ตอนที่5
เผยพลังของแมวส้มข้าไม่อยากจะเชื่อ!
ถ้าที่นี่เป็ขุมนรก มันก็จะต้องเป็ขุมนรกที่เหม็นเขียวน่าอี๋มากที่สุด
ลึกเข้ามาในมหาดันเจี้ยนแห่งพืชข้าเดินเหยียบเถาไม้แข็งๆที่รัดตัวแน่นจนเป็ทางเดินเพื่อมุ่งตรงไปยังเส้นทางเบื้องหน้าโดยมีดาบแห่งแสงลอยส่องไฟนำทางอยู่ใกล้ๆถ้ามองไกลออกไปคือเงาตะคุ่มของเถาไม้ที่รัดตัวเป็สะพานพาดผ่านกันไปมาดูคล้ายใยแมงมุมที่แข็งแรงกว่าแต่ก็ลึกลับและไม่น่าไว้ใจยิ่งกว่าด้วยข้าสะดุดใบไม้ที่โผล่ขึ้นมาตามทางเดินจนเกือบจะร่วงตกไปข้างล่างอยู่หลายครั้งเบื้องล่างคือความมืดมิดที่ข้าไม่รู้ว่ามันจะไปสิ้นสุด ณ ที่ใด ข้าไม่ใช่คนที่กลัวความสูงแต่พอได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันก็ทำให้ข้าขาอ่อนอยู่นิดๆเหมือนกัน
แมวส้มอาเธอร์ในอ้อมกอดนอนหลับและหายใจเข้าออกอย่างสงบข้าไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็แมวที่ี้เีถึงขนาดหาจังหวะหลับได้ก็จะหลับทันทีมันไม่เห็นเหมือนแมวตัวอื่นที่เคยเจอมาเลย แมวพวกนั้นจะอยู่ไม่สุข ชอบทำลายข้าวของและตื่นกลัวต่อผู้คนเสมอ ข้านึกสงสัยว่าก่อนหน้าที่ข้าจะอัญเชิญมันออกมามันใช้ชีวิตอยู่รอดได้ยังไงกับนิสัยี้เีตัวเป็ขนแบบนี้
ข้าเดินไปตามเส้นทางที่สะพานเถาไม้จะนำทางอย่าถามเื่ทิศทางกับข้าในตอนนี้ ทุกๆอย่างดูมืดไปหมด ข้าคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าหากไม่มีเ้าดาบแห่งแสงส่องนำทางให้ข้าจะทำยังไงไม่ให้ร่วงตกลงไปตายข้างล่างภายในมหาดันเจี้ยนแห่งนี้แสงจันทร์ไม่สามารถสาดส่องเข้ามาได้เพราะงั้นมันเลยทำให้โลกรอบตัวของข้าดำมืดเสมือนกับมีอสูรั์มายืนล้อมไว้หรือบางทีข้าอาจจะถูกล้อมแล้วจริงๆก็ได้
ข้าขนลุกวูบก่อนจะก่นด่าตัวเองในใจที่นึกอะไรแบบนั้นขึ้นมาบอกตามตรงข้ามเกิดความคิดอยากจะวิ่งกลับบ้านไปนอนร้องไห้ไม่ต่ำกว่าสิบรอบแต่ข้าก็เข้ามาลึกแล้ว ข้าไม่อยากทำให้อะไรๆมันเสียเปล่าััของข้าตื่นตัวเพราะความตื่นเต้น แปลกชะมัดที่ข้าแทบจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลยทั้งๆที่เดินมาตลอดจนถึงตอนนี้
แล้วจู่ๆข้าก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรมันเป็เสียงแหลมเล็กที่เสียดประสาท มันดังมาจากข้างล่างแน่ๆ อากาศสั่นะเืข้าชะงักและตัวแข็งทื่อเป็อีกครั้งที่ข้าเผลอกอดอาเธอร์แน่นเกินจนมันร้องออกมาว่า “แง๊ววว!”
“ส...เสียงอะไรน่ะ”ข้าเชื่อว่าตอนนี้ข้าหน้าซีดและอาจจะมีน้ำตาคลอเบ้า เสียงนั่นยังไม่ยอมหยุดโดยง่ายเ้าอาเธอร์ตื่นขึ้นมันพยายามดิ้นก่อนจะะโออกจากอ้อมกอดของข้าแล้วลบไปยืดเส้นยืดสายบนพื้น ทันใดนั้นสะพานเถาไม้จะสั่นคลอนอย่างรุนแรงเหมือนมันกำลังเคลื่อนขยับตัว“กรี๊ดดดด!”ข้าทรุดลงไปคว้าจับเถาไม้ที่ข้าเหยียบเอาไว้ก่อนจะะโสุดเสียง
“แล้ว...” เ้าเหมียวดูไม่ทุกข์ร้อนกับสถานการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเลย“เ้ามาเดินทำอะไรบนตัวของสัตว์ประหลาดงั้นเหรอ”
“ห๊ะ!” ข้าเลิกกรี๊ดทันทีเมื่อได้ยินคำที่น่ากลัวยิ่งกว่า “จ...เ้า...เมื่อกี้....อะ...อะไรนะ”ข้าปากสั่นจนฟันกระทบกันดังกึกๆ และก่อนที่อาเธอร์จะได้ตอบคำถามเถาไม้ที่ข้าจับไว้แน่นก็ค่อยๆเลื้อยขึ้นมาพันแขนของข้าเอาไว้ “กรี๊ดดดด!!!” ข้าแหกปากเพราะความกลัวสุดหัวใจ “ไม่เอาแล้ว!ช่วยด้วย!!!”
แรงสั่นะเืมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเถาไม้ก็พันร่างของข้าเอาไว้ทุกส่วนจนไม่สามารถขยับไปไหนได้แมวอาเธอร์ะโหลบเถาไม้ที่พยายามจะรัดร่างของมันเช่นกันและโดยที่ข้าไม่รู้สึกตัว พวกเราก็ค่อยๆถูกพาให้เคลื่อนที่ต่ำลงเรื่อยๆสู่เบื้องล่างที่มืดสนิทไร้ซึ่งแสงใดๆโดยเถาไม้ที่พวกเรายืนอยู่เสียงคำรามเสียดประสาทใกล้ขึ้นในทุกวินาทีข้ามั่นใจว่าตัวอะไรก็ตามที่อยู่ข้างล่างนั่นจะต้องกลายเป็ฝันร้ายของข้าไปตลอดชีวิตข้าไม่น่าเข้ามาในนี้เลย!
“ง๊าว!” อาเธอร์ปลดปล่อยพลังของตนออกมาสร้างเป็อาวุธเรืองแสงอีกสี่ชิ้นข้าไม่มีสติหลงเหลือพอจะหันไปมองว่ามีอาวุธประเภทไหนบ้างเพราะเอาแต่กรีดร้องและอ้อนวอนขอชีวิตจากอะไรก็ไม่รู้อาเธอร์บังคับให้อาวุธเรืองแสงทั้งสี่ชิ้นนั้นพุ่งตรงไปยังเบื้องล่างก่อนที่พวกมันจะสาดแสงออกมาอย่างเต็มพิกัดเผยให้เห็นสัตว์ประหลาดขนาดั์ที่อยู่ ณ โลกเบื้องล่าง
มันคือดอกไม้ขนาดั์ที่ตรงกลางซึ่งเป็ส่วนที่ควรจะเป็เกสรกลับแทนที่ด้วยปากที่มีฟันแหลมคมอยู่รอบๆและก็มีฟันแหลมๆเล็กกระจายอยู่เต็มเพดานปากตามซอกฟันน้ำลายของมันยืดเหนียวเหนอะและส่งกลิ่นเปรี้ยวของกรีดโชยขึ้นมาพวกมันมีกันอยู่นับสิบดอกกระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่ด้านล่าง ดอกไม้ปีศาจเ่าั้เองที่เป็คนสร้างสะพานเถาไม้ขึ้นมาเพื่อใช้เป็กับดักบัดนี้มันกำลังจะลากข้าซึ่งเป็เหยื่อที่หลงเข้ามาติดกับดักให้กลับลงไปเป็อาหารของมันข้าแทบหยุดหายใจเมื่อมองไปตามฟันซี่แหลมๆที่กระจายตัวอยู่รอบปาก หากเป็ในยามปกติข้าก็คงแอบสงสัยเหมือนกันนะว่าถ้าเป็ปากทรงกลมแบบนั้นเวลาเคี้ยวมันจะเคี้ยวยังไง
แมวส้มอาเธอร์เรียกอาวุธทุกชิ้นกลับมาก่อนจะบังคับให้ดาบและขวานแห่งแสงพุ่งเข้ามาตัดเถาไม้ที่รัดอยู่เต็มร่างของข้าจนข้าเป็อิสระข้าพยายามจะตะเกียกตะกายหนีขึ้นไปในจุดที่สูงกว่าไปพลางร้องไห้ไปพลางแต่เถาไม้ก็เริ่มรัดร่างของข้าอีกครั้งทว่าก็ได้ศาสตราเวทมนตร์ของอาเธอร์ช่วยเอาไว้เรื่อยๆ
เสียงร้องแง๊วของอาเธอร์ดังขึ้นก่อนที่พลังงานสีแดงจะพุ่งไปรวมตัวกันแล้วสร้างเศษชิ้นส่วนของชุดเกราะสีเงินขึ้นรอบๆร่างของเข้าพวกมันพุ่งเข้ามาแปะประกอบกันบนตัวของข้าสวมเป็ชุดเกราะอัศวินสีเงินโดยที่ข้ายังอยู่ในสภาพหมอบคลานไปกับพื้นข้าเชื่อว่ามันดูไมได้เลยสำหรับการสวมชุดเกราะเวทมนตร์อันน่าเกรงขามความใซ้ำซ้อนทำให้ข้าแทบช็อก และในวินาทีที่ข้าถูกบังคับให้สมหมวกเกราะซึ่งบินเข้ามาสวมให้เองข้าก็ร้องออกมาเพราะความผวามันทำให้ข้าแสบคอไปหมด
วินาทีชีวิตของข้ายังไม่ผ่านพ้นไปง่ายๆข้ารู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองถูกดัดและบังคับราวกับกลายเป็หุ่นเชิดร่างของข้าถูกอำนาจของอะไรบางอย่างกระชากให้ลอยขึ้นสู่อากาศ ข้าหลับตาปี๋ความกลัวที่มากเกินกว่าจะรับไหวทำให้ข้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วเสียงร้องคำรามของดอกไม้ปีศาจยังคงดังเสียดแก้วหูจนข้าน้ำตาไหลพรากทว่าด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างก็ทำให้เสียงนั่นค่อยๆแว่วไกลออกไป
ข้าค่อยๆลืมตาขึ้นในวินาทีต่อมาแล้วข้าก็ได้เห็นโลกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ภายใต้ความมืดมิดของมหาดันเจี้ยนข้ามองเห็นเงาร่างของดอกไม้ปีศาจเป็สีแดง เหลือง เขียว และน้ำเงินมันดูราวกับภาพวาดสีน้ำจากเด็กที่เพิ่งหัดทำงานศิลป์ซึ่งนั่นทำให้ข้าแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่ามีดอกไม้ปีศาจอยู่ตรงไหนบ้างในความมืดเบื้องล่างข้าพบว่ามันตัวเล็กลงมากเมื่อเทียบกับเมื่อครู่ มีสัญลักษณ์ลูกศรมากมายชี้อยู่ตรงบริเวณหางตาเพื่อพยายามบอกอะไรบางอย่างแก่ข้าบางทีอาจจะเป็ตำแหน่งของศัตรูมันให้ความรู้สึกเหมือนข้ากำลังมองโลกทั้งใบผ่านกระจกใสที่เผยทุกอย่างให้กระจ่างชัดยิ่งกว่าเดิม
เมื่อได้สติกลับคืนมาััของร่างกายก็กลับคืนมาด้วย ข้าพบว่าตอนนี้ข้าไม่ได้ยืนอยู่บนอะไรเลย ร่างกายหนักกว่าเดิมเพราะชุดเกราะอันแข็งแกร่งที่ห่อหุ้มข้าเอาไว้ทั้งตัวในนี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนไปทั่วร่างและทำให้ข้ารู้สึกกล้าหาญขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ข้าในยามนี้อยู่ในชุดเกราะอัศวินหญิงที่สมส่วนกับร่างกายเป็เกราะสีเงินที่มีแสงสีแดงเพลิงส่องสว่างออกมาตามบริเวณส่วนข้อต่อของเกราะรวมถึงช่องดวงตาของหมวกเกราะเองก็เรืองแสงสีแดงออกมาเหมือนกันความสามารถของเกราะนี้ทำให้ข้าบินอยู่บนฟ้าได้ข้าหันไปหาเ้าเหมียวเพื่อขอคำอธิบายแมวส้มอาเธอร์ขี่อยู่บนโล่แสงสีทองที่ลอยอยู่บนอากาศเช่นเดียวกัน
“น...นี่ก็เป็พลังของเ้าด้วยงั้นเหรอ”ข้าเอ่ยถาม ความกลัวยังไม่จางหายความตื่นเต้นที่ได้ค้นพบพลังใหม่ของเ้าอาเธอร์ก็เข้าแทรกอีกครั้งข้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็บ้า
“เหมียว” เ้าอาเธอร์ตอบนั่นน่าจะแปลว่าใช่แหละมั้ง “เอาไงกับไอ้เ้าดอกไม้ปากเหม็นนี่ดี”
“เ้า...จัดการมันได้ไหม”ข้าเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจในคำถามของตัวเองมากนัก
“ก็...” เ้าเหมียวถอนหายใจอีกรอบ“ถ้ามันเพื่อให้เราได้ที่นอนพักในคืนนี้อ่ะนะ”
แล้วทันใดนั้นอาเธอร์ก็ปลดปล่อยพลังที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆออกมา มันเป็ออร่าแบบเดียวกับที่ฟาเอลเคยะเิออกจากร่างกายเคลื่อนสีแดงฉานลุกไหม้ราวกับอาเธอร์คือดวงไฟเวทมนตร์ และโดยที่ข้าไม่ได้ทันสังเกตดวงตาของอาเธอร์เปลี่ยนจากสีเหลืองอำพันเป็สีแดงฉาน มีสัญลักษณ์รูปตัว Xฝังอยู่ในั์ตาสีแดงเืนั่นศาสตราแห่งแสงทั้งสี่สลายกลับคืนเป็ออร่าสีแดงไปรวมอยู่กับก้อนที่ห่อหุ้มร่างของอาเธอร์เอาไว้
แล้วออร่าทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็ศาสตราแห่งเพลิงที่มีเปลวไฟลุกท่วมนับร้อยชิ้นข้าอ้าปากค้าง
ทุกชิ้นหันปลายเล็งไปทางดอกไม้ปีศาจบนพื้นคลื่นความร้อนที่แผ่ออกมาเปลี่ยนค่ำคืนอันหนาวเหน็บให้กลายเป็สนามรบแห่งเพลิงที่ร้อนระอุ
“ได้เวลาถางวัชพืช”แมวส้มอาเธอร์กล่าวอย่างติดตลกก่อนจะบังคับให้อาวุธเวทมนตร์นับร้อยๆชิ้นที่อยู่ในการควบคุมพุ่งถล่มเข้าใส่อสูรร้ายเบื้องล่างและเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้ตกลงสู่ทะเลเพลิงเสียงกรีดร้องอย่างเ็ปดังสนั่น คลื่นความร้อนอัดกระแทกร่างภายใต้ชุดเกราะเวทมนตร์ที่ข้าสวมใส่ข้าอ้าปากค้างเหมือนเป็คนบ้าที่ได้เห็นฉากวันสิ้นโลกซึ่งเกิดจากฝีมือของแมวแสนี้เีที่ข้าเลี้ยงเอาไว้
ข้าเริ่มจะเชื่อแล้วว่าโลกใบนี้มันบ้าสิ้นดี
โปรดติดตามตอนต่อไป