอันตรายเพียงคนเดียวอีก
การผนึกพลังทำเป็โดมอีกชั้นเพื่อกักขังอมรไว้ในอุโมงเวลาจะยื้อไว้ได้นานเท่าไหร่ศนิเองก็ไม่แน่ใจนัก เพราะฉะนั้นเขาต้องคิดให้ออกว่าต้องทำอย่างไรก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับอมรอีกครั้ง
ธามิณีแน่ใจว่าอยู่กลางสนามหญ้าในวินาทีหนึ่งแต่แล้วเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาหลังจากกอดศนิไว้แน่น ทุกอย่างรอบกายก็พลันเปลี่ยนไปกลายเป็รายล้อมด้วยผ้าม่านสีเทาภายในห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งสว่างละมุนตาไม่ได้เจิดจ้า ทว่าก็เห็นทุกอย่างชัดเจนภายนอกที่ธามิณีเห็นเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้รายล้อม ตอนนี้ศนิพาเธอมาที่ไหนกัน ทำไมถึงเงียบและเต็มไปด้วยป่าแบบนี้เขาวาร์ปมาถึงป่าแอมะซอนหรือไง
“ปลอดภัยแล้ว”ศนิเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “บ้านหลังนี้อยู่กลางหุบเขาที่มีพลังของฉันปกป้องไว้ไม่ว่าใครก็เข้ามาที่นี่ไม่ได้ นอกจากฉันคนเดียว”
ธามิณีหันมามองศนิพลางคลายกอดเพื่อที่จะได้ดูให้แน่ชัดว่าเขาาเ็ตรงส่วนไหนของร่างกายบ้างทว่านอกจากที่มุมปากซึ่งมีคราบเืแล้ว เธอไม่เห็นส่วนใดในร่างกายของเขามีาแทว่าใบหน้าของเขากลับซีดเผือดแทบจะไร้สีเื เขาาเ็แน่ๆ แต่ตรงไหน
“อย่าทำแบบนี้อีกนะ”ธามิณีโผเข้าไปกอดศนิเอาไว้แน่นแล้วเป็ฝ่ายร้องไห้เสียเอง “ถ้าคุณตาย ธามคงโทษตัวเองไปตลอดชีวิต”
“เวลานั้นยังไม่มาถึงง่ายๆหรอก”
แสดงว่าต่อให้าเ็สาหัสศนิก็ตายไม่ได้ใช่ไหมธามิณีคิดแล้วยิ่งกลัวจนกอดเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม “ถ้าตอนนั้นธามยังไม่ตายแล้วคุณไม่อยากจากไปอย่างโดดเดี่ยวก็พาธามไปด้วย”
มนุษย์คนแรกที่เต็มใจตายไปพร้อมกับเทพกึ่งมนุษย์งั้นหรือเรียวปากที่เม้มปิดค่อยๆ แย้มยิ้ม เขามีชีวิตที่รู้จักเจ็บแต่เบื้องบนไม่ยอมให้เขาตายมานานจนกระทั่งในวันนี้ได้ยินมนุษย์ที่เปราะบางพยายามปกป้องเขาและเต็มใจตายไปพร้อมกับเขากระนั้นหรือสายตาเชื่อมั่นและห่วงใยคู่นี้เองที่ทำให้ศนิถอนใจด้วยความรู้สึกที่ยากจะตอบตัวเองได้ว่าตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาเขาสมควรได้รับสิ่งนี้จากมนุษย์หรือเปล่า
“เธอคงไม่รู้ตัวกระมังว่าาเ็ยิ่งกว่าฉันเสียอีก”
ธามิณีสูดหายใจแรงเพิ่งรู้ตัวว่าปอดเหมือนถูกบีบอัดจนกระทั่งอากาศที่้าในตอนนี้เข้าไปไม่สะดวก เธอยกมือกุมหน้าอกก่อนจะล้มลงแต่เธอไม่ได้ลงไปกองกับพื้นเมื่อมีศนิประคองร่างเอาไว้ แต่แล้วสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดสำหรับธามิณีก็เกิดขึ้นร่างของเธอลอยขึ้นกลายเป็นอนนิ่งกลางอากาศ
“ธาม...หายใจไม่ออก”
ศนิใช้พลังที่เหลือไม่มากของตัวเองรักษาธามิณีขอแค่ให้เธอกลับมาหายใจได้ก่อนแต่สิ่งที่เขาไม่เคยพบมาก่อนและคิดไม่ถึงกลับเกิดขึ้นผลึกกาลลอยขึ้นมาจากอกข้างซ้ายของหญิงสาว
มันยังไม่ถึงเวลาสิ้นอายุขัยของธามิณี!
ศนิรีบแบ่งพลังมาที่มืออีกข้างแล้วดันให้ผลึกกาลกลับเข้าไปอยู่ที่หัวใจของธามิณีดังเดิมแม้ผลึกกาลจะเกิดการต่อต้านไม่ยอมกลับไปเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์
“อดทนเอาไว้ก่อนนะธาม”
ธามิณีพยักหน้าเริ่มกลับมาหายใจได้เองแล้วแม้จะเหมือนมีหนามแหลมคมอยู่ตลอดเส้นทางที่อากาศเดินทางไปยังปอด ร่างของเธอค่อยๆ ขยับลงไปกระทั่งไปอยู่ในอ้อมแขนของศนิที่มากอดรับไว้เขาอุ้มเธอเดินเร็วๆ ไปที่เตียง เธอเห็นเขามองบางอย่างที่อาจจะกำลังลอยอยู่เหนือหัวใจของเธอแต่เธอกลับไม่เห็นอะไรนอกจากความว่างเปล่า ผลึกกาลหน้าตาเป็อย่างไรกันนะ มีแค่เขาเพียงคนเดียวที่สามารถเห็นมันได้ใช่หรือเปล่า
“นอนนิ่งๆก่อนนะ ฉันจะทำให้ผลึกกาลกลับไปอยู่ที่หัวใจของเธอ ถ้าไม่ทำแบบนี้ เธออาจจะตาย”
คำว่า ‘ตาย’ ทำไมถึงวนเวียนในชีวิตของเธออยู่ตลอดเวลานะแต่พอคำนี้ออกมาจากปากของชายที่ชื่อว่าศนิ ธามิณีกลับรู้สึกว่ามันยังไม่เกิดขึ้นเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เธอตายหากยังไม่ถึงวันสิ้นอายุขัยซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันจะเร็วหรืออีกยาวนานความรู้สึกอุ่นใจแบบนี้เธอไม่ได้รับมานานแล้ว คงั้แ่พ่อกับแม่จากไป
ทำไมเขาถึงต้องมาช่วยเธอไว้หลายต่อหลายครั้งหากว่าเพื่อผลึกกาล ตอนนี้ก็เป็โอกาสหากเขาจะรอเธอตายแล้วรับผลึกกาลคืนไปไม่ใช่หรือ
“อย่าคิดอะไรเพ้อเจ้อ”
แม้ว่าศนิจะไม่ได้ยินว่ามนุษย์กำลังคิดอะไรแต่การอ่านสีหน้าก็พอจะเดาได้ว่าตอนนี้ธามิณีกำลังคิดว่าเขาช่วยชีวิตเธอไว้เพราะอะไร
“ขอโทษค่ะ”
เรียวปากหนาแย้มบางๆเื่แค่นี้ธามิณีไม่ต้องมาขอโทษเขาก็ได้ ศนิใช้สมาธิเพื่อควบคุมให้แสงสีม่วงซึ่งเป็พลังจากเขาผลักดันผลึกกาลให้กลับไปยังหัวใจของธามิณีแต่พลังกลับเหมือนกำลังต่อต้านกันไปมา ศนิหายใจหอบๆ เพราะเขาเองก็กำลังจะไม่ไหวแล้วเช่นกันการที่เวลานี้ท้องฟ้ามืดมิดเข้าสู่คืนเดือนดับทำให้ยิ่งลดทอนหลังของเขาลงไปอีกตอนนี้มันจึงไม่ต่างจากเขากำลังสู้กับพลังของตัวเอง
ภายในสัปดาห์นี้โบว์จะวางขาย ขอเพียงรักนี้นิรันดรแล้วนะคะเพราะตรวจต้นฉบับรอบสุดท้ายจะเสร็จแล้ว เอาไว้จะมาแจ้งความคืบหน้านะคะ ส่วนจะลงให้อ่านถึงบทที่เท่าไหร่เดี๋ยวจะมาแจ้งที่หน้า wall ของนิยายนะคะ
ขอให้มีความสุขในวันหยุดขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี