ภานในห้องขนาดใหญ่ ของร้านขายเสื้อผ้า มีหนึ่งชายหนึ่งหญิง กำลังนั่งอยู่ด้วยกัน ทั้งสองคนได้นั่งมองหน้ากันและกัน บรรยากาศในต้อนนี้ อยู่ในความเงียบสงบ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา ผ่านไปซักพัก หลิวจ้านได้เริ่มคำสนทนา
“เ้าทำชุดเสร็จแล้วหรือ”
“ข้ายังทำไม่เสร็จ กำลังแก้บางอย่างของชุดอยู่ ไหนว่าท่านยุ่งเป็อย่างมากไม่มีเวลามาดูชุด ท่านช่างเป็คนหลอกลวงยิ่งนัก ชิ”
“ข้าหลอกลวงเ้าตอนไหน วันนี้ที่ข้าได้แวะมาหาเ้า เพราะเส้นทางนี้เป็ทางผ่านที่ข้าจะต้องผ่าน เห็นร้านของเ้ายังเปิดอยู่ ข้าเลยแวะเข้ามาเยี่ยมเ้า”
หว่านเอ๋อ ได้ยินแบบนี้ก็ส่งสัยและค่อนข้างแปลกใจ ที่วันนี้ผู้ชายคนนี้ ไม่ได้เอาเปรียบนาง เพราะขนาดเมื่อวานเป็การพบกันครั้งแรก ก็ยังเอาเปรียบนางไปตั้งมากมาย แต่วันนี้มาแปลก
“แล้วท่านคิดจะไปที่ใด”
“วันนี้ข้าจะต้องเดินทางไปคุยธุระสำคัญ ที่หอเดียวดาย”
หว่านเอ๋อได้ยินว่าหลิวจ้านจะไปที่หอเดียวดาย รู้สึกโกธขึ้นมาเล็กน้อยและยังมองค้อนเขาอีกเดียวและไม่พูดกับเขาอีก หลิวจ้านเห็นหว่านเอ๋อเป็แบบนี้ก็มั่นใจได้ว่านางได้เริ่มชอบเขาขึ้นมาแล้ว
“เ้าจะหึงข้าไปทำไม ข้าไปทำงาน หากว่าเ้าไม่เชื่อไปกับข้าก็ได้”
หว่านเอ๋อได้ยินแบบนี้ก็นางรู้สึกดีขึ้นมา สีหน้าก็กลับมาเป็ปกติ
“ข้าจะไปหึงท่านได้ยังไง เรายังไม่ได้เป็อะไรกัน”
หลิวจ้านได้ยินสิ่งที่นางพูด ก็รู้สึกเจ็บเล็กน้อย ดังคำที่ว่า (การที่เขาบอกลา ยังไม่เจ็บ เท่าการที่เขาบอกว่า เราไม่ได้เป็อะไรกัน) คมเกิน
“งั่นเอาเป็ว่าข้าคงคิดไปเอง ข้าขอตัวก่อน ลาก่อนแม่นาง”
หว่านเอ๋อไม่คิดว่าหลิวจ้านจะพูดแบบนี้ออกมา นางที่ได้สติกำลังจะบอกให้เขาอยู่ก่อน แต่หลิวจ้านก็ได้เดินออกจากห้องไปแล้ว ผู้ชายอะไรขี้น้อยใจจริง หรือว่าข้าจะพูดแรงไปจริงๆ หว่านเอ๋อเริ่มคิดหนัก
หลังจากที่หลิวจ้านกลับขึ้นมาที่รถ ก็ได้นั่งยิ้มอยู่คนเดียวแถมยังบ่นคนเดียวอีก ข้านี้มันฉลาดจริงๆ ข้าก็แค่ทำเป็เศร้าและน้อยใจ จะทำให้นางคิดหนัก หากว่านางเริ่มชอบข้าจริง เดียวนางจะไปหาข้าที่จวนแน่นอน แต่ถ้านางไม่ไป ข้าก็มาหานางใหม่ ก็บอกว่าข้าหายงอลเ้าแล้ว ข้านี้มันสุดยอดนักรักจริงๆผ่านไปไม่นานรถมาก็ได้หยุดลง
“ถึงแล้วรึ”
“เรียนคุณชาย ถึงแล้วขอรับ”
“เ้าก็รอข้าแถวนี้ก่อน เดียวข้ากลับมา”
ในสมัยก่อนยังไม่มีที่จอดรถม้า บ่าวรับใช้จึงต้องหาที่จอดตามทาง หลิวจ้านเมื่อลงจากรถเขาได้มองไปที่หอสูง 3 ชั้น หน้าทางเข้าไม่ได้มีหญิงสาวมาคอยต้อนรับเหมือนกับหอนางโลม แต่มีผู้ชายที่มาคอยพาไปที่โต๊ะที่จองไว้หรือยังไม่ได้จอง
“คุณชายไม่ทราบว่าท่านจ้องโต๊ะไว้หรือยังขอรับ”
“ข้าอยากจะพบกับเ้าของหอของเ้าพาข้าไปได้หรือไม่”
หลิวจ้านได้หยิบถุงเงินขึ้นมาหนึ่งห่อและยัดใส่มือชายคนนั้น
“ได้ขอรับ แต่ว่านางจะยอมให้ท่านพบหรือไม่ผู้น้อยก็ไม่อาจตอบได้”
“ได้เดียวข้าจัดการเองแล้วที่นี่คนเยอะแบบนี้ทุกวันรึ”
“วันนี้จะเยอะกว่าทุกวันขอรับ เพราะวันนี้ได้มีการจัดแข่งเขียนบทกวีขอรับ”
คนต้อนรับได้พาหลิวจ้านเข้าไปที่หอเดียวดาย ต้องบอกว่าภายในหอสวยงามและตระกาลตาเป็อย่างยิ่ง การตกแต่งเหมาะกับยุคสมัย หลิวจ้านยังขอชื่นชมในใจ เมื่อหลิวจ้านเดินมาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง
“เรียนคุณชายผู้น้อยมาส่งท่านได้แค่นี้ ท่านก็หาวิธีเข้าไปเองก็แล้วกัน”
ชายคนนี้ก็รีบวิ่งลงไปทันที ตอนนี้เหลือแค่เพียงหลิวจ้าน อ่าวชิบหายละ ต้องทำยังไงละทีนี้ มันเอาข้ามาทิ้งไว้จริงๆ
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตู
“ผู้น้อยขอเข้าพบเ้าของหอเดียวดายขอรับ”
“เ้า้าพบข้า มีเื่อะไร”
เสียงที่ดังออกมาจากฝั่งตรงข้ามของประตูเป็เสียงที่ได้ฟังแล้วรู้สึกสดชื่นจริง หลิวจ้านชักอยากจะเข้าไปข้างในซะแล้วสิ ต้องรีบคิดหาวิธี
“พอดีผู้น้อยมีบทกวีที่ผู้น้อยแต่งขึ้นมาและ้าขายขอรับ พอดีผู้น้อยไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวกินพ่อแม่ผู้น้อยก็เจ็บป่วย้าที่จะนำเงินไปรักษา เคยมีภรรยาเธอก็ทิ้งไป เพราะตัวข้านั้นมันจน มีคนเคยพูดไว้ว่า การที่เราช่วยเหลือผู้คน เป็การบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่”
หลังจากนั้น หลิวจ้านก็ได้ร้องให้เสียงดังแกล้งบีบน้ำตาออกมา และบนอยู่กับตัวเองคนเดียว ว่าชีวิตของเขานั้น ช่างอาภัพจริงๆ ผ่านไปซักพัก
ได้มีเสียงของหญิงสาวดังออกมาจากข้างในห้อง
“เ้าเข้ามาได้”
หลิวจ้านได้เดินเข้าไปภายให้ห้อง สิ่งที่เขาพบเจอและได้กลิ่นคือเครื่องหอม ได้มีแม่นางหนึ่งคนนั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะและมีอีกนางนั่งหันหลังให้กับเขา ต้องบอกว่าทั้งสองคนมีรูปร่างที่ดีเป็อย่างมาก หรือว่าฟ้าจะส่งหญิงงามมาให้เขาได้เชยชมอีกแล้ว คนที่นั่งหันหน้าให้เขาได้ใส่ผ้าคลุมหน้าเอาไว้ ส่วนคนที่หันหลังให้ ไม่ได้ใส่ผ้าคลุม แต่ไม่ได้หันหน้ากลับมาหาเขาหลิงสาวที่นั่งคลุมหน้าเห็นการแต่งตัวของหลิวจ้าน ไม่น่าจะเป็คนยากจนอย่างที่คิด เพราะรูปร่างหน้าตาของเขาผิวพรรและการแต่งตัว น่าจะเป็คุณชายตระกูลเศรษฐี เมื่อนางรู้ตัวว่าหลงกลเข้าให้แล้วก็ขอเอาคืนเ้าบ้างกล้ามาหลอกพวกข้า
“เ้านั่งลงที่ตรงนั้น”
หญิงสาวที่คลุมหน้าชีมือไปที่พื้นห่างจากพวกนางไปประมาณ 4 เมตร หลิวจ้านเห็นแบบนี้ก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาทันที เ้าทั้งสองคนดูถูกข้าขนาดนี้ คอยดูเถอะ เ้าทั้งสองต้องมาขอร้องข้า แต่ก็ยังดีที่พวกนางยังมีจิตใจช่วยเหลือผู้คนอยู่ถึงนิสัยจะไม่ค่อยได้เื่ก็ตาม หลิงสาวที่นั่งคลุมหน้าเห็นการแต่งตัวของหลิวจ้าน
“เ้า้าอะไรจากหอของข้า”
“ข้าต้องขออภัยแม่นางทั้งสองคนพอดีว่าข้า้าที่จะคุยเื่การค้ากับพวกท่านไม่ทราบว่าท่านจะสนใจหรือไม่ ข้าไม่ชื่อว่าพวกท่านไม่สนใจเื่เงิน ”
เมื่อหญิงสาวทั้งสองคนได้ฟังสิ่งที่หลิวจ้านพูด ทั้งสองได้มองหน้ากัน หญิงสาวที่หันหลังให้หลิวจ้าน ได้ผงกศรีษะ
ให้กับหญิงสาวที่คลุมหน้าเป็เชิงสัญลักษณ์
“เ้า้าอะไร”
“ข้าไม่ได้้าอะไรมากมาย ข้าแค่อยากจะจ้างหญิงสาวจากหอของท่าน เพื่อให้พวกนางไปทำงานในร้านของข้า ข้าจะจ่ายให้พวกนางเพิ่มเป็สองเท่า”
“แล้วถ้าขาไม่ตกลงละ”
“ข้าไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินคำนี้หรือไม่ แคว้นไหน เมืองไหน ตระกูลไหน คนไหน ไม่มีเงิน แคว้นนั้น เมืองนั้น ตระกูลนั้น คนนั้น ก็จะไม่เจริญ หากว่าท่านไม่อยากทำการค้ากับข้าจริงๆ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ข้าไปหาที่อื่นน่าจะได้”
หญิงสาวทั้งสองคนก็คิดตามสิ่งที่หลิวจ้านพูด
“เ้าต้องรู้ก่อนว่าหญิงสาวที่นี้ขายแต่ฝีมือ…แล้วเ้าจะจ่ายให้ข้ายังไง”
กลับเป็หญิงสาวที่หันหลังให้หลิวจ้านพูดขึ้น
“ข้ารู้..ข้าอยากให้พวกท่านเสนอมาดีกว่า หากว่าข้ายอมรับได้ ก็เป็อันตกลง”
“แล้วหอของเ้า จะเปิดตอนไหน และอยู่ที่ตรงไหน”
“เอาเป็ว่ามือถึงเวลาข้าจะบอกพวกท่านเอง”