หงสาสีนิล (จบ)

เล่มที่ 6 เล่มที่ 174 ความรักของฮ่องเต้เวิน

        เพราะภูเขาหลงยวนสูงมาก ยามยืนชมอาทิตย์อัสดงอยู่บนยอดเขาลูกนี้ก็ราวกับได้อยู่ในตำแหน่งเสมอกันกับดวงอาทิตย์ เหมือนกับว่าแค่ยื่นมือออกไปก็จะสัมผัสมันได้ก็ไม่ปาน

        ทันทีที่ยืนอยู่ด้านหลังฮ่องเต้ ยามอยู่ในวังหลวงคนอื่นๆ จะเรียกเขาว่าท่านเกากง ความจริงแล้วเขามีชื่อเล่นว่าจ่าวจือ ทว่าทุกวันนี้กลับไม่มีใครขานนามเขาเช่นนั้น ข้อแรกก็เพราะตำแหน่งที่สูงขึ้นของเขา ข้อที่สองคำว่า ‘จ่าว’ ในชื่อของเขาฟังคล้ายกับพระนามของฮองเฮาจ้าว ในวังหลวงมีข้อห้ามของชนชั้นสูง เช่นนั้นเขาจึงได้แต่เปลี่ยนนามของตัวเองเป็นเสี่ยวเกา

        เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่พบท่านพ่อก่อนที่จะถูกขายเข้าวัง ท่านพ่อได้ยื่นขนมจ่าวเกาให้เขา

        ความทรงจำนั้นฝังลึกอยู่ในใจ

        จากเสี่ยวจ่าวเป็นเสี่ยวเกา

        จากเด็กชายเกากลายเป็นชายชราเกา

        รสชาติของขนมจ่าวเกาก็เจือจางเหลือเกิน

        เขาเองก็ไม่ชอบกินขนมชนิดนั้นอีก

        กิจกรรมยามว่างของเขาน้อยนัก มีเพียงฝึกวิชายุทธ์ และคอยปกป้องฝ่าบาท

        ทว่าวันนี้ยามที่เขาติดตามฝ่าบาทมาจนถึงศาลารับลมริมทะเลสาบ ก็ได้พบกับฮูหยินหลัวอยู่ที่นั่น

        ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง

        ครั้งแรกที่พบคือยามที่ฮูหยินหลัวกำลังโอบกอดพระสนมหรงที่สิ้นลม

        นางช่างเป็นสตรีที่น่ากลัวนัก ไม่มีสตรีคนใดที่กอดคนตายแล้วยังดูงดงามได้ถึงเพียงนั้น ทั้งใบหน้างามยามนั้นยังไม่มีแววตื่นตระหนก ไม่มีแววปวดร้าว หรือกระทั่งความยินดี

        ท่าทางที่กำลังโอบกอดร่างไร้ลมหายใจของนางก็เป็นเช่นนี้

        ขันทีชราเสี่ยวจ่าวไม่ค่อยจะเข้าใจนักว่าฝ่าบาทหลงรักสตรีเช่นนี้ได้อย่างไร

        สตรีนางนี้ดูแล้วยังย่ำแย่ยิ่งกว่าฮองเฮาจ้าวด้วยซ้ำ

        ทว่าฝ่าบาทก็ยังดันทุรังจะชอบนาง

        ไม่เพียงแค่ชอบ พระองค์ยังยอมเดินทางไกลเพื่อมาส่ง…ว่าวตัวหนึ่ง

        ณ ตอนนี้ขันทีชราไม่ได้สนใจโฉมสะคราญที่ยืนอยู่ริมทะเลสาบ

        แต่กลับสนใจโต๊ะเล็กๆ ในศาลารับลม

        บนโต๊ะมีจานใส่ผลไม้ป่าวางไว้ ทั้งยังมีขนมจ่าวเกาที่ห่อไว้ด้วยกระดาษสีแดงอยู่อีกจาน

        ขนมชิ้นยาวราวหนึ่งนิ้ว ความหนาราวสองนิ้ว เมื่อหยิบขึ้นมาน่าจะกัดได้สักสามคำ

        ขนมจ่าวเกาส่งกลิ่นหอมจางๆ กลิ่นหอมนั้นเป็นกลิ่นเดียวกันกับในอดีต

        ด้านข้างยังมีสาวใช้คอยยืนเฝ้าขนมไว้ สาวใช้หน้าแบนๆ เท้าโต เมื่อมองดีๆ ยังเห็นว่าบนใบหน้าพร่างพราวไปด้วยกระ ทว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ดูแล้วน่าจะเป็นชุดใหม่ แต่ก็ไม่นับว่างดงามนัก

        แต่ก็ยังทำให้ขันทีชรานึกถึงภาพเลือนรางในวัยเด็กขึ้นมา

        ภาพของท่านแม่ยามมีชีวิตอยู่

        ภาพของท่านพ่อยามที่ทิ้งเขาไป

        ทั้งยังมีขนมจ่าวเกา

        ขันทีชราที่ยืนนิ่งอยู่ไม่แม้กระทั่งจะหายใจ ทั้งยังไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ข้างกายเสี่ยวถาวตั้งแต่เมื่อไร

        เสี่ยวถาวพลันตื่นตกใจ 

        เสี่ยวถาวมองชายชราผมขาวตรงหน้าตน เมื่อมองซ้ายมองขวาก็เห็นว่าคนอื่นๆ ล้วนแต่อยู่ไกล

        อีกฝ่ายจ้องขนมบนโต๊ะเขม็ง สายตาคล้ายกับเฉินโย่วยามจ้องมองอาหาร

        นางทำตามความเคยชิน หยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วยื่นให้อีกฝ่าย

        “กินเถิด…”

        ทั้งยังอยากจะพูดว่าท่านน้าหลัวไม่ว่าเจ้าหรอก ทว่ายามที่ยื่นออกไปจึงจะพบว่าคนตรงหน้านางไม่ใช่เฉินโย่ว แต่เป็นชายชราคนหนึ่ง

        ขันทีชราพลันรู้สึกเหนือความคาดหมาย

        ทว่าก็ยังยื่นมือไปรับขนมชิ้นนั้นมา

        แต่ก็ไม่ได้กินมันทันที เพียงเก็บขนมจ่าวเกาชิ้นนี้ไว้ในแขนเสื้อ

        จากนั้นจึงเดินกลับไปหาฮ่องเต้

        ยามนี้ฮ่องเต้ยืนอยู่ข้างแม่นางหลัว มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเสยผมไม่หยุด

        ฮ่องเต้คิดเองว่ารูปร่างของตนดูกำยำ ทั้งที่จริงมีแต่หน้าท้องยื่นๆ เท่านั้นที่เด่นชัดที่สุด

        ทว่าใบหน้ากลับดูเปล่งประกาย ยิ้มกว้างไม่จางหาย ไม่รู้ว่าแม่นางหลัวพูดอะไร ฮ่องเต้จึงได้ดูยินดีถึงเพียงนั้น ขันทีชราไม่ได้เดินเข้าไปใกล้มากเท่าไร ทว่าก็ไม่ได้อยู่ห่างไกล หากฝ่าบาทพลัดตกน้ำจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ไม่ก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้ฝ่าบาทกระโดดลงน้ำ

        ความจริงแล้วท่าทีของฝ่าบาทในตอนนี้ก็สุ่มเสี่ยงอยู่ไม่น้อย หากฮูหยินหลัวเพียงแค่ยื่นมือออกไปผลักฝ่าบาทสักครา ฝ่าบาทก็คงจะจบเห่อย่างแน่นอน

        ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ได้สังเกตถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย ฮูหยินหลัวโฉมงามถึงเพียงนั้น ใครเห็นก็ต้องตกใจ อีกทั้งนางจะทำเรื่องราวโหดร้ายเช่นนั้นได้อย่างไร

        “เหตุใดเจ้าจึงต้องเปลี่ยนนามเป็นอู๋เลี่ยงเล่า ชิงเฉิงก็ฟังเพราะดีอยู่แล้ว” เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้กำลังเป็นกังวลอยู่ ทว่าก็ยังพยายามลดระยะห่างระหว่างตนเองและแม่นางหลัว จึงได้เลือกถามคำถามที่ไม่อันตรายเท่าใด

        “หม่อมฉันชอบเพคะ” หลัวอู๋เลี่ยงตอบอย่างไม่ใส่ใจ 

        ทว่าฮ่องเต้เวินกลับไม่ได้พิโรธกับท่าทีไม่ใส่ใจของนาง ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ

        เขามองแม่นางหลัวด้วยดวงตาข้างหนึ่ง จากนั้นก็หลับตาแล้วมองด้วยดวงตาอีกข้างหนึ่ง

        เมื่อแม่นางหลัวเงยหน้าขึ้นมามองเขาที่กำลังหลับตาข้างหนึ่งอยู่ เขาก็พลันตกใจจนลนลาน

        ราวกับว่าฮ่องเต้เวินเพิ่งจะเคยมีความรักเป็นครั้งแรก

คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

นิยาย รัก
467K 4159
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

นิยาย รัก
421K 828
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
355K 505
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786
ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
712K 1023
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808