การแข่งขันก็ยังดำเนินต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครสามารถผลิตสกอร์เพิ่มได้ จนกระทั่งมีเสียงนกหวีดดังขึ้นซึ่งเป็นการเป่าเพื่อบอกว่าหมดเวลาในครึ่งแรกแล้ว
ทุกคนกลับไปพักที่ข้างสนามพร้อมกับแววตาแปลก ๆ จ้องมองไปทางหยางหลิว สายตาที่ประกอบไปด้วยความไม่ยากจะเชื่อ ตกตะลึง นับถือ รวมไปถึงความมุ่งร้ายจากจิ่นลี่ด้วย
“ หยางหลิว นายเล่นเก่งขนาดนี้ทำไมไม่บอกฉัน ” จ้าวหานเอ่ยชมหยางหลิว
“ ฮ่า ๆ ” หยางหลิวหัวเราะเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อน เขาไม่เปิดเผยความลับของเขาและปล่อยให้แต่ละคนคาดเดากันไปเอง
ตอนนี้หยางหลิวมีเวลาว่างเล็กน้อยจากการพักครึ่งเวลา ในสนามฟุตบอล เขามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการแข่งฟุตบอลมากจนลืมไปเรื่องค่าประสบการณ์ที่เขาตั้งใจจะสังเกตไปเลย ดังนั้นเขาจึงตรวจสอบสถานะที่เปลี่ยนแปลงไป
“ ฟุตบอล ระดับ 0 ”“ ค่าประสบการณ์ด้านฟุตบอล : 86.94% ”
“ กีฬา ระดับ 0 ”“ ค่าประสบการณ์ด้านกีฬา : 33.29% ”
‘ อืม… เดี๋ยวทักษะฟุตบอลก็จะเลื่อนระดับแล้ว ’
หยางหลิวคิดในใจเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของค่าประสบการณ์สำหรับทักษะย่อย ซึ่งเพิ่มขึ้นเยอะและเร็วมากนอกจากนี้การที่ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นเยอะก็ยิ่งทำให้เขาเพิ่มความสามารถในการเล่นได้ดีมากขึ้นด้วยในตอนแรกที่เขาเริ่มเล่นค่าประสบการณ์ของเขาอยู่ที่ 5.45% พอยิ่งเล่นไปเรื่อย ๆ ยิ่งรู้สึกว่าเล่นง่ายขึ้นมาก
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ที่เคยเตะบอลกับเพื่อน ความรู้สึกในการเล่นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตอนเด็ก ๆ นั้นเขาแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับฟุตบอล ทักษะง่าย ๆ รับบอล ส่งบอล เลี้ยงบอล ถือว่าแย่มาก แต่ในตอนนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว ความสามารถในตอนนี้อย่างน้อย ๆ ก็ถือว่าเป็นมืออาชีพได้เลย
และนี่ก็คือ ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง ถ้าค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น ความเก่งหรือความชำนาญในด้านนั้นก็จะเพิ่มขึ้น และไม่ใช่การเพิ่มขึ้นอย่างธรรมดาทั่วไป ถ้าคนภายนอกสังเกตอย่างตั้งใจจะพบว่า นี่คือการพัฒนาแบบก้าวกระโดด
...เมื่อเวลาผ่านไปจนหมดเวลาพักครึ่ง การแข่งขันฟุตบอลก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
จิ่นลี่และเจิ้งซื่อนำลูกฟุตบอลไปที่กลางสนาม ทั้งสองคนเริ่มรู้สึกเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก ถึงมันจะไม่ใช่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทว่าความกดดันที่ได้เจอมาวันนี้ช่างหนักหนานัก เจิ้งซื่อถึงแม้ไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับหยางหลิวเหมือนจิ่นลี่
แต่การที่เขาได้เซ็นสัญญาเพื่อเตรียมที่จะเป็นนักเตะอาชีพหลังเรียนจบนั้นทำให้เขารู้สึกแย่มาก เพราะการที่เป็นนักเตะอาชีพ อีกทั้งเป็นนักเตะอาชีพในตำแหน่งกองหน้า แต่ไม่สามารถเลี้ยงบอลทะลุทะลวงผ่านหยางหลิวที่เป็นแค่เด็กนักเรียน ม.ปลาย ได้ มันช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก นอกจากนี้จิ่นลี่ที่มีความแค้นเคืองกับหยางหลิวได้ทำการเย้ยหยันอีกฝ่ายที่ทำผิดพลาดในตอนแรกแต่หลังจากนั้น หยางหลิวก็เล่นดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าแค่เล่นดีขึ้นก็ไม่นับว่าเป็นอะไรมาก แต่หยางหลิวกับเขาอยู่คนละทีมกัน อีกทั้งหยางหลิวเล่นเป็นตัวรับซึ่งคอยสกัดไม่ให้เขาผ่านไปข้างหน้า คอยแย่งบอลจากพวกเขาไปอีก ทำให้เกมรุกบุกไม่ขึ้น นี่จึงเป็นแรงกดดันที่มีต่อพวกเขาทั้งคู่
ในส่วนของหยางหลิว เขาแทบไม่กดดันอะไรเลย นอกจากค่าประสบการณ์ด้านฟุตบอลเพิ่มขึ้นทำให้เขาเล่นง่ายขึ้น ยังมีค่าประสบการณ์ด้านกีฬาที่เพิ่มขึ้นซึ่งในส่วนนี้หยางหลิวไม่ได้คาดคิดเลยว่านอกจากด้านกีฬาแล้ว มันยังมีส่วนช่วยในด้านอื่นอีกด้วย ซึ่งก็คือสมรรถภาพทางกาย ปกติถ้าเขาเล่นฟุตบอลนานขนาดนี้สมควรที่จะมีเหงื่อออกท่วมตัว เกิดอาการเหนื่อยหอบ และแทบวิ่งไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ แต่นี่มันแตกต่างจากปกติมาก เขาไม่ค่อยเล่นกีฬาแถมยังสนใจในด้านอาหารมากกว่า ทุ่มเทให้กับอาหารมากกว่า เวลาว่างต่าง ๆ ก็ใช้ไปกับการฝึกทำอาหาร
แสดงว่าระบบช่วยเพิ่มความอึดให้กับเขา นอกจากนี้เขาก็รู้สึกว่าความเร็ว ความแข็งแกร่งระหว่างปะทะก็เพิ่มสูงมากขึ้น
ดังนั้นนี่มันค่อนข้างดีต่อหยางหลิว หรืออาจจะกล่าวได้ว่าการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คงเป็นหยางหลิวนั่นเอง