ทุกคนมองไปตามเสียงปริศนานั้น ก็เห็น คุณหนูใหญ่ แห่งตระกูลเหรินเป็ผู้ประมูลคนล่าสุด
“นางเป็ใครงั้นหรือ” ซวงเหมยพูดพึมพำ
“นางเป็บุตรสาวคนโตของพ่อค้าผ้าที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นฉิน ซึ่งมีนามว่า เหรินซวง” ท่านเศรษฐีเหลียงกังเป็ผู้อธิบาย
“นางมองมาที่ท่านอย่างไม่ละสายตา แสดงว่าพวกท่านสนิทสนมกันงั้นหรือขอรับ” ซวงเหมยสงสัย
“ไม่ถูกกันมากกว่า นางคงเห็นข้ามาประมูลสินค้าตัวนี้ นางก็เลยจะประมูลตามเพื่อแข่งกับข้า ว่าแต่ทำไมเ้าไม่สู้ราคาล่ะ ไหนว่าอยากได้ไหโบราณไงล่ะ” เหลียงกังสงสัย
“เอ่อ ข้ามีอัฐติดตัวไม่เยอะขนาดนั้นขอรับ ก็เลยว่าจะหันไปประมูลสินค้าตัวอื่นดีกว่า” ซวงเหมยรีบแก้ตัว
“ข้าให้กู้เอามั้ย” เหลียงกังเสนอ
“ไม่เป็ไรขอรับ” ซวงเหมยรีบส่ายหน้าทันที
“2000 ตำลึง” เหลียงกังะโเสนอราคา
“3000 ตำลึง” เหรินซวงก็ไม่ยอมแพ้
“6000 ตำลึง” สักพักหานเยี่ย พ่อค้าขายเกลือที่แอบหลงรักคุณหนูใหญ่ก็เสนอแข่งเช่นกัน
“8000 ตำลึง” ฉายยี่ผู้วิ่งกระหืดกระหอบมาถึงจุดประมูลไห ก็รีบให้ราคา
“ข้าว่าไม่คุ้ม ข้าไปดูสินค้าตัวอื่นดีกว่า” เหลียงกังจูงมือซวงเหมยไปที่อื่นอย่างเอาแต่ใจ
“เอ่อ เดี๋ยวสิท่าน ทำไมต้องลากข้าไปด้วยล่ะขอรับ” ซวงเหมยใที่ถูกลากจูง
“ข้าจะแนะนำสินค้าให้ รับรองว่าถ้าเ้าประมูลได้ เ้าจะไม่ผิดหวังแน่นอน” เหลียงกังกล่าวอ้าง
“ไม่เป็ไรก็ได้ขอรับ” ซวงเหมยคิดว่านางไม่มีอัฐประมูลสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น
“เอ่อ ข้าขอดูการประมูลไหที่นี่นะขอรับ” จือิะโบอกเ้านาย
ซวงเหมยอยากให้สาวใช้ไปด้วย แต่นางก็กลัวว่าเถ้าแก่หลีฟุจะไม่จ่ายค่าไหโบราณ ดังนั้นนางจึงจำเป็ต้องให้จือิเฝ้าจับตาดูท่านหลีฟุอย่าให้คลาดสายตา นางจึงพยักหน้าตอบรับและยอมไปกับเศรษฐีเอาแต่ใจเพื่อดูสินค้าประมูลตัวอื่นๆ
“8000 ตำลึงครั้งที่หนึ่ง 8000 ตำลึงครั้งที่สอง 8000 ตำลึงครั้งที่สาม ถ้าไม่มีใครประมูลแล้ว ไหชิ้นนี้ตกเป็ของท่านฉายยี่” เ้าหน้าที่ที่ดูแลการประมูลไหกล่าว
และแล้วท่านฉายยี่ก็กลายเป็ผู้ชนะการประมูล ทั้งนี้เพราะพอเหลียงกังเลิกสนใจไห คนอื่นที่้าแข่งกับท่านเหลียงกังก็เลิกสนใจไหตามไปด้วย แต่สำหรับฉายยี่นั้น เขา้าไหใบนี้จริงๆ
********************************************
“ท่านจะประมูลอะไรหรือขอรับ” ซวงเหมยรีบถาม
“สร้อยมรกต” เหลียงกังกล่าวสั้นๆ
“ท่านจะมอบให้คนรักหรือขอรับ” ซวงเหมยสงสัย
“เปล่า! สร้อยนี้เป็สร้อยที่ข้าใช้หมั้นคุณหนูรองแห่งตระกูลเหริน แต่เพราะคุณหนูใหญ่ไม่ชอบขี้หน้าข้าจึงบังคับน้องสาวให้ถอนหมั้น ข้ายอมถอนหมั้น แต่ไม่รับของหมั้นคืน คุณหนูใหญ่ก็เลยนำสร้อยของหมั้นมาประมูลแบบนี้” เหลียงกังยอมเล่า
“แล้วท่านก็จะทุ่มทุนประมูลคืนงั้นหรือขอรับ” ซวงเหมยสงสัยเพราะในตอนแรกเขาเลิกสนใจสร้อยเส้นนี้จนถึงขั้นให้ผู้อื่นไปเลยโดยไม่ยอมทวงของหมั้นคืน แต่เหตุไฉนตอนนี้ถึงมาประมูลเพื่อนำสร้อยกลับคืนแบบนี้
“ข้ามารู้ทีหลังว่าสร้อยนั่นเป็มรดกตกทอดมาหลายชั่วคนแล้ว ข้าจะไปขอของหมั้นคืน ทางนั้นก็ไม่ยอมเสียแล้ว” เหลียงกังรู้ตัวว่าตนพลาด
“ท่านพาข้ามาประมูลด้วยเพื่ออะไรล่ะขอรับ” ซวงเหมยสงสัย
“ข้าอยากคบเ้าเป็สหาย ข้าเห็นเ้าแล้วก็รู้สึกถูกชะตา ข้าก็เลยว่าหากข้าประมูลสร้อยได้ ข้าจะมอบให้เ้า” เหลียงกังกล่าว
“แล้วข้าจะเอาไปทำอะไรล่ะขอรับ” ซวงเหมยปลอมตัวเป็ชายอยู่ และสร้อยนั่นก็เป็สร้อยสำหรับผู้หญิง
“ข้าดูออกว่าเ้าเป็ผู้หญิง เ้าตบตาข้าไม่ได้หรอก” เหลียงกังยอมเผย
“อะไรนะ!” ซวงเหมยใที่รู้ว่ามิอาจตบตาชายผู้นี้ได้
“เ้าเองก็น่าจะรู้ว่าข้าถูกใจเ้ามาก” เหลียงกังส่งสายตาเ้าชู้ใส่นาง
“เอาล่ะ ในเมื่อท่านรู้แล้วว่าข้าเป็ผู้หญิง และไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร งั้นข้าขอตัว” ซวงเหมยเลิกแสดงละครทันที
“เดี๋ยวสิ! เ้าไม่สนใจสร้อยมรกตงั้นหรือ” เหลียงกังคิดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบเครื่องประดับ
“ข้าไม่รับของจากคนแปลกหน้า ข้าไปล่ะ” ซวงเหมยเดินหนีเสียดื้อๆ
สักพักซวงเหมยก็ถูกจี้จุดทำให้ขยับไม่ได้ และถูกจับให้นั่งอยู่เคียงข้างเศรษฐีเอาแต่ใจคนนั้น
“ท่านจะทำอะไรน่ะ” ซวงเหมยขยับปากได้อย่างเดียว
“ดูข้าประมูลั้แ่ต้นจนจบ ถ้าข้าชนะการประมูล ข้าจะมอบสร้อยเส้นนี้ให้เ้าสวม” เหลียงกังกล่าวอย่างเผด็จการ
“ข้าไม่ใช่ผู้หญิงของท่านนะ” ซวงเหมยรีบแย้ง
“ข้าจะจองเ้าไว้ก่อน รอวันที่เ้ายอมใจอ่อนเปิดใจให้ข้าในสักวัน” เหลียงกังกล่าว
“ไม่มีวันนั้นหรอก” ซวงเหมยไม่ชอบคนเ้าเล่ห์อย่างเขา
“เลิกพูดเถิด ตอนนี้เ้าแต่งเป็ชาย อย่าลืมสิ” เหลียงกังเตือน
ซวงเหมยจำเป็ต้องเงียบ เพราะกลัวคนนั่งข้างๆ จะสงสัย นางคิดในใจว่า “ข้าไม่น่ายุ่งเกี่ยวกับชายน่ากลัวคนนี้เลย”
และแล้วเศรษฐีเหลียงกังก็ให้ราคาสูงจนไม่มีใครแข่งประมูลด้วย โดยจบที่ราคา 9000 ตำลึง
พอเหลียงกังมอบตั๋วเงินให้กับพ่อบ้านแห่งตระกูลเหรินแล้ว เขาก็รีบคลายจุดให้กับหญิงที่ปลอมเป็ชาย และลากนางไปที่ด้านหลังของโรงประมูล
“ตามสัญญา ข้าจะสวมสร้อยให้เ้าเอง” เหลียงกังกำลังจะสวมสร้อยให้ แต่หญิงสาวรีบเดินหนี
“ข้าไม่รับ และท่านก็บังคับข้าไม่ได้ด้วย” ซวงเหมยคิดว่าถึงสวมสร้อยในตอนนี้ พอนางหลุดเป็อิสระจากชายคนนี้ นางก็จะรีบถอดออกทันที
“งั้นเอาอย่างนี้ ข้าเชื่อในเื่ของบุพเพสันนิวาส หากพวกเราได้เจอกันอีก เ้าจะต้องสวมสร้อยของข้า ตกลงมั้ย” เหลียงกังเสนอเงื่อนไข
“ทำไมข้าต้องตกลงด้วย” ซวงเหมยไม่เข้าใจ
“เลือกเอา ว่าอยากมีข่าวกับข้าจนกลายเป็ที่โจษจันไปทั่วเมือง หรือยอมทำตามข้อตกลงของข้า” เหลียงกังเป็คนที่มีชื่อเสียง หากเป็ข่าวกับเขา ทุกคนก็จะจับจ้องไปที่หญิงสาวทุกฝีก้าว ทำให้ชีวิตของนางไม่สงบสุขอีกต่อไป
“ข้า….” ซวงเหมยกำลังจะเถียง แต่ได้ยินเสียงสาวใช้
“แย่แล้ว! เกิดการทะเลาะกันระหว่างเถ้าแก่หลีฟุกับท่านฉายยี่ขอรับ” จือิวิ่งเข้ามารายงานเ้านาย
“ทำไมล่ะ” ซวงเหมยสงสัย
“ท่านรีบไปดูเถิดขอรับ” จือิไม่มีเวลามาอธิบาย
ซวงเหมยจึงรีบวิ่งตามจือิไปดูเหตุการณ์ทะเลาะวิวาททันที
********************************************
ณ ห้องพักของเถ้าแก่หลีฟุในโรงประมูล
“ตั๋วเงินก็ให้ไปแล้ว ไหโบราณนี้ก็กลายเป็ของข้า ข้าจะทำอะไรกับไหก็ได้” ฉายยี่้าจะทุบไหเพื่อเอาอะไรบางอย่าง
“ข้าไม่รับตั๋วเงินแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายไหโบราณนี้ ท่านรู้มั้ยว่ามันเป็ศิลปะที่ต้องรักษาให้อยู่จนชั่วลูกชั่วหลาน” หลีฟุชื่นชอบลวดลายบนไหมาก และอยากเก็บรักษาไว้
“นี่คือไหที่ท่านพ่อของข้าได้ปั้นและแกะสลักลวดลายไว้ แต่มันหายสาบสูญไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ความเป็จริงมันเป็สมบัติประจำตระกูลข้าอยู่แล้ว” ฉายยี่แสดงความเป็เ้าของ
“ถ้าเป็เช่นนั้นจริง ท่านก็ยิ่งต้องรักษาสมบัติของพ่อท่านสิ เหตุใดถึงต้องทุบให้แตกด้วยล่ะ” หลีฟุไม่เข้าใจ
“ท่านพ่อของข้าสั่งเสียก่อนตายว่าได้ซ่อนสมบัติไว้ในไหใบนี้ ข้า้าทรัพย์สมบัติ ก็ต้องทุบไหนี้สิ” ฉายยี่คิดว่าลายแทงสมบัติอาจอยู่ในไห
“แล้วถ้ามันไม่เป็ไปตามที่ท่านคิดไว้ล่ะ หากในไหนี้ไม่มีอะไรซุกซ่อนอยู่อย่างที่ท่านว่า ก็เท่ากับว่าท่านได้ทำลายไหที่พ่อของท่านอุตส่าห์ปั้นขึ้นมานะ” หลีฟุกล่าวเตือน
“ไม่รู้ล่ะ นี่คือไหของข้าแล้ว ข้าจะทำอะไรกับไหใบนี้ก็ได้” ฉายยี่กล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“ในเมื่อเ้าจะทำลายไห ข้าไม่รับตั๋วเงินของเ้า เอาไหของข้าคืนมา” หลีฟุไม่ยอมยกไหให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า
“ไม่! ข้าเป็ผู้ชนะประมูล ข้าเป็เ้าของไหใบนี้แล้ว” ฉายยี่กล่าวอ้าง
“เอ่อ ขออภัยด้วยขอรับ ข้าขอขัดจังหวะหน่อยนะขอรับ” ซวงเหมยกล่าว
“เ้าเป็ใคร อ้อ ข้าจำเ้าได้ เ้าเป็ผู้หญิงที่ดูแลร้านขายของเก่านี่ ข้าบอกแล้วไงว่าจะนำอัฐพันตำลึงไปให้แน่นอน ข้าไม่ตระบัดสัตย์หรอก” หลีฟุชี้ไปที่จือิ
“เื่นั้น ข้าเชื่อท่านขอรับ แต่มีเื่นึงที่ข้าต้องบอกท่านฉายยี่” ซวงเหมยรีบพูด
“มีอะไรก็ว่ามา” ฉายยี่รอฟัง
“ท่านยืนยันจริงๆ ใช่มั้ยขอรับ ว่านี่คือไหประจำตระกูลของท่าน” ซวงเหมยถามย้ำ
“ใช่! นี่คือไหที่พ่อข้าปั้นมากับมือ ข้าจำได้” ฉายยี่กล่าวอย่างมั่นใจ
“เหตุใดท่านถึงจำได้ล่ะขอรับ” ซวงเหมยสงสัย
“เพราะที่ผนังห้องทำงานของท่านพ่อ มีลวดลายเหมือนกับลวดลายบนไหใบนี้ไม่มีผิดเพี้ยนน่ะสิ” ฉายยี่อธิบาย
“งั้นหรือ ว่าแต่ท่านพ่อของท่านสั่งเสียว่าทรัพย์สมบัติอยู่ในไหจริงๆ งั้นหรือ” ซวงเหมยสงสัย
“ใช่! ข้าจำจนขึ้นใจเลยล่ะ” ฉายยี่จดจำไม่เคยลืม เขาจึงเดาว่าท่านพ่อต้องซุกซ่อนลายแทงไว้ในไหใบนี้
“แต่ทุกคนต่างมองเห็นว่า นี่คือไหเปล่านะ จะมีสมบัติอยู่ได้อย่างไร” ท่านหลีฟุแย้ง
“มันอาจซุกซ่อนลายแทงอยู่ก็เป็ได้” ฉายยี่กล่าว
“ข้าว่าไม่นะขอรับ เพราะดูจากไหแล้ว ท่านพ่อของท่านจะต้องทะนุถนอมไหเป็อย่างดีแน่นอน ท่านคงไม่มีวันให้ท่านทำลายไหใบนี้เป็แน่ งั้นเอาอย่างนี้ ท่านลองยกไหไปวางไว้ตรงจุดเดิม หรือไม่ก็วางตรงตำแหน่งที่มีลายสลักเหมือนลวดลายของไหเถิด” ซวงเหมยแนะนำ
“ทำเพื่ออะไร” ฉายยี่ไม่เข้าใจ
“ลองดูก็ไม่เสียหลายนี่ท่าน” ซวงเหมย้าทดสอบความคิดของนาง
“ข้าไม่ยอมมอบไหให้ชายคนนี้ เขาอาจทำลายไหใบนี้ก็เป็ได้” หลีฟุกล่าว
“งั้นพวกเราก็ตามไปดูสิขอรับ” ซวงเหมยแนะนำอีก
“ข้าไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าบ้านของข้า” ฉายยี่กล่าว
“ข้าคือเหลียงกัง ข้าขอรับประกันพวกเขา” เหลียงกังกล่าวรับรอง
“ข้าเชื่อใจท่าน แต่ข้าไม่มีวันเชื่อใจพวกเขาขอรับ” ฉายยี่นับถือท่านเหลียงกังก็จริง แต่เขาไม่ไว้ใจคนแปลกหน้า
“ถ้าข้าไปด้วยล่ะ” เหลียงกังกล่าว
“ถ้าท่านยินยอมคุ้มครองความปลอดภัยของข้า ข้าก็จะยินยอมให้พวกเขาเข้าบ้านของข้าขอรับ” ฉายยี่ต้องปกป้องตัวเอง
ซวงเหมยคิดในใจว่า “เหลียงกังเป็ผู้มีอิทธิพลจริงๆ ใครๆ ก็เชื่อใจเขา”
“งั้นข้าจะถือไหใบนี้ให้เอง ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ทำลายและไม่ขโมยไหพวกเ้าไป ตกลงมั้ย” เหลียงกังทำเพื่อตัดปัญหา
“ขอบคุณมากขอรับ” ฉายยี่กล่าว
ซวงเหมยแปลกใจมากที่เห็นว่าทั้งเถ้าแก่หลีฟุและฉายยี่ต่างให้ความเคารพนับถือและเชื่อใจเหลียงกังเป็อย่างมาก
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ทุกคนก็เดินทางไปถึงห้องทำงานท่านพ่อของฉายยี่
“นี่แหละ! ตรงนี้แหละข้าจำได้ว่าข้าเคยเห็นท่านพ่อวางไหตรงจุดนี้ ไม่ใช่ตรงที่มีลายสลักบนผนังนั่น” ฉายยี่กล่าวอย่างมั่นใจ
“นั่นคงเป็ตำแหน่งที่วางไหในเวลาปกติ แต่หากท่านพ่อของท่านจะเก็บทรัพย์สมบัติ ท่านต้องวางไหไว้ตรงจุดที่มีลายสลัก ไม่เชื่อท่านก็ลองวางดูสิขอรับ” ซวงเหมยกล่าว
เหลียงกังยกไหไปวางตรงผนังห้องที่มีลายสลักก็พบว่าลายนูนของไหประสานเข้ากับสายสลักที่เว้าเข้าไปได้อย่างพอดิบพอดี สักพักประตูห้องลับก็เปิดจริงๆ
“ที่แท้ไหใบนี้ก็คือกุญแจเปิดประตูห้องลับนี่เอง ขอบคุณท่าน เอ่อ แม่นางซวงเหมยมากขอรับ” ความจริงฉายยี่รู้จักแม่นางซวงเหมย และรู้ว่านางปลอมตัวเป็ชาย
“ท่านรู้จักข้าอย่างนั้นหรือ” ซวงเหมยแปลกใจ
“ข้าพยายามสืบหาไหใบนี้มานาน จนรู้ว่าอยู่ที่ร้านขายของเก่าของเ้า ข้ากำลังจะนำพันตำลึงไปจ่ายค่าไห แต่แม่นางจือิบอกว่านางได้ขายให้กับเถ้าแก่หลีฟุไปแล้ว” ฉายยี่อธิบาย
“ที่แท้เ้าก็ชื่อซวงเหมย ที่อยู่ร้านขายของเก่านี่เอง” เหลียงกังพูดยิ้มๆ เขาดีใจที่ได้รู้จักหญิงปริศนาผู้นี้
ซวงเหมยเม้มปากและคิดในใจว่า “เหลียงกังก็รู้น่ะสิว่าข้าอยู่ที่ไหน”
“ข้าสัญญานะ ว่าข้าจะไม่ทำลายไหใบนี้ ท่านสบายใจได้” ฉายยี่เห็นคุณค่าของไหใบนี้แล้ว
“งั้นข้าจะรับตั๋วเงินของเ้าไว้ก็แล้วกัน” ท่านหลีฟุรู้สึกโล่งอกที่ชายตรงหน้าจะไม่ทำลายไหใบนี้อีก
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะ” ท่านเหลียงกังคิดว่าหมดเื่แล้ว
“ข้าขอสำรวจทรัพย์สมบัติในห้องลับก่อน ข้าจะรีบชดใช้หนี้ให้ท่านนะขอรับ ท่านเหลียงกัง” ฉายยี่ติดหนี้ท่านเหลียงกังอยู่ เขา้าหาสมบัติของพ่อเพื่อนำไปชดใช้หนี้สิน
ท่านเหลียงกังพยักหน้ารับคำ แล้วเดินนำหน้าทุกคนออกไปจากบ้านของฉายยี่ทันที
พอถึงหน้าบ้าน เถ้าแก่หลีฟุก็กล่าวกับท่านเหลียงกังว่า “วันพรุ่งนี้ข้าไปแลกตั๋วเงินก่อน แล้วข้าจะนำอัฐไปชดใช้หนี้ให้นะขอรับ”
“ไม่เป็ไร ข้าจะไปที่ร้านของท่านเอง” เหลียงกังกล่าว
“เอ่อ งั้นวันพรุ่งนี้ข้าไปรับอัฐที่ร้านท่านนะเ้าคะ” จือิกล่าวกับท่านหลีฟุบ้าง
“ได้สิ งั้นแยกย้ายกันตรงนี้ ข้าขอลา” ท่านหลีฟุพยักหน้าให้หญิงสาว และกล่าวลาทุกคน
“เ้าค่ะ” จือิกล่าว
ซวงเหมยไม่พูดพร่ำทำเพลง นางรีบฉุดจือิเดินกลับร้านทันที
“จะรีบไปไหนเ้าคะ พวกเรายังไม่กล่าวลาท่านเหลียงกังเลยนะ” จือิกล่าว
“ข้าต้องรีบกลับร้านไปทำธุระน่ะ” ซวงเหมยกล่าวอ้าง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วนาง้าเดินหนีชายน่ากลัวให้เร็วที่สุด
เหลียงกังมองดูสองสาวที่แต่งตัวเป็ชายเดินจากไป เขาคิดในใจว่า “ซวงเหมย เ้ามีใบหน้าเหมือนกับผู้หญิงคนนึงที่ข้ารู้จัก ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเ้าคือคนคนเดียวกันหรือไม่”
********************************************
ณ ร้านขายของเก่า
จือิเดินกลับเข้ามาในร้าน
“เป็ยังไง ได้อัฐมาแล้วใช่หรือไม่” ซวงเหมยกล่าวอย่างตื่นเต้น เพราะถ้าได้อัฐมาแล้ว ก็เท่ากับว่าภารกิจของสินค้าหมายเลข 2 เป็อันเสร็จสิ้น นางจะได้เริ่มเปิดดูของเก่าหมายเลข 3 เสียที
“เอ่อ คือ ท่านเหลียงกังไปถึงร้านเถ้าแก่หลีฟุก่อนข้า และเขาก็อาสาว่าจะนำอัฐมาจ่ายที่ร้านขายของเก่าให้เองเ้าค่ะ” จือิอธิบาย
“อะไรนะ! เขาจะมาที่นี่อย่างนั้นหรือ งั้นเ้าเฝ้าร้านไปก่อนนะ ข้าต้องรีบไปหลบแล้ว” ซวงเหมยรู้สึกลนลาน เพราะนางไม่อยากเห็นหน้าชายน่ากลัวคนนั้น
“หลบข้าทำไมล่ะ ข้าไม่ใช่ภูตผีปิศาจเสียหน่อย ทำไมต้องกลัวข้าด้วย” เหลียงกังเดินเข้ามาในร้านพอดี
“ท่านเหลียงกัง!” ซวงเหมยใสุดขีดที่ได้เจอท่านเศรษฐีอีกครั้ง นั่นเท่ากับว่านางต้องยอมทำตามเงื่อนไขของชายผู้นี้ตามสัญญา
“ข้าไม่อยากเจอหน้าท่าน ข้ารู้สึกไม่ถูกชะตากับท่าน ได้ยินแล้วนะ” ซวงเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็มิตร
“ตรงกันข้ามกับข้า ข้ากลับรู้สึกถูกชะตากับเ้ามาก เอาล่ะ นี่ไงอัฐของเ้า” ท่านเหลียงกังหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องยกหีบอัฐมาวางไว้บนโต๊ะให้
“ขอบคุณที่มาส่งอัฐ งั้นท่านกลับไปเถิด” ซวงเหมยรีบไล่
“ร้านของเ้าจัดได้น่ารักดีนะ” เหลียงกังหาได้ฟังไม่ เขาเดินดูสินค้าในร้านอย่างหน้าตาเฉย
“เ้าดูลูกค้าไปนะ ข้าขอตัว” ซวงเหมยบอกกับจือิ
“เ้าจะไม่ต้อนรับลูกค้าหน่อยหรือ ข้าอาจเหมาสินค้าในร้านเ้าหมดก็เป็ได้นะ” เหลียงกังกล่าวยิ้มๆ
ซวงเหมยไม่ตอบอะไร นางรีบเดินไปที่หลังร้านเพื่อสงบสติอารมณ์ทันที และคิดในใจว่า “ทำไมชายผู้นี้ถึงได้กวนประสาทข้าไม่หยุดนะ”
ท่านเหลียงกังหยิบมีดสั้น แล้วนำอัฐไปจ่ายจือิ จากนั้นเขาก็รีบเดินตามซวงเหมยไปที่หลังร้านทันที
“เอ่อ เดี๋ยวสิท่าน ท่านไม่ควรตาม…..” แต่จือิก็ห้ามท่านเศรษฐีไม่ทัน นางก็เลยปล่อยเขาไป เพราะตนต้องต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาใหม่
ซวงเหมยที่อยู่หลังร้าน นางได้ยินเสียงฝีเท้าก็เลยว่า “ชายคนนั้นไปแล้วใช่มั้ย จือิ”
“จะให้ข้าไปไหนล่ะ” เหลียงกังแอบขำ
“ท่าน! ตามข้ามาทำไม” ซวงเหมยหันไปก็ใที่เห็นคนที่ตามมาคือเหลียงกัง
“เ้าลืมสัญญาระหว่างพวกเราแล้วหรือ” เหลียงกังทวงสัญญา
“สัญญาอะไรไม่ทราบ” ซวงเหมยทำเป็ลืม
เหลียงกังไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบเดินไปคล้องสร้อยมรกตให้หญิงสาวทันที
“ข้าไม่สวม” ซวงเหมยกำลังจะถอดสร้อยออกต่อหน้าฝ่ายชาย
“อย่าถอดออกเด็ดขาด ข้ารู้ว่าเ้าไม่ชอบขี้หน้าข้า ดังนั้นตราบใดที่เ้ายังคงสวมสร้อยมรกตเส้นนี้อยู่ ข้าจะไม่มารบกวนและไม่มาให้เ้าเห็นหน้าอีก แต่หากเ้าถอดออกเมื่อไหร่ ข้าจะมาหาเ้าทุกวันจนท่านป้าเหวยลู่ที่เกลียดผู้ชายรู้สึกไม่พอใจในตัวเ้าขึ้นมา” เหลียงกังขู่
“ท่านกำลังขู่ข้าอยู่นะ” ซวงเหมยโมโห
“เ้าก็แค่ยอมสวมสร้อยเส้นนี้ก็เท่านั้นเอง” เหลียงกังกล่าว
“ใครๆ ก็รู้ว่าสร้อยเส้นนี้เป็ของตระกูลท่าน ถ้าข้าสวมก็หมายความว่า…..” ซวงเหมยเข้าใจความหมายของการสวมสร้อยประจำตระกูล
“ใช่! ก็หมายความว่าเ้าเป็ผู้หญิงของข้า ชายใดก็ไม่อาจแตะต้องตัวเ้าได้” เหลียงกังตอบให้เอง
“ข้าไม่รับข้อเสนออะไรจากท่านทั้งนั้น” ซวงเหมยกล่าว
“คิดดีๆ เ้าเป็คนฉลาด เ้าคงไม่อยากเห็นหน้าข้าทุกวันหรอกใช่มั้ย” เหลียงกังกล่าวเตือน
ซวงเหมยถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ก็ได้ ข้ายอมสวมสร้อยเส้นนี้ก็ได้ แต่โปรดรักษาสัจจะด้วยว่าท่านจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก”
“ได้สิ งั้นข้าไปล่ะ ผู้หญิงของข้า” เหลียงกังกล่าวยิ้มๆ และเดินจากไปทันที
“ข้าไม่ใช่คนของเ้าเสียหน่อย” แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะท่านเศรษฐีได้เดินจากไปเสียแล้ว นางคิดในใจว่า “ชายผู้นี้้าอะไรจากข้ากันแน่ หรือว่าเขาจะรู้อดีตของข้า”