ตอนที่ 122สวมรอย
ในวันเสาร์ช่วงที่กลุ่มเขี้ยวเสือจะไปออกปฏิบัติภารกิจ…
หลังจากที่เสือน้อยได้มือถือของโอบฟ้ามาเขาก็ได้ทำการสวมรอยโดยจ้าง เพื่อนผู้หญิงแถว ๆ บ้าน เพื่อมาตีเนียนปลอมตัวเป็นโอบฟ้า และล้วงข้อมูลของคนที่เธอกำลังพูดคุยด้วยอยู่
แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่ถึงขนาดที่จู่ๆ ก็เอาใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาตีเนียน ทำตัวเป็นหล่อนนอกจากทำอะไรไม่ได้แล้ว กลับจะยิ่งเผยพิรุธเสียอีก
ในตลอดช่วงหลายวัน ที่ทั้งโรงเรียนต่างก็จับจ้องไปว่าตัวของเสือน้อยจะจัดการกับกลุ่มไอ้กั้งยังไง
‘ใบตอง’ เพื่อนผู้หญิงแถวบ้านซึ่งถูกเสือน้อยว่าจ้างมาก็ได้ทำตัวเข้าไปตีสนิทกับโอบฟ้าตั้งแต่วันแรก…หลังจากที่เสือน้อยนั่งครุ่นคิดแผนอยู่ที่ศาลาริมน้ำ
ตัวเธอก็อยู่ ม.4เช่นเดียวกัน และก็เรียนห้องเดียวกันด้วยดังนั้นจึงสามารถพยายามทำตัวกลมกลืนเข้ากับโอบฟ้าได้ง่าย ซึ่งคนที่ได้ชี้ช่องลงมือเพื่อขโมยโทรศัพท์ก็คือเธออีกเช่นกัน!
ตั้งแต่วันแรกที่เสือน้อยตัดสินใจว่าจ้างเธอก็ได้ทำการพูดคุยเปิดอก ว่าต้องการข้อมูลแบบไหน และเธอต้องทำตัวยังไงถูกสั่งให้พยายามเรียนน้ำเสียงจริตการพูดจาแน่นอนว่าเขาไม่ได้ถึงขั้นเล่าลึกลงในรายละเอียด…
ตัวของใบตองก็ยอมเลือกที่จะเชื่อฟังแต่โดยดีเพราะเงินดี ๆ งานดี ๆ แบบนี้ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่สามารถทำได้
คนที่อยู่ละแวกบ้านต่างก็รู้กันดีว่าเสือน้อยใจป้ำมากแค่ไหน เธอจึงรู้ว่าจุดไหนที่ควรทำและจุดไหนที่ไม่ควรทำ…
……
หลายวันหลังจากที่ตีสนิทเพื่อขอเข้าแก๊งกับโอบฟ้า…
ตัวเธอก็พบว่าหล่อนเป็นคนที่เรียบร้อยมากคนหนึ่งเวลาจะพูดจาโทรศัพท์กับใครก็มีจริตจะก้านน้ำเสียงดูนุ่มนวล
แต่พอหลายวันหลังจากนั้นเข้าเมื่อเสือน้อยขุดคุ้ยพฤติกรรมและได้นำมาเล่าให้เธอฟังซึ่งก็ทำเอาเธอตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะว่าสภาพที่เธอได้เห็น กับสภาพที่เสือน้อยเล่าออกมามันคนละโยชน์หนังคนละม้วนเลยนะ
ใบตองถามด้วยความลังเล“เสือน้อยแน่ใจเหรอว่าโอบฟ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ” ทั้งคู่คุยกันผ่านทางโทรศัพท์
“ไม่ผิดแน่…สืบจนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้วส่วนมือถือของยัยโอบฟ้าเดี๋ยวส่งไปให้ แล้วจะรู้เอง”จากนั้นเสือน้อยก็ทำการคัดลอกข้อมูล ถ่ายโอนข้อมูลลงมือถืออีกเครื่อง
ส่วนคลิปต่าง ๆของพวกผู้ชาย…
เสือน้อยก็ลังเลสองจิตสองใจว่าควรจะทำยังไงดีเพราะหากว่าลบทิ้งไปก็เสียดายเปล่า เขาก็พูดพึมพำกับตัวเอง จนสุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจปล่อยมันไว้อย่างนั้นเผื่อวันข้างหน้าอาจจะได้ใช้งาน แถมเอาไว้ขู่ไอ้พวกสำส่อนพวกนี้ได้!
หลังจากนั้นตัวของใบตองก็ได้เข้าใจสิ่งที่เสือน้อยพูดโดยที่ดูจากโทรศัพท์มือถือที่เจ้าตัวส่งมาให้เธอเองก็นึกไม่ถึงว่ายัยโอบฟ้าจะเป็นคนที่หน้าเนื้อใจเสือแท้ ๆ
คำสั่งถัดมาก็คือเอามือถือไปยัดคืนแบบเนียนๆ และให้เธอพยายามตอบกลับ ทดลองโทรคุยกับหนุ่ม ๆ ในสต๊อกของโอบฟ้า
ผ่านมือถืออีกเครื่องที่คัดลอกเบอร์ไว้เพื่อที่จะพยายาม ทดสอบดูว่าไม่มีใครจับได้ว่าเธอปลอมตัวสวมรอยเป็นหล่อน
ส่วนเป้าหมายที่แท้จริง ยังคงต้องรอให้ผ่านไปสักระยะก่อน เพราะของแบบนี้ไม่อาจจะผลีผลามได้ส่วนมือถือเครื่องเก่าพร้อมกับซิมการ์ดก็ถูกแอบเอาไปคืนเนียน ๆ ให้กับเจ้าตัวเพื่อไม่ให้เป็นการตีป่าให้เสือตื่น
จากวันนั้นเป็นต้นมาเธอก็จำเป็นต้องทำตัว‘แรด’ หรือว่า ‘ก๋ากั่น’ เพื่อพยายามจะตีสนิทตีเนียนขอเข้ากลุ่มของยัยโอบฟ้า เพื่อเป็นสายสืบใกล้ตัวโดยพยายามแข่งกันล่าแต้ม โดยใช้เป็นชุดพละของผู้ชายที่เคยหลับนอนเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ
ตัวเสือน้อยก็ไม่ได้รีบแก้แค้นถึงขนาดที่ว่าจะบุกเข้าไปยิงไอ้สี่ตัวนั่นถึงบ้าน
เพราะมันไม่ใช่สไตล์ของเขาถ้าทำแบบนั้นแล้วมันดูเหมือนไม่มีสมอง หากเอาชีวิตและอนาคตไปแลกกับคนชั่ว ๆมันย่อมไม่คุ้มค่า เขาต้องใช้วิธีการที่แตกต่างออกไปนั่นก็คือรอมันเผยจุดอ่อนก็ค่อย ๆ จัดการทีละคนสองคน
เพราะตอนนี้ลุงสมหมายวินมอเตอร์ไซค์สายสืบส่วนตัวของเสือน้อย ผู้ที่ได้รู้เรื่องราวทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้เคลื่อนไหวแล้ว…
ก่อนที่เสือน้อยจะว่าจ้างเขาก็ได้ให้อีกฝ่ายเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกัน และก็ได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาให้ลุงสมหมายฟัง
โดยเขาระบุว่าต้องการให้ลุงสมหมายสืบเสาะหาตัวผู้ต้องสงสัย และถ้ามีอะไรก็จะคอยประสานงานกับเขาตลอด
ซึ่งส่วนมากก็เพียงแค่เฝ้าติดตามสถานการณ์ในจุดที่เขาได้กำหนดเอาไว้และถ้าหากว่ามีอะไรก็โทรคุยหรือขี่รถเข้ามาประสานงานได้ตลอด
วันก่อนที่ได้โทรศัพท์มือถือของหล่อนมาเสือน้อยก็ทำการคัดลอกเบอร์ และดูช่วงเวลาเพื่อที่จะได้ตีกรอบให้แคบลง เพราะมันอาจเป็นไปได้ว่าคนที่ก่อเหตุไม่ใช่คนในพื้นที่แต่มาจากบ้านอื่นตำบลอื่น
……
หลังจากสภาพของกลุ่มกั้งที่มีสภาพเหมือนอย่างเดียวกันหมด คล้ายถอดแบบออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ดูแล้วไม่ต่างจากเจ้าใหญ่เลยที่ตาเขียวช้ำแขนซ้ายหัก ต้องใส่เฝือกพร้อมที่พยุงแขน
หลังจากผ่านเหตุการณ์ไปอีกอาทิตย์หนึ่งเสือน้อยก็ได้รับการติดต่อเข้ามาจากกลุ่ม เพื่อเข้ามาขอโทษขอโพย ผ่านครูฝ่ายปกครองซึ่งจำต้องออกหน้าเป็นกาวใจให้โดยอ้อม ๆ
มิเช่นนั้นแล้ว ทางทั้งกลุ่มก็คงขี้หดตดหายเป็นแน่แล้วชีวิตก็คงไม่เป็นอันเรียน หรือว่าทำอะไรได้ เพราะมัวแต่มานั่งพะวงว่าจะโดนเล่นงานอะไรและโดนเล่นงานแบบไหนบ้าง
นี่คือผลของอำนาจที่ไม่เป็นทางการและก็ไม่มีลายลักษณ์อักษรระบุไว้ ซึ่งมันเรียกว่า…อำนาจบารมี!
……
ภายในห้องฝ่ายปกครอง
ที่เสือน้อยคุ้นชินจนไม่รู้จะคุ้นชินยังไงแล้วเพราะเข้ามาบ่อยเกินไป เห็นกลุ่มครูและกลุ่มของไอ้กั้งนั่งอยู่เรียงรายตัวเสือน้อยเองก็กล่าวสวัสดีทักทายตามมารยาทอันพึงมี
ก่อนที่เขาจะพูดยิ้มแย้ม“มีอะไรหรือครับครูแหม่ม ถึงรั้งผมไว้ตอนจะกลับบ้านพอดีเลย”เสือน้อยกวาดสายตาไปที่เพื่อน ๆ ร่วมระดับชั้นที่นั่งใส่เฝือกเป็นแถว ๆก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก
ครูแหม่ม“คือแบบนี้นะเสือน้อยวันนี้ครูออกหน้ามาเป็นกาวใจให้น่ะ…ก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใดเป็นเรื่องที่กลุ่มของนายกั้งไปมีเรื่องกับเธอ”
เสือน้อยกะพริบตาปริบๆ ทำหน้าไขสือ “ผมไปมีเรื่องกับพวกเขาตอนไหนเหรอครับครูไม่เห็นจะจำได้เลย!?” ชายหนุ่มเกาหัวแกรก ๆ ก่อนที่จะนั่งลงเก้าอี้ด้านข้าง
ครูแหม่มยิ้มจืดชืดแอบบ่นในใจอยู่หลายคำ ก่อนพูดว่า “พอดีครูพูดผิดไปพวกเขาไปมีเรื่องกับน้องชายของเธอน่ะ”
“อ๋อ…เรื่องนี้เอง!” เสือน้อยคลี่ยิ้มจาง ๆกวาดสายตามองไปยังทั้งกลุ่มดูคล้ายพยัคฆ์ร้ายจับจ้องเหยื่อจนทำเอาทั้งกลุ่มก๊วนหนาวสั่น
ครูแหม่มพูดขึ้นอีก“พอดีเขาอยากขอโทษ เอ่อ…น้องชายเธอน่ะ” เธออึกอักและลังเลรู้ว่าต้องพูดไปในเชิงแบบนี้เท่านั้น เพราะตีให้ตายเจ้าตัวก็ไม่มีทางยอมรับว่าเป็นคนทำแน่ ๆ
“แล้วทำไมไม่เรียกน้องชายผมมาล่ะครับ?”เสือน้อยยิ้มถาม
“เรียกมาแล้วจ้ะ…กำลังมานี่แหละ!ระหว่างนี้ก็อยากให้เธอคุยกับเพื่อน ๆ ไปพลาง ๆ ก่อนดีมั้ย?” ครูเสนอขึ้น
เสือน้อยก็พยักหน้ารับก่อนหันไปพูดคุยหยอกเย้ากับกลุ่มของไอ้กั้ง “อ้าว! เป็นยังไงบ้างเพื่อนๆ แล้วไปทำอีท่าไหนมาละ ถึงได้บาดเจ็บจนเลือดตกยางออก ถึงขั้นใส่เฝือกกันทุกคนเลยฮึ?”เขากระหยิ่มยิ้มย่อง
กั้งที่เตรียมใจอยู่ก่อนแล้วแต่ก็ยังชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “เอ่อพอดีไม่ทันระวังน่ะวันก่อนขึ้นรถเมล์จะไปเที่ยวกัน ดันเผลอสะดุดล้มลงพื้นในตอนที่คนขับเปิดประตูให้ลงรถ…”
“ตกรถเมล์พร้อมกัน…เก้าคนเนี่ยนะ!”เสือน้อยร้องเสียงหลง
หางคิ้วของเขากระตุกลอบบ่นในใจว่า “โถ่เอ้ย! ไอ้พวกเวร จะแต่งเรื่องทั้งทีก็เอาให้มันเข้าเค้าหน่อยก็ไม่ได้!”
กั้งพยักหน้า “ใช่ ๆขึ้นรถเมล์ด้วยกันนะ ฝนตกมันลื่น” ก่อนที่เจ้าตัวจะสาธยายอีกยาวเหยียด
“เอา ๆวันหลังก็เดินระวัง ๆ กันหน่อยนะเพื่อน ๆ” เสือน้อยพูดปลอบใจอยู่อีกสองสามคำก่อนที่เจ้าใหญ่จะเดินเข้ามา!
เขาทักทายตามมารยาทเสร็จก็ไปนั่งข้างลูกพี่ของตัวเอง
เสือน้อยในฐานะลูกพี่ก็ไม่อยากทำให้ครูแหม่มลำบากใจจึงพูดขึ้นว่า“เข้าเรื่องกันเถอะครับครู น้องชายผมมาแล้ว!”
จากนั้นครูแหม่มก็เริ่มพิธีสานสัมพันธ์เรื่องวันนี้ก็จบลงด้วยดี ก็เพราะว่าเอาคืนไปแล้วนี่
และแถมอีกฝ่ายก็ได้แสดงท่าทียอมจำนนยอมสวามิภักดิ์ แต่เสือน้อยก็พูดแบ่งรับแบ่งสู้เพราะดูเหมือนเขามีเรื่องต้องใช้งานไอ้กั้ง จึงขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้…