“เ้านี่ก็เ้าเล่ห์ไม่เบาเลยนะ หลอกแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเองได้ ข้ายังจะคอยดูว่าวันหน้าเ้าจะหาเื่อะไรมาหลอกข้าบ้าง” ไฉซื่อแสร้งพูดอย่างไม่พอใจ
“ท่านแม่ ที่หนิงเอ๋อทำไปก็เพราะไม่อยากถูกหม่าซื่อเอาเปรียบเท่านั้นเ้าค่ะ” เฉาหลัน ลูกสะใภ้ของไฉซื่อพูดแทนญาติผู้น้อง
หยุนหนิงเอ๋อเข้าไปกอดแขนไฉซื่ออย่างเอาใจ “พี่หลันพูดถูกเ้าค่ะ ข้าไม่อยากถูกคนบ้านนั้นเอาเปรียบอีกแล้ว มีอย่างที่ไหนใช้งานข้าั้แ่เช้ายันค่ำ ข้าวปลาก็ไม่ยอมให้ข้ากิน ท่านป้าดูสิเ้าคะ ตัวข้าผอมแห้งนิดเดียวถ้าปล่อยให้พวกเขาเอาเปรียบอยู่อย่างนั้นมีหวังข้าได้ตายไปก่อนจะได้แต่งงานกันพอดี”
“คำพูดอัปมงคลพวกนั้นก็พูดให้มันน้อยๆ หน่อย ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ยอมให้ใครมารังแกเ้าได้หรอก”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าป้าสะใภ้ใหญ่รักข้าที่สุด” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มอย่างประจบเอาใจ
“เ้าก็ดีแต่ประจบคนแก่อย่างข้านี่ล่ะเ้าเด็กจอมกะล่อน” ไฉซื่อใช้นิ้วจิ้มหน้าผากหยุนหนิงเอ๋อเบาๆ
“แต่จะว่าไปหนิงเอ๋อก็อายุสิบหกปีแล้วนะเ้าคะท่านแม่ ไม่รู้ว่าท่านอาสามกับท่านอาสะใภ้สามเคยดูเื่คู่ครองให้นางหรือยัง” เฉาหลันบอกกับแม่สามี
“นั่นสิ พ่อกับแม่เ้าเคยพูดเื่นี้กับเ้าบ้างหรือไม่หนิงเอ๋อ” ไฉซื่อหันไปถามหลานสาวอย่างกังวล “อายุสิบหกปีไม่ใช่น้อยแล้วนะ ถ้ารอให้อายุเ้าถึงสิบแปดปีก็ต้องหาคู่ครองยากแล้ว หากพ้นยี่สิบปีไปก็จะต้องเป็สาวแก่ขึ้นคาน ไม่ได้ๆ ข้าต้องเอาเื่นี้ไปปรึกษาท่านลุงใหญ่ของเ้าเสียแล้ว”
หยุนหนิงเอ๋อปวดหัวขึ้นมาทันที ตอนนี้นางแค่อยากใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเพื่อรอการมาถึงของมู่หรงเฉินกับลูกๆ ของเขาเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าป้าสะใภ้กับพี่สะใภ้จะพูดถึงเื่นี้ขึ้นมาก่อน
“ท่านป้าอย่าเพิ่งใจร้อนเ้าค่ะ ของแบบนี้เราจะรีบไม่ได้ หากว่าเร่งรีบไปกลัวจะได้คนไม่ดีมาแต่งน่ะสิเ้าคะ ท่านป้าก็รู้ว่าพ่อกับแม่ของข้านอกจากเื่เงินแล้วพวกเขาคงไม่คิดถึงความสุขของข้าหรอก อีกอย่างข้าฝันติดต่อกันมาหลายคืนแล้วว่าจะต้องได้เจอเนื้อคู่ของข้าเร็วๆ นี้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋ออธิบายยืดยาว
“ความฝันของเ้าจะเชื่อถือได้ที่ไหนกัน” ไฉซื่อพูดไม่เต็มเสียง แต่ก็ยอมรับความคิดของหลานสาวว่าครอบครัวนั้นเห็นแก่เงินมากจริงๆ
“ความฝันของข้าย่อมเชื่อถือได้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นข้าจะบอกท่านได้อย่างไรว่าไม่ให้พี่เปียวเดินทางเข้าเมืองไปวันนั้น”
มีอยู่หนหนึ่งหยุนหนิงเอ๋อใช้ข้ออ้างเื่ความฝันมาเตือนหยุนเปียวว่า่นี้ยังไม่ต้องให้เขาเอาฟืนเข้าไปขายในเมือง เพราะนางมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีว่าเขาอาจจะได้รับาเ็ ทีแรกไม่มีใครเชื่อคำพูดของนาง แต่เฉาหลันที่กำลังท้องแก่อยู่กลับเชื่อ หรืออาจเป็เพราะนางอยู่ใน่ตั้งครรภ์จึงมีความกังวลมากเป็พิเศษ หยุนเปียวเห็นภรรยากังวลจึงไม่เข้าเมืองตามที่หยุนหนิงเอ๋อแนะนำ
จนเวลาผ่านไปสามวันก็ยังไม่มีเหตุร้ายใดเกิดขึ้น หยุนเปียวตั้งใจจะเอาฟืนไปขายในเมืองในวันรุ่งขึ้น แต่ปรากฏว่ามีโจรมาดักปล้นชาวบ้านระหว่างทางเข้าจริงๆ ชาวบ้านเคราะห์ร้ายถูกสังหารไปหลายคน กว่าเ้าหน้าที่ทางการจะจับโจรมาลงโทษได้หมด ชาวบ้านก็ไม่ได้เข้าเมืองกันเกือบเดือนเลยทีเดียว
ั้แ่นั้นเมื่อหยุนหนิงเอ๋อพูดถึงความฝันขึ้นมา ครอบครัวลุงใหญ่ถังจึงเชื่อฟังนางเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าหยุนหนิงเอ๋อจะรู้เื่ราวในนิยายมาแล้วล่วงหน้า แต่นางจะเลือกเตือนเฉพาะเหตุการณ์ที่จะส่งผลเสียร้ายแรงเท่านั้น แต่หากเป็เหตุเล็กๆ น้อยๆ นางก็จะปล่อยให้มันเป็ไปตามเื่ราวเดิมที่มันควรจะเป็ เพราะนางกลัวว่ามันอาจจะส่งผลต่อนางและมู่หรงเฉินในอนาคต
“นึกถึงเื่นี้ขึ้นมาทีไรป้าก็ต้องขอบใจเ้า” ไฉซื่อบอกกับหลานสาว
“ข้าก็ต้องขอบใจเ้าด้วย ไม่เช่นนั้นลูกของข้าคงกำพร้าพ่อั้แ่เขายังไม่เกิด” เฉาหลันลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ
“พี่สะใภ้อยากได้ลูกสาวหรือลูกชายเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อพูดเปลี่ยนเื่ ซีนเศร้าอย่างนี้นางไม่ชอบเลยจริงๆ
“ลูกสาวกับลูกชายก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่เขาเกิดมาร่างกายแข็งแรงก็พอแล้ว” เฉาหลันตอบยิ้ม
“แต่ข้าอยากได้หลานสาว ครอบครัวเราขาดแคลนที่สุดคือหลานสาว เด็กผู้ชายตัวเหม็นเกิดมามีแต่ซุกซน” ไฉซื่อตอบออกไปทันทีก่อนจะหันไปบอกกับลูกสะใภ้ “ไม่ใช่ว่าแม่ไม่ชอบหลานชาย แต่มีลูกสาวที่น่ารักออกมาจะได้เหมือนเ้ากับหนิงเอ๋ออย่างไร ทั้งน่ารักสดใสบ้านเราถึงมีชีวิตชีวาอย่างนี้ เ้าอย่าถือสาคำพูดของแม่เลย”
เฉาหลันยิ้มให้แม่สามีอย่างเข้าใจ นางโชคดีที่ได้แต่งเข้ามากับครอบครัวของสามี เพราะพ่อกับแม่ของสามีรักและเอ็นดูนางมาก “ข้าทราบเ้าค่ะ ไม่ว่าหลานสาวหรือหลานชายท่านแม่กับท่านพ่อก็ต้องปวดหัวเลี้ยงดูพวกเขาอยู่ดี หากท้องนี้ได้หลานชาย ท้องหน้าข้าก็จะคลอดหลานสาวออกมาให้ท่านอีก”
“ดีๆ มีลูกหลานเยอะๆ อย่างนี้ข้าชอบ” ไฉซื่อพูดอย่างดีใจ
หยุนหนิงเอ๋อมองดูแม่ผัวลูกสะใภ้คู่นี้พูดกันก็ได้แต่แอบถอนหายใจ พี่สะใภ้คงไม่คิดว่าตัวเองเป็โรงงานผลิตลูกจริงๆ กระมัง ด้วยการแพทย์และความเป็อยู่ในตอนนี้ ท่านคิดว่าท่านจะเลี้ยงลูกเป็โหลได้หรือ แต่นางก็ไม่พูดขัดความสุขพวกเขาหรอก
พอนึกถึงตรงนี้ก็ทำให้หยุนหนิงเอ๋อเริ่มคิดขึ้นมาว่านางต้องเร่งหาเงินเก็บเป็ของตัวเอง หนึ่งคือนางอยากช่วยเหลือครอบครัวของป้าสะใภ้ใหญ่ให้มีอาชีพเลี้ยงตัว หากวันหน้านางต้องจากหมู่บ้านนี้ไป ครอบครัวของป้าสะใภ้ใหญ่จะได้ไม่ลำบาก และเหตุผลสำคัญก็คือมู่หรงเฉินกับลูกๆ ของเขาจะมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ในสภาพที่เรียกได้ว่ายากจนสุดขีด เพราะฉะนั้นนางต้องเร่งหาเงินเสียแล้ว
“เหยาหนิง! เ้าวางยาข้าทำไม” มู่หรงเฉินขยับร่างกายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เขาใช้สายตามองภรรยาอย่างดุดัน หากเขาขยับตัวได้เวลานี้เขาคงฆ่านางไปแล้ว
“ท่านจ้องหน้าข้าทำไม จ้องไปก็เปล่าประโยชน์” เหยาหนิงเดินถือกระดาษแผ่นหนึ่งเข้าไปหามู่หรงเฉิน ก่อนจะใช้นิ้วโป้งของเขาประทับตราลงในกระดาษ “เท่านี้หนังสือหย่าของเราก็สมบูรณ์แล้ว ข้าจะให้ท่านเก็บไว้ฉบับหนึ่ง ส่วนข้าจะเก็บไว้ฉบับหนึ่ง แล้วก็...อีกฉบับหนึ่งข้าจะเอาไปติดประกาศไว้ที่หน้าประตูเมืองนะเ้าคะ”
มู่หรงเฉินมองหญิงสาวที่ขณะนี้ได้กลายเป็อดีตภรรยาของเขาไปอย่างสมบูรณ์กำลังพับหนังสือหย่าใส่ไว้ในอกเสื้อให้เขา “เ้าไม่สงสารลูกๆ ของเราบ้างหรือ พวกเขา้าแม่”
“ท่านไม่ต้องพูดถึงเด็กทั้งสี่คนนั้น พวกมันเป็สัญลักษณ์แห่งความอัปยศของข้า หากวันนั้นข้าไม่ถูกยาปลุกกำหนัดท่านคิดหรือว่าข้าจะยอมมีอะไรกับท่าน เพราะคนที่ข้ารักคือน้องชายของท่านต่างหาก แต่เป็เพราะท่านที่ทำให้แผนของข้าผิดพลาด วันนั้นทำไมเป็ท่าน” เหยาหนิงนึกถึงอดีตทีไรก็ทำให้นางแทบเสียสติ
จริงอยู่ว่านางมีสัญญาหมั้นหมายกับมู่หรงเฉิน แต่นางไม่อยากแต่งงานกับเขา เพราะนางกับ ‘มู่หรงจิ่ง’ ต่างหากที่รักกัน ถึงแม้มู่หรงจิ่งจะเป็น้องชายของคู่หมั้น แต่เื่ของความรักใครจะไปกำหนดได้ เมื่อใกล้ถึงงานแต่งเข้ามาทุกที นางจึงจุดยาปลุกกำหนัดไว้ในห้องและนัดพบกับมู่หรงจิ่งในสถานที่เดิมที่ทั้งคู่ลักลอบพบกันเป็ประจำ เพื่อหวังจะจับคนรักให้มาเป็เ้าบ่าวแทนพี่ชาย
แต่คนที่มาในวันนั้นกลับเป็มู่หรงเฉิน และเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ทำให้นางหนีไม่พ้นงานแต่ง ซ้ำการมีสัมพันธ์กันครั้งเดียวกลับทำให้นางท้องลูกแฝดสี่คนมาได้ นางไม่คิดว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็ความผิดของตัวเอง แต่นางกลับโยนความผิดทั้งหมดให้มู่หรงเฉินแทน
“เ้าถามว่าวันนั้นทำไมเป็ข้าที่ไปหาเ้าน่ะหรือ ก็เพราะมู่หรงจิ่งเป็คนบอกให้ข้าไปพบเ้าอย่างไรเล่า เขาบอกกับข้าว่าเ้า้าถอนหมั้นและยกเลิกงานแต่ง ซึ่งเื่นี้ข้าก็เห็นด้วย แต่ใครจะไปคิดว่าเ้าจะจุดยาปลุกกำหนัดเอาไว้ ต้องโทษที่เ้าวางแผนแล้วถูกแผนของตัวเองเล่นงานแล้ว” มู่หรงเฉินตอบ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นมู่หรงเฉินก็เริ่มสืบหาความจริงจนได้รู้ความสัมพันธ์ของเหยาหนิงกับมู่หรงจิ่ง และเป็มู่หรงจิ่งที่้าทำลายชื่อเสียงของเขาและอยากให้บิดาไล่เขาออกจากบ้าน ซึ่งแผนการนั้นมู่หรงจิ่งก็ทำสำเร็จเสียด้วย เพราะเวลานี้เขาถูกบิดาไล่ออกจากบ้านมาแล้วจริงๆ แต่เื่นี้เหยาหนิงกลับไม่รู้ว่าชายที่ตนหลงรักนั้นแค่้าหลอกใช้ตนเองเท่านั้น
“ไม่จริง อาจิ่งไม่ใช่คนเช่นนั้น เขารักข้า แต่เป็เพราะเขาไม่อยากทำผิดต่อท่านเขาถึงต้องตัดใจ ในเมื่อวันนี้ข้ากับท่านหย่ากันแล้วข้าก็จะกลับไปหาเขา แม้ต้องเป็อนุนอกเรือนของเขาข้าก็ยินดี”
มู่หรงเฉินหลับตาพูดเสียงเบา “เช่นนั้นข้าก็ขอให้เ้ามีความสุขกับสิ่งที่เ้าเลือก และหวังว่าเ้าจะไม่กลับมาหาข้าและลูกๆ อีก ให้ถือเสียว่าชีวิตนี้เราไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว”
“ข้าย่อมต้องมีความสุขอยู่แล้ว แต่...ข้าขอบอกท่านไว้อย่างหนึ่ง ยาที่ท่านกินเข้าไปคือยาปิดกั้นลมปราณ หากท่านยังฝืนออกแรงหรือใช้วรยุทธ์ลมปราณท่านก็จะแตก จากนั้นคงไม่ต้องให้ข้าบอกกระมังว่าชีวิตของท่านจะเป็อย่างไร”
“เ้า!” มู่หรงเฉินแค้นจนกระอักเืออกมา “เ้าไม่ฆ่าข้าให้ตายไปเลย ทำไมเ้ามาทรมานข้าเช่นนี้”
“ถือเสียว่าข้าทำเพื่อเด็กทั้งสี่คนนั่นเป็ครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน แม้ท่านจะพิการไปแล้วครึ่งหนึ่งแต่ท่านก็ยังเลี้ยงดูพวกเขาต่อได้ไม่ใช่หรือ แต่ถ้าหากท่านทนรับกับเื่นี้ไม่ไหวก็แล้วแต่ท่านว่าจะจัดการกับพวกเขายังไง เื่นี้ไม่เกี่ยวกับข้าอีกแล้ว”
“มู่หรงจิ่งเป็คนบอกให้เ้าทำเื่เลวร้ายนี้ใช่ไหม”
เหยาหนิงไม่คิดจะตอบคำถาม นางเดินออกจากบ้านเช่าหลังนั้นไปพร้อมกับถุงเงินที่เป็สมบัติชิ้นสุดท้ายของมู่หรงเฉิน โดยปล่อยให้มู่หรงเฉินนอนมองดูเด็กน้อยทั้งสี่คนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างปวดใจ