บทที่ 32
เกิดเื่กับชิงหลัว
คำพูดนั้นเป็ความจริง แต่คนฟังจะปล่อยผ่านมันไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร
ปี้เหลียนขยับเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู เจียงหลูเยวี่ยด้วยเสียงแ่เบา ทำให้ใบหน้าเกรี้ยวกราดของเจียงหลูเยวี่ยยิ่งดูร้ายกาจมากกว่าเดิม
“คนของไท่จื่อเฟยหรือ?” เมื่อคิดดูอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าหลังจากเดินเล่นไปรอบ ๆ นางก็มาถึงสถานที่ที่เมิ่งอวิ๋นเสียงอยู่แล้วจริง ๆ
ก่อนหน้านี้นางถูกเมิ่งอวิ๋นเสียงเล่นงานมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้คนของนางพานางไปที่ประตูด้วยตัวเอง ดังนั้นตอนนี้จะมาตำหนินางว่าหยาบคายไม่ได้
เจียงหลูเยวี่ยเดินเข้าไปหาอย่างแช่มช้า ก่อนจะนั่งยอง ๆ และจ้องไปยังคนร้ายที่กำลังสั่นเทาอยู่ข้างหน้านางด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย นิ้วเรียวยาวจับใบหน้าเล็ก ๆ ของชิงหลัวที่น้ำตาไหลพรากอย่างนุ่มนวล ทันใดนั้นนางก็คว้าคางแหลมของหญิงรับใช้ที่พยายามหลบตาให้สบตากับนาง
ชิงหลัวกล้ำกลืนความเ็ป แต่เนื่องจากอำนาจของคนตรงหน้า นางจึงไม่กล้าส่งเสียงใดออกมา
“นี่คือสิ่งที่เ้าโยนออกมาใช่หรือไม่?” เจียงหลูเยวี่ยถือสิ่งของขนาดเล็กไว้ในมือ สิ่งนั้นคือตุ๊กตาหัวเสือที่อู๋ถงเพิ่งโยนออกมา
ดวงตาของชิงหลัวเป็สีแดงก่ำ นางจ้องไปยังสิ่งของที่อยู่ในมือของเจียงหลูเยวี่ยและกำลังจะตอบว่าใช่ แต่ก็นางหยุดและส่ายหน้า
“ช่างกล้านัก เ้ากล้าหลอกลวงข้า มีสัญลักษณ์ของตำหนักไท่จื่อเฟยปักไว้บนนี้อย่างชัดเจน แล้วจะไม่ให้เป็เช่นนั้นได้อย่างไร?” เจียงหลูเยวี่ยตวาดด้วยเสียงแหลมอย่างเกรี้ยวกราด รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏที่มุมปากของนาง ราวกับว่านางจับตัวคนผิดได้
“ไท่จื่อผิน ข้าน้อยเป็คนผิด ข้าน้อยเป็ผู้โยนมันออกมาเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับคนอื่นเลยเพคะ” เมื่อชิงหลัวเห็นว่านางไม่อาจทนได้อีกต่อไป นางก็ตื่นตระหนก แต่ก็ยังคงยอมรับผิดทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว
“้าจะปกป้องไท่จื่อเฟยของเ้าอย่างนั้นหรือ? มันสายเกินไปแล้วหรือไม่ ต่อไปข้าจะแสดงให้เ้าเห็นว่าการมีชีวิตอยู่แล้วทุกข์ทรมานมากกว่าตายมันเป็เช่นไร พานางกลับไปที่ตำหนักของข้า แล้วข้าจะสอบสวนนางว่าใครเป็คนทำให้นางเหิมเกริมได้ถึงเพียงนี้ เป็เพียงทาสชั้นต่ำแต่บังอาจแข็งข้อต่อไท่จื่อผิน” เจียงหลูเยวี่ยกล่าวอย่างเข้มงวด ขณะพูดเช่นนั้น ั์ตาของนางฉายแววอำมหิต
“ไท่จื่อผิน ข้าน้อย...”
กลุ่มคนก้าวเข้ามาเพื่อจะพาตัวชิงหลัวออกไป ใครรู้ว่าก่อนที่พวกเขาจะได้แตะต้องชิงหลัว พวกเขาก็ถูกแส้เงินฟาด ทันใดนั้นเสียงร้องด้วยความเ็ปก็ดังขึ้น
เจียงหลูเยวี่ยตกตะลึง นางมาปรากฏตัวในเวลานี้ได้อย่างไร
“ให้ตายเถอะ กล้าดีอย่างไรจะมาพรากคนของข้าไปจากข้า เ้ากินหัวใจหมีดีเสือดาวไปหรือถึงได้กล้าเช่นนี้?” เมิ่งอวิ๋นเสียงถือแส้เงินไว้ในมือ แล้วจ้องมองไปยังเจียงหลูเยวี่ย อย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาของนางดูเ็ายิ่งนัก
ชิงหลัวลืมตาขึ้นเมื่อนางได้ยินคำพูดนั้น ก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้นไห้เมื่อเห็นไท่จื่อเฟย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของ เมิ่งอวิ๋นเสียงคือใบหน้าแดงก่ำของชิงหลัว และคราบเืที่ติดอยู่บนหน้าผากของนาง
เมื่ออู๋ถงที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนั้นก็ใและกังวลมาก เขารีบก้าวเข้าไปพยุงชิงหลัวให้ลุกขึ้น
มีเสียงเพียะดังขึ้นอีกครั้ง มันคือเสียงแส้เงินโบกสะบัดไปในอากาศแล้วฟาดลงกระทบพื้น “ใครเป็คนทำ?”
เสียงต่ำของเมิ่งอวิ๋นเสียงน่าสะพรึงกลัวราวกับเสียงปีศาจจากขุมนรก ดวงตาคู่งามของนางเต็มไปด้วยความดุร้าย ซึ่งทำให้ผู้พบเห็นััได้ถึงความงามที่มาพร้อมความน่าเกรงขาม
“ไท่จื่อเฟย มันเป็เพราะนางสุนัขรับใช้ตัวนี้วิ่งชนไท่จื่อผิน และยังกล่าววาจาโป้ปดจนขัดแย้งกับไท่จื่อผินด้วย ซึ่งถือว่าเป็การดูิ่มากเกินไป ด้วยความที่ไท่จื่อผินรู้สึกไม่ดีจริง ๆ จึงจะนำตัวนางไปสอบสวนเพคะ”
คนที่อยู่เคียงข้างเจียงหลูเยวี่ยมาหลายปีทำดังที่คาดหวังไว้ด้วยความไม่พอใจ นางพยายามพูดเพื่อปกป้องเ้านายของตน และยกประเด็นคนรับใช้กระด้างกระเดื่องขึ้นมาด้วย นับว่านางฉลาดยิ่งนัก
หลังจากที่นางพูดจบ เจียงหลูเยวี่ยก็เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยบนริมฝีปากของเมิ่งอวิ๋นเสียง รอยยิ้มนั้นดูน่าเกรงขามและมีเสน่ห์ราวกับดอกฝิ่นที่เบ่งบานรับอรุณ เห็นได้ชัดว่านางเย้ยหยันคำกล่าวที่ว่าจะพาตัวไปสอบสวน