“อ่าา...จบสักที”วิมลบิดี้เี ดันเก้าอี้ออกก่อนจะลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายไปยังระเบียงเท้าแขนสองข้างกับราวกั้นหลับตาสูดอากาศเย็น ๆ เข้าปอด
“อ้า สดชื่น!!!”
จ๊อก ๆ
เสียงท้องร้อง เขาก้มลงมองท้องแฟบ ๆของตัวเองก็ได้แต่เดินลูบท้องเข้าห้อง
“ไม่น่าท่องนิยายจนลืมเวลาเลยเป็ไงละรู้ตัวอีกทีก็ค่ำแล้วเนี้ย” บ่นออด ๆ แอด ๆแต่ก็ควานหากระเป๋าใบน้อยเอื้อมหยิบเสื้อแขนยาวที่วางพาดอยู่บนพนักเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้อง
“หืยยหนาวเกินไปหรือเปล่าทำไมตอนอยู่ในห้องไม่หนาวขนาดนี้” วิมลยกมือขึ้นลูบแขนห่อตัวเดินไปยังร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเ้าประจำใต้คอนโด
“ป้าครับ”
“ว่ายังไงละพ่อหนุ่มวันนี้เอาอะไรบ้าง”ป้าทักทายด้วยรอยยิ้มเป็กันเอง
“วันนี้เอาหมูปิ้งสี่ไม้ข้าวเหนียวสิบบาทพร้อมส้มตำปูปลาร้าแซ่บ ๆ หนึ่งครับ”
“ได้ รอป้าสักครู่”เขาขยับออกมายืนรอข้างร้าน เว้นที่เอาไว้ให้ลูกค้าคนอื่นเข้ามา
รอไม่นานของที่สั่งก็เสร็จแล้ว
“เท่าไรครับป้า”
“หมูปิ้งไม้ละสิบบาทก็สี่สิบข้าวเหนียวสิบ ส้มตำสี่สิบทั้งหมดเก้าสิบบาท”
วิมลหยิบแบงก์ร้อยออกมายื่นให้ป้าพร้อมกับรับถุงกับข้าวมาด้วย"นี่ครับ ไม่ต้องทอนนะครับ”
“ขอบใจมากลูก” รอยยิ้มของป้ากว้างขึ้นกว่าเดิม
“ไม่เป็ไรครับป้าผมไปแล้วนะครับ”
“เออ ๆ เดินดี ๆ ละระวังระวังด้วย”
“ครับป้า”
วิมลเดินเข้าคอนโดอย่างเช่นปกติไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ ป้าถึงได้เตือนให้ระวังคอนโดกับร้านป้าก็ห่างกันแค่นี้เขาจะเกิดอุบัติเหตุอะไรได้ก่อน หรือว่าจะเป็...
วันสิ้นโลก?
เขาหันหน้ามองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังท่าทางดูมีพิรุธ
สักพักก็ได้แต่ส่ายหัวเรียกสติคงต้องพักอ่านนิยายแนววันสิ้นโลกไปสักพักแล้วละถ้ามันจะติดจนขึ้นสมองขนาดนี้
โฮ่ง !!!
เสียงเห่าของสุนัขเกิดขึ้นกะทันหันต่อหน้าเขาวิมลสะดุ้งใโยนถุงกับข้าวทิ้งก่อนที่ร่างกายจะล้มไปข้างหน้าแล้วแน่นิ่งไป
“คุณชายสาม ว๊าย!!ตายแล้วใครก็ได้ช่วยด้วย” เสียงร้องตกอกใของหญิงรับใช้ทำนายใหญ่ของบ้านรีบเดินมายังจุดเกิดเสียง ได้เห็นบุตรชายนอนหลับไม่ได้สติหน้าจุ่มหิมะหัวใจคนเป็พ่อพลันปวดหนึบ ก้าวเท้าเร็ว ๆเข้าไปประชิดอุ้มคนที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจขึ้น
“มัวยืนนิ่งอะไรอยู่รีบไปตามหมอ!!อุ่นเตาในห้องให้เรียบร้อย!!” นายท่านตวาดเสียงกร้าว ถ้าเกิดถ้าเกิดบุตรชายเป็อะไรขึ้นมา เขาจะสั่งโบยบ่าวรับใช้พวกนี้ให้หมด
ไร้ประโยชน์ให้ดูแลบุตรชายยังไม่ได้เื่ !!
นายท่านอุ้มบุตรชายเข้าไปยังเรือนพักวางบุตรชายลงบนเตียงห่มผ้าให้ เดินไปมาในห้อง ด้วยความร้อนใจ
เมื่อไหร่ท่านหมอจะมาเวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน
“ท่านพี่น้องได้ยินเสียงดังเอะอะ”ผู้มาใหม่ยังพูดไม่จบประโยคดีก็เหลือบไปเห็นบุตรชายนอนหลับสนิทบนเตียงสองขาเดินเข้าไปใกล้
“อี้เออร์ท่านพี่ลูกเป็อะไร” ััตัวบุตรชายที่เย็นเฉียบหัวใจนางพลันปวดหนึบใบหน้าเป็กังวล นางเพียงออกไปจัดการแผนการในบ้านประเดี๋ยวประด๋าวเหตุใดพอกลับมาถึงได้เกิดเื่กับแก้วตาดวงใจของนางได้
“ลูกนอนหมดสติอยู่บนหิมะมีบ่าวคนหนึ่งไปพบเข้า”ตอบภรรยาด้วยใบหน้ารู้สึกผิดและเป็กังวล
“ท่านพี่ว่าอะไรนะ!!อากาศเย็นไม่น้อยเหตุใดอี้เออร์ถึงได้ไปนอนหมดสติอยู่บนหิมะได้” ฮูหยินดึงหูสามีลงมา ้ารับความกระจ่าง่จังหวะเดียวกับที่ท่านหมอเดินทางมาถึง นางจึงต้องปล่อยมือเพื่อไม่ให้คนนอกเห็นการกระทำเช่นนี้ก่อนจะเร่งรีบเชิญท่านหมอเข้ามาตรวจอาการ
“ท่านหมอบุตรชายของข้าเป็เช่นไรบ้าง”ถามด้วยความร้อนรนเป็กังวลท่านหมอจับชีพจรครั้งแรกก็ใตาเบิกกว้างแต่พยายามรักษาสีหน้าเอาไว้
ไม่มีการไหลเวียนของชีพจร
เพื่อความแน่ใจเขาถึงได้จับชีพจรอีกครั้งครั้งนี้หมอชราขมวดคิ้วแล้วจับครั้งที่สามหลังมั่นใจแล้วถึงได้เอ่ยกับเ้าบ้านท่านสอง
“แค่สลบไปเท่านั้นข้าจะจัดเทียบยาขับไล่ความเย็นให้สองชุดต้มให้ดื่มสามเวลาไม่เกินพรุ่งนี้เช้าลูกชายของเ้าก็จะฟื้น” หมอชราลูบคางยกล่ามขึ้นจัดยาที่จำเป็สำหรับขับไล่ความหนาวเย็นและกระตุ้นการไหลเวียนเืให้
เมื่อได้ยินว่าไม่อันตรายถึงชีวิตฮูหยินและเ้าบ้านถึงได้ถอนหายใจโล่งอกออกมาในที่สุด กล่าวขอบคุณท่านหมอ
“ขอบคุณท่านหมอมากไม่ทราบว่าท่านพอจะอยู่พักที่จวนสักคืนได้หรือไม่ มิใช่ว่าข้าไม่เชื่อในฝีมือของท่านข้าเพียงกังวลเกี่ยวกับร่างกายของบุตรชาย”ท่านหมอมองนิ่ง ๆ ชื่อเสียงเื่ความรักและปกป้องบุตรชายของตระกูลเฟยเป็ที่เลื่องลือ
แก้วตาดวงใจตระกูลจะเรียกว่าเป็เกล็ดย้อนของตระกูลเฟยเลยก็ว่าได้ถึงแม้ว่าตระกูลเฟยจะไม่ใช่ตระกูลที่มั่งมีมากขนาดที่สามารถชี้นกเป็นกชี้ไม้เป็ไม้แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ร่ำรวย
“ได้ข้าจะอยู่พักที่จวนเ้าสักคืน”
ตอนนี้สีหน้าคนทั้งสองถึงได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย
“ขอบคุณท่านหมอ”
“อื้ออ ร้อน” คนบนเตียงขยับเตะผ้าห่มออกจากตัว
ร้อน ทำไมถึงได้ร้อนขนาดนี้!!
วิมลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งกลางดึกปรับโฟกัสภาพตรงหน้าให้ชัดเจนกวาดตามองรอบ เตียงขนาดกลางมีเสาสีต้นตั้งอยู่ระหว่างมุมของเตียง มีม่านแขวนเอาไว้ภาพให้ห้องเห็นเพียงแสงสลัวแต่ก็รับรู้ได้ว่าไม่ใช่ห้องที่เคยอยู่
ถึงห้องจะดูดีในระดับหนึ่งแต่ที่แน่ ๆคือ ไม่ใช่ห้องของเขา
ฝันเหรอ ?
จำได้ว่าภาพล่าสุดคือเขาใเสียงหมาเห่าจนสลบไปนี่คงไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกใช่ไหม อย่างหัวกระแทกพื้นตาย
วิมลส่ายหัวรัว ๆ ไม่หยุดไม่ได้สังเกตเห็นหญิงรับใช้ซึ่งนั่งมองคุณชายน้อยด้วยท่าทางอึ้ง ๆ ก่อนจะได้สติ
“คุณชายน้อยท่านฟื้นแล้ว!!”เสียงที่ดังขึ้นในที่มืดทำวิมลสะดุ้งใและสลบไปอีกครั้ง
คราวซวยมาเยือนนางแล้ว
นางทำคุณชายน้อยสลบ!!! อยากจะร้องไห้เสียจริงส่วนนายท่านที่ได้ยินเสียง ก็รีบเร่งเดินเข้ามาแต่เมื่อมาถึงแล้วเห็นว่าบุตรชายยังคงนอนหลับไม่ได้สติจึงเอ่ยถามหญิงรับใช้ทันที
หลังได้คำตอบในใจนึกโกรธความสะเพร่าของนางแต่ก็ต้องอดทนไม่รบกวนบุตรชายส่วนหญิงรับใช้ไม่ได้เื่เขาสั่งหักเบี้ยหวัดสำหรับเดือนนี้สองส่วน
วิมลซึ่งหลับสนิทไปอีกครั้งได้พบกับภาพเหตุการณ์ก่อนตายของเด็กหนุ่มผู้งดงามมากราวหยกแกะสลักรอยยิ้มเปรียบเสมือนสายลมในฤดูใบไม้ผลิ เป็ความงดงามที่ไม่สามารถจับต้องได้
เด็กหนุ่มหลบสายตาบ่าวรับใช้ออกมาเดินเล่นข้างนอกท่ามกลางหิมะซึ่งกำลังโปรยปรายก่อนจะสะดุดก้อนหินหน้าจุ่มหิมะแล้วตายไป
เจริญ ตายตกกันไปง่ายดายไม่ต่างกัน
เขาควรจะแสดงสีหน้าแบบไหนก่อนดีระหว่างเสียใจที่ตายเพราะหมาเห่ากับดีใจที่ได้มาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหนุ่มที่สะดุดก้อนหินแล้วตาย
เลวร้ายไม่แพ้กันทั้งสองอย่าง
“เฮอะ ๆ” วิมลหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะส่ายหัวทำความเข้าใจเื่ราวที่มีอยู่น้อยนิดในความฝัน
สิ่งที่ได้รับมามีเพียงความทรงจำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวนอกเหนือจากนั้นเขาก็ไม่รู้แล้ว
เอาเถอะอย่างน้อยก็ได้รับประสบการณ์ชีวิตของการทะลุมิติแต่วิมลก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้ถึงสาเหตุการณ์ตายของตัวเองอยู่ดี
จะยังมีใครตายได้อนาถมากกว่าเขาอีกไหม
อ๋อ มีนี่ก็ร่างที่เขาเข้ามาแทนที่นี่ไงละ!!!