เย่เทียนเฉินไปเก็บกวาดลั่วเหลยที่เทียนซ่างเหรินเจียนการลงมือที่เฉียบขาดทำให้ลั่วเหลยที่เป็สมาชิกกองกำลังเหยี่ยวนักล่าถูกซัดคว่ำลงไปนอนครวญครางอยู่บนพื้นอย่างโหยหวนทั้งที่ยังไม่ทันออกกระบวนท่าด้วยซ้ำ
ไม่ใช่เพราะความสามารถของสมาชิกกองกำลังเหยี่ยวนักล่าจะไม่ดีแต่เป็เพราะลั่วเหลยเข้ากองกำลังลึกลักที่แข็งแกร่งที่สุดในฝ่ายตะวันออก ภายในกองกำลังนี้มีการกล่าวเกินจริงซึ่งเกี่ยวพันกับนายใหญ่ตระกูลลั่วอย่างแยกไม่ออก สาเหตุที่ลั่วเหลยเข้ากองกำลังเหยี่ยวนักล่านั้นก็เพื่อเส่ริมข้อมูลอันเจิดจรัสไปบนแฟ้มข้อมูลของเขาต้องทราบว่าสมาชิกทั้งหมดของของกองกำลังเหยี่ยวนักล่านั้นเป็หัวกะทิจากหนึ่งในหมื่นแม้ว่าจะได้รับเลือกเข้ามาแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถกลายเป็สมาชิกอย่างเป็ทางการได้ยังต้องดูการประเมินผลอย่างละเอียด การเข้ากองกำลังเหยี่ยวนักล่าจึงเป็ความใฝ่ฝันของทหารจำนวนนับไม่ถ้วน
“แก....เย่เทียนเฉิน แกกล้าหือกับตระกูลลั่วของฉันตระกูลเย่ของพวกแกไม่ตายดีแน่!” ลั่วเหลยแม้ว่าจะถูกซัดจนไม่มีแรงโต้กลับ แต่ก็ยังคำรามออกมาด้วยความหยิ่งผยอง
เย่เทียนเฉินยิ้มเล็กน้อยเขานั้นไม่ได้คิดถึงเื่ตระกูลลั่ว เื่อำนาจ หรือเื่ผลเสียต่อตระกูลเย่คนที่เขา้าปกป้องไม่ใช่ทุกคนในตระกูล มีเพียงพ่อแม่และน้องสาวเท่านั้นสำหรับบ้านหลักตระกูลเย่ที่ชอบบีบบังคับและ ปฏิบัติไม่ดีกับครอบครัวของเขามาโดยตลอดเขาไม่้าตั้งนานแล้ว
หากจะพิจารณาภูมิหลังของตระกูลลั่วและผลเสียจากการทำร้ายลั่วเหลยสองพี่น้องจริงๆคืนนี้เย่เทียนเฉินก็คงไม่มาที่เทียนซ่างเหรินเจียนแห่งนี้แล้ว
เมื่อได้ยินคำด่าของลั่วเหลยเย่เทียนเฉินไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย กากเดนผู้นี้ไม่คู่ควร เขาเดินไปยังเบื้องหน้าของชายอ้วนเตี้ยที่ร้องโหยหวนอยู่บนพื้นจากนั้นก็โยนผ้าเช็ดมือสีขาวไปบนศีรษะของชายอ้วนเตี้ยก่อนจะนั่งลงไป
คำพูดเมื่อครู่ของชายร่างอ้วนเตี้ยเย่เทียนเฉินได้ยินจากข้างนอกหมดแล้ว ในเมื่อชายร่างอ้วนบอกว่าจะให้ตัวเขาใช้ศีรษะเป็ม้านั่งจะดีจะร้ายก็ต้องให้เกียรตินี้หน่อยไม่ใช่หรือ?
เมื่อเย่เทียนเฉินนั่งลงไป ชายร่างอ้วนเตี้ยคนนั้นก็ไม่ส่งเสียงร้องโหยหวนอีกต่ออีกไม่ทราบว่าเป็หรือตาย ทำให้ลั่วเหลยกับชายสวมแว่นกรอบทองตกตะลึง พวกเขารู้สึกว่าชายตรงหน้าทำให้ผู้คนคาดเดาไม่ออกจริงๆราวกับว่าเขาแค่ทำตามใจตัวเอง ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจ และไม่พูดอะไรมากความ
“เย่เทียนเฉิน แกกล้าสู้กับฉันกล้าสู้กับตระกูลลั่วของฉัน คงรู้ผลที่จะตามมาดีใช่ไหม?” ลั่วเหลยกลั้นความเ็ปพลางลุกขึ้นยืน แล้วะโออกไปด้วยความโกรธ
การโจมตีครั้งนี้ร้ายแรงสำหรับลั่วเหลยจริงๆเดิมทีในความคิดของเขา เย่เทียนเฉินไม่มีทางมีความสามารถขนาดนี้เด็ดขาด การที่ตระกูลลั่วจะเหยียบย่ำตระกูลเย่ให้ตายง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากการที่ตนเองจะเหยียบเย่เทียนเฉินให้ตายก็ง่ายดายราวกับบี้แมลงสักตัวเช่นกันแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดการสลับบทบาทกัน ที่เหมือนแมลงก็คือเขา นี่จะทำให้ลั่วเหลยที่อวดดีมาโดยตลอดจะทนได้อย่างไร?
“ไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วยแต่ที่ฉันอยากจะบอกกับแกก็คือ ถ้ากล้ามาวุ่นวายกับฉันอีก ชีวิตแกใครก็ปกป้องไม่ได้!”เย่เทียนเฉินลุกขึ้นกล่าวกับลั่วเหลยพลางมองด้วยสายตาเย็นเยียบ
ลั่วเหลยอึ้ง รู้สึกว่าสันหลังเย็นวาบแม้ว่าความรู้สึกนี้จะเกิดเพียง่เวลาสั้นๆแต่คำพูดเมื่อสักครู่นี้ของเย่เทียนเฉินไม่เหมือนกับกำลังพูดเล่น สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าชายคนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วไม่ใช่เ้าเศษขยะคนเดิม มีความแข็งกร้าวที่พูดจริงทำจริง
“เหอะ ขู่ลั่วเหลยคนนี้? ยังไม่มีใครกล้าขู่ฉันมาก่อน....” ลัวเหลยคำรามออกมาด้วยความโกรธสุดขีด
เย่เทียนเฉินไม่มีความสนใจอะไรในตัวลั่วเหลยอีกเขามาที่นี่เพื่อมาสั่งสอนลั่วเหลย ให้เ้าเศษสวะที่ชอบเล่นงานลับหลังได้รับการสั่งสอนเสียบ้างอีกอย่างเขาคาดหวังว่าลั่วเหลยที่เป็สมาชิกของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าจะแสดงอะไรที่ไม่ธรรมดาออกมาสู้กับเขาสักยกเพื่อกระตุ้นพลังพิเศษในร่างกายไม่คิดเลยว่าลั่วเหลยจะอ่อนแอจนแม้แต่การโจมตีครั้งเดียวก็รับไว้ไม่ไหว พอลองสู้ถึงได้รู้ว่าการที่ลั่วเหลยเข้ากองกำลังเหยี่ยวนักล่าได้มาจากเส้นสายของตระกูล
“ฉันไม่ได้ขู่แกสักหน่อยแค่อยากจะบอกแกว่าอย่ามายุ่งกับฉัน โดยเฉพาะครอบครัวของฉัน ไม่งั้นตาย”
“ถ้าหากแกไม่อยู่ห่างๆ หานเจี๋ยยังกล้าติดต่อกับเธออีก ฉันจะไม่ยอมเลิกราแน่”
ลั่วเหลยเพิ่งจะพูดจบเย่เทียนเฉินก็ใช้หมัดเดียวซัดลั่วเหลยปลิวออกไปจนโซซัดโซเซลุกไม่ขึ้นกระอักเืคายฟันออกมาจนหมดปาก สมกับคำว่าฟันร่วงเต็มพื้น มองไปยังเย่เทียนเฉินด้วยสายตาที่มีความหวาดกลัวอยู่บางๆเ้าหมอนี่ทำให้เขากลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ ไม่สามารถใช้สามัญสำนึกปกติได้เลย หากไม่ระวังตัวกำบั้นอันหนักหน่วงก็จะลอยมา
“ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ว่าพี่หานเป็ผู้หญิงของฉันรึเปล่าเศษสวะอย่างแกไม่คู่ควรกับเธอ อย่าไปยุ่งกับเธอไม่งั้นแกต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา!”
ใน่สิ้นโลกเย่เทียนเฉินไม่อนุญาตให้ใครมาวุ่นวายกับผู้หญิงของตนโดดเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงที่ตนเองรักหรือผู้หญิงที่รักตน ยิ่งเป็ผู้หญิงข้างกายของเขา ใครกล้ามายุ่ง ก็ถือว่ามารนหาที่ตายชายชาตรีคนหนึ่งย่อมมีเกียรติและความทระนงของตนเองผู้หญิงของตนเองถูกผู้อื่นดึงดูดความสนใจจนถึงขึ้นเตียงกัน หากว่าไม่เอาเื่ มีชีวิตอยู่ไปก็ไม่มีความหมายอะไร
ในตอนนั้นต่อให้เย่เทียนเฉินยังไม่มีความสามารถของผู้มีพลังพิเศษระดับพระเ้าหากต้องต่อกรกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งตนเอง แต่กล้ามายุ่งกับผู้หญิงของเขาเย่เทียนเฉินก็จะทุ่มเท่สุดชีวิตหาวิธีฆ่าอีกฝ่าย นี่เป็เื่ของศักดิ์ศรีล้วนๆไม่เกี่ยวกับพลังความสามารถเลยแม้แต่น้อย
เย่เทียนเฉินหมุนตัวเดินออกไปจากตึกเทียนซ่างเหรินเจียนชายร่างอ้วนเตี้ยกับลั่วเหลยต่างก็ถูกซัดจนเืท่วมตัว สลบเหมือดคาห้องวีไอพีชายสวมแว่นกรอบทองใกลัวจนเหงื่อท่วมร่าง เมื่อตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลแต่ไม่ได้โทรแจ้งตำรวจ พ่อของเขาเป็ผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจเื่ในครั้งนี้ชายสวมแว่นกรอบทองรู้สึกว่าไม่ปกติเขาไม่อยากให้พ่อของตนต้องมาพัวพัน
ลั่วเหลยถูกอัดเสียจนเืท่วมตัวไม่ทราบว่าสภาพาเ็เป็อย่างไร ในเมืองหลวงตระกูลลั่วถือว่ามีอำนาจค่อนข้างแข็งแกร่งสองพี่น้องลั่วถูกเย่เทียนเฉินอัดเสียจนครึ่งเป็ครึ่งตาย รวมกับการที่ชายร่างอ้วนเตี้ยผู้เป็ลูกชายของประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ถูกทำร้ายเื่ราวอาจจะไม่จบลงแค่เท่านี้อย่างแน่นอน มีความเป็ไปได้สูงว่าจะก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ถึงตอนนั้นคนที่เข้ามาพัวพันก็ไม่รู้ว่าจะมีจุดจบอย่างไร
ชายอ้วนเตี้ยกับลั่วเหลยต่างถูกชายสวมแว่นกรอบทองส่งไปที่โรงพยาบาลเมืองหลวงแต่เย่เทียนเฉินที่ออกมาจากเทียนซ่างเหรินเจียนกลับเดินทอดน่องอยู่บนถนนตอนนี้เป็เวลาราวๆ ตีหนึ่งตีสอง เพิ่งจะเป็การเริ่มต้นของชีวิตกลางคืนในเมืองใหญ่เวลาเดินอยู่บนถนนมักจะพบกับเหล่าแมงดาหรือกระทั่งสาวขายบริการที่เข้ามาทักทายชวนคุยได้เป็ระยะๆเื่พวกนี้ไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของเย่เทียนเฉินได้แม้แต่น้อย ใน่สิ้นโลกเย่เทียนเฉินมีสัมพันธ์กับหญิงสาวมากมายแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าเจอผู้หญิงก็มีสัมพันธ์ไปทั่ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงเพียงแต่เขาไม่สนใจหญิงมีตำหนิ ผู้หญิงที่เขามีสัมพันธ์ด้วยในชีวิตก่อนต่างก็เป็ผู้หญิงชั้นยอดโลกที่มาเกิดใหม่ใบนี้ทำไมจะไม่มีผู้หญิงชั้นยอดล่ะ?
ในขณะที่เดินผ่านซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งเย่เทียนเฉินก็คล้ายได้ยินคำพูดประมาณว่า คืนเงินมา ไม่อย่างนั้นจะฆ่าทิ้งให้น้องสาวแกไปนอนกับหัวหน้า
เย่เทียนเฉินมองไปทางนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใจพลางเดินเข้าไปช้าๆ พบว่าชายฉกรรจ์เจ็ดแปดคนล้อมชายร่างผอมคนหนึ่งเอาไว้ตรงกลางชายเจ็ดแปดคนนั้นต่างก็ถือมีดไว้ในมือ และมองไปยังชายร่างผอมคนนั้นอย่างดุร้าย ส่วนชายร่างผอมคนนั้นกำลังปกป้องเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ด้านหลังเด็กหญิงคนนั้นจับแขนชายร่างผอมไว้อย่างหวาดกลัว เสียขวัญจนสั่นไปทั่วทั้งตัว
“หูหลง ฉันว่าแกส่งน้องสาวแกออกมาดีๆ เถอะน่าไม่งั้นวันนี้แกได้เจ็บตัวแน่” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกล่าวออกมาพลางมองไปยังชายคนนั้นอย่างดุร้ายในขณะที่กำมีดไว้ในมือ
“ไม่มีทาง!”ชายนามหูหลงกล่าวออกไปด้วยใบหน้าแน่วแน่
“แกแม่งรนหาที่ตาย...”
ชายฉกรรจ์คนนั้นฟันมีดไปยังหูหลง มุมปากของเย่เทียนเฉินพลันปรากฏรอยยิ้มเนื่องจากเขาเห็นหูหลงลงมือ
ลงมือก่อนได้เปรียบหูหลงใช้เท้าถีบไปยังชายฉกรรจ์ที่ฟันมีดมาใส่เขาจนกระเด็นออกไปสร้างความตกตะลึงให้แก่ชายฉกรรจ์ที่เหลือ จนต้องกำมีดในมือแน่นอย่างหวาดกลัว
หูหลงมองไปยังชายฉกรรจ์คนอื่นอย่างระมัดระวังสองหมัดกำแน่น เพื่อเตรียมป้องกันการลงมืออย่างฉับพลันของฉกรรจ์เ่าั้
เย่เทียนเฉินพยักหน้าอย่างอดไม่ได้ชายคนนี้มีฝีมือไม่เลวเลย แม้จะไม่เท่าตนเอง แต่ก็นับเป็วัตถุดิบชั้นเลิศถ้าหากได้รับการฝึกฝนอีกหน่อยจะต้องเก่งยิ่งขึ้นแน่นอน
ในตอนนี้คนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของพวกชายฉกรรจ์เดินออกมามองไปยังหูหลงและเด็กผู้หญิงงดงามสดใสที่หูหลงคุ้มกันแ่าอยู่ด้านหลัง แล้วกล่าวอย่างเป็มิตรว่า“เสี่ยวหลง ฉันรู้ว่าแกมีฝีมือไม่เลว แต่พี่หลี่บอกแล้วว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่พ่อแม่ของพวกแกติดเราอยู่จำเป็ต้องคืนในเมื่อพวกแกไม่มีคืน ก็ให้น้องสาวแกมานอนเป็เพื่อนพี่หลี่สักสองสามวัน ดอกเบี้ยวพวกนั้นนั่นถือว่าหายกัน”
“เหอะ แกกลับไปบอกมันด้วยพ่อแม่ของฉันถูกมันบีบบังคับจนตายไปแล้ว ฉันหูหลงแม้จะต้องไปนอนในคุก หรือต่อให้ต้องตายก็จะแก้แค้นให้พ่อกับแม่ให้ได้ ฉันจะต้องฆ่ามันด้วยมือของฉันเอง” หูหลงโกรธแค้น กล่าวออกมาพลางมองไปยังหัวหน้าชายฉกรรจ์ด้วยดวงตาแดงก่ำ
“แกมันไม่รู้เื่เอาซะเลย ดอกเบี้ยสิบกว่าล้านแค่ให้น้องสาวแกไปนอนกับนายท่านของพวกเราไม่กี่วันก็ใช้หมดแล้ว คิดดูให้ดีๆ ซี่”
“ใช่แล้วไม่แน่ว่านายท่านใหญ่ของเราอาจจะให้น้องสาวแกเป็คนรัก แล้วให้ค่าครองชีพทุกเดือนก็ได้”
“บอกแกตามตรง หัวหน้าของพวกเรา่นี้อารมณ์ไม่ค่อยดีวันนี้ถ้าหากพวกเราไม่พาน้องสาวแกกลับไป ไม่เพียงแต่พวกเราจะลำบากแกก็จะเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน”
ชายฉกรรจ์หลายคนที่เหลืออยู่ต่างก็ใช้ไม้แข็งไม้อ่อนรู้สึกยินดีปรีดาในความโชคร้ายของผู้อื่น เป้าหมายที่พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อ้านำตัวหญิงอายุราวสิบห้าสิบหกปีที่หูหลงปกป้องอยู่ด้านหลังนั้นกลับไปให้หัวหน้าเล่นสนุก
“อย่าหวังไปเลยพวกแกอยากได้ตัวน้องสาวฉันก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”หูหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ปกป้องน้องสาวเอาไว้ด้านหลังอย่างแ่า
“เสี่ยวหลง แกมีฝีมือไม่เลวแต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเราหรอก ถ้าพวกเราลงมือกันจริงๆ แกไม่รอดแน่ฉันเห็นว่าแกเป็คนมีพร์คนหนึ่ง หากมาเข้าร่วมกับหัวหน้าของพวกเราฉันจะช่วยแกขอร้องหัวหน้าให้ อาจไม่มีปัญหาก็ได้”หัวหน้าชายฉกรรจ์พูดจาหว่านล้อมต่อไป
“เหอะ หลี่เถียอยากให้ฉันไปเป็ลูกน้องมันยังไม่มีคุณสมบัตินั้น พี่ใหญ่ของหูหลงคนนี้จะต้องมีความยุติธรรมไม่กดขี่ข่มเหงคนบริสุทธิ์ พวกแกทำเื่ชั่วๆ มากมายหากว่าฉันเข้าร่วมกับพวกแกจะสู้หน้าพ่อแม่ที่ตายไปแล้วได้ยังไง” หูหลงร้องเหอะพลางกล่าว
“แม่งเอ้ย ยังจะพูดจาไร้สาระอะไรกับมันอีกไอเด็กนี่พูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ลงไม้ลงมือ ฆ่ามันเลยเถอะ” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูดอย่างดุดัน
หัวหน้าชายฉกรรจ์โบกมือคนที่เหลือต่างก็ยกมีดในมือขึ้น เข้าไปล้อมหูหลงไว้ ดูน่ากลัวมากหูหลงเองก็ไม่มีความมั่นใจ ค่อยๆ ถอยหลังไปช้าๆ แม้ว่าฝีมือของตนเองจะไม่แย่ แต่การต่อกรกับชายฉกรรจ์ที่มีอาวุธพร้อมมือเพื่อปกป้องน้องสาวในใจก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง
“พี่ชาย ให้หนูไปเถอะหนูไม่อยากให้พี่มีปัญหา” เด็กสาวตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังหูหลงกล่าวทั้งน้ำตา
“ไม่ได้ พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ต่อให้ตายพี่ก็ไม่ยอมให้น้องไปเ้าหลี่เถียนั้นมันไม่ใช่คนดีอะไร” หูหลงกล่าวออกมาอย่างดุดัน
“พี่ชาย พ่อกับแม่ไม่อยู่แล้วหนูไม่อยากเสียพี่ไปอีกคน ให้หนูไปเถอะ ไม่เป็ไรหรอกค่ะ”เด็กสาวคนนั้นรู้เื่รู้ราวมาก แต่น้ำตากลับไหลลงมาไม่หยุด
หลี่เถียให้เหล่าชายฉกรรจ์มาพาตัวน้องสาวของหูหลงไปความตั้งใจชัดเจนมาก คือ้าทำเื่สกปรกโสมม หากเด็กสาวคนนี้ไปก็เท่ากับเดินเข้าไปในกองไฟไม่รู้ว่าจะถูกย่ำยีอย่างไร ทำให้คนอดจินตนาการไม่ได้
“ไม่ ถ้าหากว่าน้องเป็อะไรไปต่อให้พี่ตายก็ไม่มีหน้าไปพบพ่อแม่ วันนี้พี่จะไม่ให้มันเอาตัวน้องไป นอกจากจะข้ามศพพี่ไปก่อน”หูหลงะโพูดกับน้องสาวด้วยเสียงอันดัง