“เฮ้โจ ฉันมีข่าวดีมาบอกนายน่ะ” มนุษย์ตัวเขียวเดินเข้ามาด้วยท่าทางลึกลับ
ชายหนุ่มที่ชื่อโจซึ่งกำลังงีบหลับเงยหน้าขึ้นมองด้วยความเบื่อหน่าย “เพื่อนตัวเขียว อย่าบอกฉันนะว่าโคฟี่ลูกรักของนายกำลังตั้งท้อง?”
“ขอร้องล่ะ ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าชื่อคายเฟอร์ เลิกเรียกฉันว่าตัวเขียวได้แล้วและอีกอย่างโคฟี่มันเป็ตัวผู้โว้ย” มนุษย์ตัวเขียวจ้องมองเพื่อนมนุษย์แล้วรู้สึกอยากะโเข้าไปซัดปากนั่นสักทีแต่รู้ดีว่าตัวเองสู้ไม่ได้ จะโดนซัดกลับมาแทนมากกว่า
“แล้วมีเื่อะไรล่ะ?” เห็นท่าทางแปลกๆของเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์ก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้
“หึหึ อย่าใกับสิ่งที่ฉันจะบอกแล้วกัน…ตอนนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์เดินทางข้ามดวงดาวได้แล้วและได้เข้าร่วมเป็ส่วนหนึ่งของสหพันธ์กาแลคซี่เรียบร้อย” คายเฟอร์คาดหวังที่จะเห็นท่าทางดีใจของเพื่อนมนุษย์แต่น่าเศร้าไม่มีอาการใดๆแสดงออกมา
“อ้อเหรอ งั้นฉันของีบต่อล่ะนะ” โจทำท่าจะหลับอีกครั้ง
“เฮ้ยๆ ไม่ดีใจหรือตื่นเต้นอะไรเลยเหรอ? นั่นเผ่าพันธุ์ของนายนะและมันหมายความว่านายสามารถกลับดาวบ้านเกิดได้แล้ว” คายเฟอร์รู้สึกใที่เห็นเพื่อนซี้ไม่แยแสต่อเผ่าพันธุ์ตัวเอง
“แล้วไง? ฉันอยู่ที่นี่มายี่สิบปีและที่นั่นก็ไม่มีคนรู้จักแม้แต่พ่อแม่เองก็ไม่รู้ว่ายังอยู่หรือไม่และไม่รู้ว่าพวกเขาจะจดจำฉันได้รึเปล่าก็ไม่รู้และฉันเองก็ไม่มีความทรงจำเื่พวกนี้ ฉันอยู่ที่นี่ดีกว่าเยอะ” สำหรับโจแล้วดาวโลกไม่มีอะไรให้จดจำ เขาอยู่ที่นี่มาั้แ่ยังจำความได้และใช้ชีวิตจนไต่เต้าขึ้นมาเป็หัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ถ้าเขากลับไปแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ?
“คุณต้องกลับ” ก่อนที่ทั้งคู่จะโต้เถียงกันต่อก็มีเสียงดังขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่เดินเข้ามาร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามและมีสีผิวฟ้าอ่อน
โจและคายเฟอร์เห็นคนนั้นต่างก็ยืนขึ้นและทำความเคารพแบบทหารพร้ะโกน “พลเอกไซน๊อต!!"
“หมายความว่ายังไงที่ว่าผมต้องกลับ?” โจงุนงงและรู้สึกไม่ดีกับข่าวที่เขาจะได้รับจากปากของพลเอกไซน๊อต
“ตามปกติแล้วถ้าเผ่าพันธุ์ของคุณยังไม่สามารถเดินทางข้ามดวงดาวได้คุณก็สามารถอยู่ที่นี่ได้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ในอนาคตเผ่าพันธุ์ของคุณจะเข้าร่วมากับพวกเรา” ไซน๊อตเอ่ยเสียงราบเรียบ
“แล้วมันเกี่ยวยังไงกับผม?” โจสับสนกับคำพูดของไซน๊อต
“เกี่ยวมากเลยล่ะ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งและได้รู้ความลับมากมายรวมถึงการทำากับศัตรูนับครั้งไม่ถ้วนนี่จะเป็ประโยชน์ต่อเผ่าพันธุ์ของนายมากยิ่งขึ้น” ไซน๊อตกล่าว
“ถึงไม่มีผมพวกเขาก็คงเรียนรู้ได้และสามารถต่อกรกับศัตรูได้เอง ไม่เห็นจำเป็ต้องมีผมเลยนี่” โจไม่เข้าใจจริงๆ
“ถ้าหากในอนาคตพวกเขาได้รับรู้ว่ามีมนุษย์คนหนึ่งมาอยู่กับพวกเราเป็เวลายี่สิบปีจะเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาต้องคิดว่าพวกเราแอบไปดาวของพวกเขาและจับมนุษย์มา นี่จะเป็ปัญหาใหญ่เลยทีเดียวถ้าพวกเขาคิดว่าสหพันธุ์กาแลคซี่ไม่มีความจริงใจและทำให้เกิดข้อบาดหมางกัน การร่วมมือกันคงเป็ได้แค่ฝันดีไม่ดีอาจทำากันเอง” ไซน๊อตอธิบายอย่างอดทน
“นี่…” โจพูดไม่ออกหลังจากได้ฟัง มันมีเหตุผลมากทีเดียวและมีความเป็ไปได้สูงที่ทั้งสองจะทำากันเอง
เมื่อยี่สิบปีก่อนในตอนที่โจเป็แค่เด็กทารกวัย 6 เดือน ตอนนั้นพ่อแม่พาเขาไปเดินเล่นในห้างและบังเอิญพลัดหลงกัน โจที่คลานไปตามประสาเด็กดันไปเห็นมนุษย์ต่างดาวคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนร่าง ตามกฏของสหพันธ์แล้วถ้าไม่กำจัดทิ้งก็ต้องนำตัวมา สุดท้ายโจก็อยู่ที่นี่มานานถึงยี่สิบปี
สุดท้ายเมื่อคิดถึงผลดีผลเสียแล้วเขาก็ถอนหายใจยาวแล้วพูดอย่างเซ็งๆ “เข้าใจแล้วครับพลเอกไซน๊อต ผมจะกลับไป”
ไซน๊อตยิ้มแล้วพยักหน้า “ดีแล้ว คุณอยู่ที่นี่มานานก็คงรู้ดี ศัตรูน่ากลัวแค่ไหนคุณก็รู้ ถ้าต้องมาทำากับเผ่าพันธุ์ที่ควรจะเป็มิตรกันมันมีแต่เสียหายทั้งสองฝ่าย”
“ครับ…แล้วผมต้องกลับตอนไหน?”
“พรุ่งนี้ และจงจำไว้ว่าอย่าให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด” ไซน๊อตกล่าวอย่างจริงจัง
“ผมกำลังสงสัยว่าทำไมถึงปล่อยให้ผมกลับไป?” โจถามคำถามที่เขาสงสัยมากที่สุด การกำจัดเขาทิ้งเป็ทางเลือกที่ง่ายกว่าการปล่อยกลับไป
“อันที่จริงมันก็มีคนเสนอวิธีกำจัดคุณอยู่นะ แต่เพราะผลงานของคุณต่างหากที่ช่วยคุณไว้” ไซน๊อตยิ้ม
“หึ ไอ้หัวปลาหมึกนั่น” โจมีคนที่ไม่เป็มิตรด้วยในสหพันธ์อยู่ไม่กี่คนและคนที่อยากกำจัดเขามากที่สุดก็เป็คนที่เขาพูดออกมา
“ฉันจะทำเป็ไม่ได้ยินแล้วกัน เตรียมตัวให้พร้อมพรุ่งนี้จะส่งคุณกลับไปแบบลับๆ” จากนั้นไซน๊อตก็จากไป
เพื่อนตัวเขียวที่อยู่ข้างๆไม่พูดไม่จาเป็เวลานานก็หันมาหาโจ “เฮ้เพื่อนอย่าคิดมากน่า แค่กลับไปและทำเป็ไม่รู้เื่ซะก็สิ้นเื่ ใครจะไปรู้ได้ว่านายอยู่ที่นี่?” คายเฟอร์ปลอบเพื่อนซี้
“เออ นายออกไปก่อนฉันจะเก็บของ” โจโบกมือไล่เพื่อนให้ออกจากห้องของเขา จากนั้นเขาก็คิดอยู่เป็เวลานานว่าหลังจากกลับไปเขาจะทำยังไงต่อไปดี
ไม่สามารถเผยความลับของตนให้ใครรู้ได้และที่นั่นก็ไม่มีคนรู้จัก เขาควรจะเริ่มต้นยังไง
“ช่างมันแล้วกัน พอไปถึงแล้วค่อยว่ากันอีกที” โจล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปอีกครั้ง
วันต่อมาโจแบกกระเป๋าเสื้อผ้าสะพายหลังแล้วเดินเข้าไปในยานขนส่ง
“เฮ้โจ หวังว่าจะได้เจอนายอีกนะ” คายเฟอร์กล่าวด้วยความคาดหวังบนไหล่มีสัตว์เลี้ยงคล้ายหนูซึ่งก็คือโคฟี่
พวกเขาทั้งคู่เคยเป็แค่ทหารฝึกหัดและได้ผ่านความเป็ความตายมาด้วยกันจึงกลายมาเป็เพื่อนซี้อย่างทุกวันนี้
“อืม แล้วเจอกัน” โจกล่าวอำลาเพื่อนตัวเขียวจากนั้นยานขนส่งก็พุ่งตัวออกจากยานแม่แล้วพุ่งหายไปในความมืดมิด