รถเก๋งของเพลงเลี้ยวเข้ามาจอดอย่างเงียบเชียบณ ลานจอดรถด้านหลังอาคารพาณิชย์ของบัวที่แห่งนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่เขียงหมูธรรมดาตามริมถนน หากแต่ด้านหลังอาคารกลับเป็โกดังขนาดใหญ่ที่ทำธุรกิจห้องเย็นรับฝากสินค้าแช่แข็งติดตั้งเครื่องชำแหละเนื้อสัตว โต๊ะสแตนเลสและอุปกรณ์ครบครันที่ถูกทำความสะอาดจนมันวาวและถูกปิดมิดชิดด้วยผนังกันเสียงอย่างดีเยี่ยม ไร้ช่องมองจากสายตาภายนอกเพื่ออำนวยความสะดวกให้บัวในการชำแหละ หั่น สับและบรรจุเนื้อสัตว์ใส่แพ็คสูญญากาศได้อย่างเป็ระบบก่อนนำไปวางขายหน้าร้าน
เสียงสายฝนภายนอกถูกลดทอนลงเหลือเพียงเสียงซู่ซ่าแ่เบาเมื่อประตูเหล็กหนาหนักถูกปิดล็อกลงอย่างรัดกุม ทั้งสองช่วยกันลากร่างไร้ิญญาที่เปียกปอนของไอ้เก่งเข้ามาในห้องชำแหละแสงไฟนีออนสีขาวนีออนส่องสว่างกระทบกับพื้นผิวสแตนเลสและมีดชำแหละหลากขนาดหลายรูปแบบที่ถูกแขวนเรียงรายอยู่อย่างเป็ระเบียบบนผนังสะท้อนประกายวาววับอันเยือกเย็นและชวนขนลุก
“เรา... เราจะทำยังไงกับมันดีคะพี่บัว?” เพลงเอ่ยถาม ั์ตาคู่สวยยังคงไหวระริกร่างกายยังมีความสั่นเทาเล็กน้อยจากความตื่นตระหนก “เอาไปซ่อนไว้ในตู้แช่แข็งเหรอ...แต่ถ้านานไป หรือมีใครมาตรวจ สักวันตำรวจก็ต้องหาเจออยู่ดี”
บัวไม่ตอบทันทีเธอเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนพลาสติกสีใสมาสวมใส่อย่างชำนาญั์ตาคมกริบคู่นั้นกลับมานิ่งสงบลงอย่างน่าประหลาดความรักและห่วงใยที่มีต่อแม่ผู้พิการผสมผสานกับความ้าปกป้องเชฟสาวตรงหน้าที่ยอมเสี่ยงชีวิตก้าวเข้ามาช่วยเธอเปลี่ยนแปลงความกลัวและสัญชาตญาณเอาตัวรอดให้กลายเป็ ความอำมหิตอันเยือกเย็น
บัวยิ้มมุมปากเล็กน้อยเดินไปหยิบมีดชำแหละด้ามยาวปลายแหลมขึ้นมาถือไว้ด้วยมือที่มั่นคงไร้ซึ่งความลังเลหรือสั่นคลอน
“ถ้ามันยังเป็ ‘ศพ’ ... ไม่ว่าจะซ่อนลึกแค่ไหน สักวันตำรวจก็ต้องหาเจอค่ะ” บัวหันกลับมามองหน้าเพลงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาลั์ตาของเธอดำมืด ล้ำลึก ไร้ซึ่งความเคารพในชีวิตของมนุษย์ตรงหน้า “แต่ถ้ามันกลายเป็ ‘ชิ้นเนื้อ’ ที่ไร้รูปแบบ ไร้ความทรงจำ และไม่มีใครจำได้...มันก็แค่สินค้าชิ้นหนึ่งที่จะหายไปตลอดกาล”
สายตาที่บัวก้มลงมองร่างของไอ้เก่งนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่ามันไม่ใช่สายตาที่มองมนุษย์ด้วยกันอีกต่อไป แต่คือสายตาของ butcherที่กำลังมองวัตถุดิบชิ้นหนึ่งในโรงฆ่าสัตว์
เพลงมองมีดในมือของบัวสลับกับร่างไร้ิญญาของไอ้เก่งที่นอนกองอยู่บนโต๊ะสแตนเลสความหวาดกลัวและความรู้สึกผิดในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจอย่างน่าประหลาดเมื่อเห็นช่องทางรอดอันเพอร์เฟกต์
และลึกๆ ในจิติญญาของความเป็เชฟ...สายตาของเพลงที่จ้องมองการจัดเรียงมีด ความสะอาดของเครื่องมือและองศาการถือมีดของบัว มันดูประณีต เป็ระเบียบ ละเมียดละไมจนน่าทึ่งมีดเ่าั้ไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่มันคือ 'เครื่องมือสร้างสรรค์' สำหรับเธอ... สัญชาตญาณมืดบางอย่างในตัวเชฟสาวถูกจุดประกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ
“พี่บัว...” เพลงก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคงั์ตาฉายแววแน่วแน่และเยือกเย็น “เพลงช่วยค่ะ”
เชฟสาวหยิบผ้ากันเปื้อนพลาสติกอีกผืนขึ้นมาสวมรวบผมขึ้นมัดอย่างคล่องแคล่ว ความตื่นตระหนกเมื่อครู่หายไปจนสิ้นเหลือไว้เพียงเชฟมืออาชีพที่พร้อมลงมือ
“พรุ่งนี้เช้า...เพลงต้องไปทดสอบทำเมนูหมูอบสูตรพิเศษให้เ้าของโรงแรมหกดาวชิม” เพลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังอธิบายสูตรอาหาร “เพลงรู้ว่าต้องใช้เทคนิคไหนในการตัดเส้นเอ็น แยกชั้นไขมันและจัดการกับกลิ่นคาวพวกนี้ยังไง... เพลงจะช่วยล้างและเตรียมเนื้อพวกนี้เองค่ะ”
ดวงตาของทั้งสองสาวหันมาสบกันในระยะกระชั้นชิดความรู้สึกบางอย่างที่เหนือน้ำคำ—ความคลั่งไคล้ความตื่นเต้น และความลับอันดำมืด—ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงทั้งคู่เผยรอยยิ้มบางๆ ให้แก่กัน รอยยิ้มที่งดงามทว่าเยือกเย็นและน่าขนลุกพวกเธอรับรู้และยอมรับ ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด
คืนนั้น...ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรทำความเย็นของห้องเย็นที่ส่งเสียงครางหึ่มๆ สม่ำเสมอและเสียงสายฝนภายนอกที่ยังคงตกกระหน่ำไม่ขาดสาย
เ้าของร้านชำแหละเนื้อผู้เ็าและเชฟสาวผู้ทะเยอทะยาน ได้ร่วมกันลงมีดคมกริบกรีดผ่านชั้นิัและเนื้อเนื้อของมนุษย์เป็ครั้งแรก...
.
.
จุดเริ่มต้นของ ‘เนื้อเกรดพิเศษ’ ที่ไม่มีใครคาดคิด ได้กำเนิดขึ้นอย่างเป็ทางการ ท่ามกลางความลับสีเืที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันจนไม่อาจถอนตัวได้อีกตลอดกาล