กลางดึกคืนนั้น...สายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งช่วยพรางตาได้เป็อย่างดีรถเก๋งสีดำสนิทไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเลื่อนมาจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามคอนโดมิเนียมของนนทพัทธ์ ชายฉกรรจ์สองคนในชุดแจ็กเกตสีเข้มขยับหมวกแก๊ปลงต่ำตามคำสั่งของ ชานนท์เลขาลับฝีมือเหี้ยมของอาภพ
"ดูลาดเลาเรียบร้อยแล้วครับพี่ชานนท์คีย์การ์ดห้องไอ้ทนายมันเป็ระบบดิจิทัลล็อก แต่อุปกรณ์ที่เราเตรียมมา งัดได้ไม่เกินสามนาทีแน่นอนครับ"ชายชุดดำคนหนึ่งรายงาน
"ดี...จำไว้ว่าเป้าหมายคือกล่องไม้กำมะหยี่สีดำข้างในตู้เซฟหรือในกระเป๋าเอกสารของมันเท่านั้นเจอแล้วรีบถอย อย่าให้เอะใจจนตื่น" ชานนท์สั่งเสียงเฉียบแววตากร้าวราวกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
เมื่อสัญญาณไฟในห้องพักของนนทพัทธ์ดับลงชายฉกรรจ์ทั้งสองก็แฝงตัวเข้าไปในอาคารทันทีชานนท์นั่งเคาะพวงมาลัยรถรอคอยด้วยความมั่นใจว่าแผนการสกปรกนี้จะช่วยอุดรอยรั่วและกู้ชีวิตของเ้านายกลับคืนมาได้
ทว่า...เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ประตูทางเข้าคอนโดฯกลับเปิดออกพร้อมร่างของลูกน้องทั้งสองที่วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่รถด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและว่างเปล่า
"ได้ของไหม!"ชานนท์กระชากคอเสื้อลูกน้องมาถามทันทีที่พวกมันขึ้นรถ
"ไม่มีครับพี่ชานนท์!ห้องมันว่างเปล่า... เอกสารหรือกระเป๋าทำงานไม่อยู่ในห้องเลยครับแถมที่น่ากลัวคือ..." ลูกน้องเสียงสั่นพลางยื่นหน้าจอมือถือให้ดู"ตอนพวกผมกำลังจะรื้อตู้เสื้อผ้า จู่ ๆระบบสัญญาณเตือนภัยในห้องมันก็ส่งเสียงดังลั่น พอมองไปที่มุมห้อง...มีกล้องวงจรปิดอัจฉริยะเปิดสตรีมมิ่งสดอยู่คาดว่าไอ้ทนายมันรู้ตัวและย้ายของหนีไปั้แ่หัวค่ำแล้วครับ!"
"ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย!"ชานนท์สบถลั่นพลางทุบพวงมาลัยรถอย่างเดือดดาล แผนการตลบหลังพังพินาศย่อยยับ
ภายในคฤหาสน์หรูตระกูลอัครเดชโภคินอาภพ นั่งจิบเหล้าบรั่นดีอยู่บนโซฟาหนังแท้รอคอยโทรศัพท์จากเลขาลับด้วยใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายทันทีที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น ชายวัยกลางคนรีบกดรับสายด้วยความหวังสุดท้าย
"ว่ายังไงชานนท์? ได้ของคืนมาไหม!"
("ขออภัยครับท่าน...พวกมันรู้ทัน ย้ายของและหลักฐานหนีไปหมดแล้วครับ ตอนนี้ห้องมันว่างเปล่าคาดว่ามันน่าจะเอาหลักฐานไปซ่อนในเซฟเฮาส์ของสำนักงานกฎหมายสากลที่มีระบบคุ้มกันแ่าครับ")
คำรายงานของชานนท์ดังก้องในหูราวกับเสียงะเิอาภพมืออ่อนแรงจนแก้วบรั่นดีราคาแพงร่วงหลุดจากมือตกกระทบพื้นพรมจนน้ำสีอำพันนองกระจาย แววตาของจอมบงการฉายแววสิ้นหวังขั้นสุดโลกทั้งใบที่เขาสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเืเนื้อของคนอื่นกำลังจะล่มสลายลงต่อหน้า
"หมดกัน..."อาภพพึมพำเสียงแ่ ผิวหน้าซีดเผือดไร้สีเื ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึก ๆความกลัวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
แต่คนอย่างอาภพ...ถ้ายอมแพ้ง่าย ๆ คงไม่ยืนมาถึงจุดนี้
ชายวัยกลางคนพยุงร่างกายที่สั่นเทาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ มือหนากำไม้เท้าหัวสิงห์ไว้แน่น แววตาที่สั่นระริกเมื่อครู่ค่อย ๆเปลี่ยนเป็ความเ็าและเยือกเย็น หน้ากาก 'ผู้ใหญ่ใจดี' ถูกดึงกลับมาสวมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ในเมื่อแกอยากจะเปิดโปงฉันนัก...เราก็มาดูกันว่า ระหว่างคำพูดของทนายหน้าใหม่ที่ไม่มีน้ำหนัก กับฉันที่เป็อาแท้ ๆของอคินและช่วยมันสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา... อคินมันจะเชื่อใจใคร!"
อาภพแค่นยิ้มเหี้ยมกระตุกที่มุมปากแผนการดิ้นรนเยี่ยงหมาจนตรอกของเขาคือการ 'ทำใจดีสู้เสือ'เดินหน้าเข้าหาอคินก่อนที่ฝั่งนู้นจะไหวตัวทันเพื่อใช้ความผูกพันและสายเืสายใยความเป็อา-หลานมาเป็เกราะกำบังและบิดเบือนความจริงให้กลายเป็การจัดฉากใส่ร้ายใส่ความ !