เมื่อเยี่ยนหลีได้ยินคำตอบจากปากของเสวียนเยว่เช่นนั้น นางก็รีบที่จะต้องอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงสิ่งที่ตนนั้นปรารถนาดูสักครั้ง
“เอ่อ คือ คือข้า ข้าหมายถึงว่า เรามาลองพิจารณาถึงความสัมพันธ์นี้ใหม่น่าจะดีกว่า” เยี่ยนหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแ่เบา
“เ้าคงไม่ได้เห็นจวนอ๋องของเปิ่นหวางเป็เพียงที่พักค้างอ้างแรมชั่วคราวใช่หรือไม่ สมรสพระราชทานนี้ ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็จะทูลขอกันได้ง่ายๆ เมื่อเป็เช่นนี้แล้วเ้าลองบอกสิ่งที่อยู่ภายในใจให้เปิ่นหวางได้ลองฟังดูสักหน่อยเถิด”
“ขะ ข้า...” เยี่ยนหลีทราบดีในข้อนั้น แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอยากที่จะมีชีวิตที่ราบเรียบและสงบสุขไปจวบจน่สุดท้ายของชีวิตนี้
หากแต่ เมื่ออีกฝ่ายพูดมาถึงเพียงนี้ หากนางดึงดันที่จะพูดเื่ขอหย่าออกไป เห็นทีว่า นอกจากชีวิตนี้จะไม่สงบสุขแล้วยังอาจจะทำให้อีกหลายฝ่ายเดือดร้อนไปด้วย หรือไม่แล้วก็เป็ชีวิตน้อยๆ ของนางเองนี่แหละที่จะได้รับความเดือดร้อนนั้นมาเต็มๆ
“หืม ว่าอย่างไร เปิ่นหวางรอฟังเ้าพูดอยู่” เสวียนเยว่กล่าวเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป
“ขะ ข้าว่า เราควรสร้างความคุ้นเคยกันมากกว่านี้” เยี่ยนหลีที่ยังนึกถ้อยคำใดไม่ออก ถึงพายามที่จะสรรหาคำพูดที่พอจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้านี้ไปก่อน อย่างน้อยๆ ก็ยืดระยะเวลาออกไปให้สมองน้อยๆ ของนางได้ครุ่นคิดบ้าง
นางเพิ่งผ่านความเป็ความตายมา แม้จะไม่ตายแต่ก็ใและสำลักน้ำไปไม่น้อย เช่นนั้นแล้ว ตอนนี้สมองน้อยๆ ของนางจึงค่อนข้างที่จะมีกระบวนการคิดที่ค่อนข้างจะช้าลงไปสักหน่อย
“คุ้นเคย อืม ฟังดูดี เช่นนั้นแล้ว นับจากนี้ เปิ่นหวางจะมีเวลาให้เ้าให้มาก โดยเริ่มจากคืนนี้ คงต้องให้เปิ่นหวางได้ขออาศัยเตียงนอนที่ตำหนักของเ้าแล้ว” เสวียนเยว่ฟังแล้วเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาอยู่บ้าง ที่นางนั้นยังอยากที่จะสร้างความคุ้นเคยกับเขา
“มะ ไม่ใช่ๆๆ ขะ ข้าหมายถึงท่านและข้าอยู่ร่วมกันเยี่ยงสหายเป็อย่างไร” เยี่ยนหลีถามความคิดเห็นของอีกฝ่ายด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น ด้วยในใจหวังว่าเขาจะตอบรับข้อเสนอนี้ของนาง
ถ้าหย่าไม่ได้ ขอเป็สหายแทนได้ไหม พระชายาอะไร ใครจะอยากเป็ อันตรายรอบด้าน อีกทั้งยังมีแต่ความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน แล้วอะไรคือจะมานอนร่วมเตียงกับนางอีก มะ...ไม่ไหว ไม่ไหวแน่ ๆ เยี่ยนหลีคิดอย่างหวาดหวั่นใจ
“หืม สหาย? ไม่ใช่ว่าเ้าแต่งเข้ามาในจวนอ๋องของเปิ่นหวางในฐานะเปิ่นหวางเฟยรึ” เสวียนเยว่ทวนความจำของเ้ากระต่ายขี้ลืมที่นั่งตาใสอยู่ตรงหน้า
“ขะ ข้าและท่านล้วนไม่รู้จักและคุ้นเคยกันมาก่อน การที่ต้องมาอยู่ร่วมกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ก็จำต้องสร้างความคุ้นเคยกันไว้ให้มาก การที่ท่านช่วยข้าในครั้งนี้ ก็นับได้ว่าเป็หนึ่งในน้ำใจของสหายแล้ว” เมื่อเยี่ยนหลีกล่าวจบ เสวียนเยว่ก็แทบอยากที่จะจับนางมาเขย่าแรงๆ สักทีสองที เผื่อว่าเขาจะได้รับรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่อยู่ในใจของสตรีเช่นนาง
เขาเชื่อว่าตนนั้นได้แสดงเจตนารมณ์ที่ค่อนข้างชัดเจนออกไปแล้ว แต่เหตุใดนางยังจะหมายเป็เพียงแค่สหายกับเขากัน ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ จะมีผู้ใดที่ต้องแต่งสหายเข้าจวนเช่นเขากัน แค่คิดถึงตรงนี้ เสวียนเยว่ก็พลันปวดหัวขึ้นมาในทันที
นอกจากจะไม่ได้เข้าหอกันเสียที จากที่เป็สามีภรรยากันอยู่ดีๆ บัดนี้พระชายาเช่นนางกลับเสนอตำแหน่งใหม่ อย่างเช่น ‘สหาย’ มาให้อ๋องเช่นเขาเสียแล้ว
“เปิ่นหวางว่า เ้าคงสำลักน้ำมากเกินไป ร่างกายอาจไม่สบายหรือมีไข้ได้ เช่นนั้น วันนี้เ้าจงพักผ่อนก่อนเถิด เื่อื่นเอาไว้ค่อยเจรจากันในภายหลัง” เสวียนเยว่กล่าวในขณะที่เยี่ยนหลีนั้นกำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ท่าน ไม่อยากเป็สหายของข้าใช่หรือไม่” เยี่ยนหลีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูผิดหวังและสีหน้าของนางนั้นก็ได้หม่นลงไปไม่น้อย ทำให้เสวียนเยว่นั้นพลันรู้สึกผิดขึ้นมาในใจเสียอย่างนั้น
“เฮ้อ เอาเถิด สหายก็สหาย เช่นนั้น เ้าพอใจแล้วหรือยัง” เสวียนเยว่กล่าวอย่างจนใจเมื่อเห็นสีหน้าที่เศร้าหมองของเยี่ยนหลี แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากถึงเพียงนี้ก็ตามที
“อีกหนึ่งคำถาม คำถามสุดท้าย เสวียนเยว่ ความจริงแล้ววันนี้ท่านจะปล่อยให้ข้าตายไปเลยก็ย่อมทำได้ เหตุใดท่านถึงได้ช่วยข้าเล่า”
“เ้าตายไปมีประโยชน์สิ่งใดต่อเปิ่นหวางกัน นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว ยังจะมีแต่ปัญหามาถึงตัวเปิ่นหวางเสียมากกว่า” เสวียนเยว่กล่าวอย่างไม่มีถ้อยคำใดติดขัดในวาจา ด้วยหากเยี่ยนหลีเป็อะไรไปในจวนอ๋องของเขา ปัญหาต่างๆ คงไหลรวมมากองกันอยู่หน้าจวนอ๋องเป็แน่
และหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดแล้วนั้น เห็นจะเป็ฮ่องเต้ผู้เป็บิดาเขานั่นเอง
ทางด้านเยี่ยนหลีที่เมื่อได้ยินดังนั้นก็โล่งใจและยินดีในสิ่งที่ตนได้รับฟังอยู่ไม่น้อย หากเขาปรารถนาที่จะให้นางตายจริง ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน ด้วยระยะเวลาที่ห่างกันเพียงไม่นานนี้ เจตนาเดิมของเขานั้นก็ย่อมที่จะยังคงอยู่
หากแต่ครั้งนี้เขากลับเต็มใจช่วยนาง เยี่ยนหลีจึงคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ พลันคิดว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ปองร้ายนางนั้นอาจเป็ผู้อื่นก็เป็ได้
การที่เสวียนเยว่รับนางเป็สหาย นั่นหมายความว่าเขาย่อมไม่คิดร้ายต่อนางหรือไม่รังเกียจนางแล้วใช่หรือไม่ เช่นนั้นแล้ว สหายมีสิ่งใดเดือดร้อนก็ย่อมต้องช่วยเหลือกัน ไม่ทอดทิ้งกัน
หากเขายอมรับนางเป็สหายได้ อีกทั้งวันนี้ยังช่วยชีวิตนางไว้จากการจมน้ำทั้งเมื่อครู่นี้ ทั้งที่ตัวเขาสามารถที่จะปล่อยให้นางจมน้ำไปเลยก็ได้
เช่นนั้นแล้ว เสวียนเยว่ ข้าให้ท่านอีกสิบคะแนนพร้อมทั้งลบรายชื่อท่านออกจากผู้ต้องสงสัยในการวางยาข้าในคืนนั้นก็แล้วกัน เยี่ยนหลีกล่าวสรุปในใจอย่างไม่มีความซับซ้อนใดๆ
“เสวียนเยว่ ข้าขอบคุณท่านมาก จากนี้ ตัวข้าจะรบกวนท่านให้น้อยๆ และจะพยายามไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจใดให้ท่าน ถือว่าเป็การตอบแทนที่ท่านยอมรับข้าเป็สหายก็แล้วกัน” เยี่ยนหลีกล่าวสรุปทุกอย่างด้วยใบหน้าที่เริ่มสดใสขึ้นมาบ้าง
“อ้อ เปิ่นหวางได้ข่าวว่า เ้าอยากที่จะไปเดินเที่ยวชมตลาดเช่นนั้นรึ” เสวียนเยว่ถามนางเมื่อตนพลันนึกได้ถึงเื่ที่ลู่หานได้เคยนำมารายงานตนก่อนหน้านี้ เพื่อเปลี่ยนหัวข้อให้ออกห่างจากการเป็สหายจากนางผู้เป็พระชายา
“ท่านรู้อยู่แล้ว เหตุใดต้องแสร้งมาถามข้าเช่นนี้ เมื่อเป็สหายกันแล้วมีสิ่งใดก็พูดออกมาโดยไม่อ้อมค้อมได้หรือไม่” เมื่อเสวียนเยว่เอ่ยปากยอมรับตนเป็สหาย เยี่ยนหลีก็พลันลืมท่าทีที่เศร้าหมองไปจนหมดสิ้น
“เ้าจงรักษาตัวให้หายดี ยาที่จื่อหยางเตรียมไว้ก็จงดื่มเสียให้หมด อย่าให้เปิ่นหวางรู้เชียว ว่าเ้าแอบเทยาเหล่านี้ทิ้งไป หากเ้าหายดีได้ภายในสามวันนี้ ข้าจะพาเ้าไปเที่ยวเทศกาลหยวนเซียว เช่นนั้นจงดูแลและรักษาตนให้ดี” เสวียนเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เรียบเฉยหากแต่ยังแฝงไปด้วยความห่วงใยอยู่ไม่น้อย
ในขณะที่เยี่ยนหลีนั้นดวงตาลุกวาวด้วยยินดีั้แ่ประโยคที่เสวียนเยว่กล่าวว่าจะพานางไปเที่ยวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
เสวียนเยว่ผู้นี้จะพานางไปเที่ยวเพื่อฉลองมิตรภาพใหม่เชียว เมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีใจดีต่อตนเช่นนี้ เยี่ยนหลีก็ได้ลืมความทุกข์ในใจทั้งหลายที่มีไปจนหมดสิ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
อดีตที่ปรากฏชัดเจนขึ้นมาในความทรงจำ เยี่ยนหลีก็ได้ตระหนักแล้วว่า ตัวนางและร่างนี้ย่อมเป็คนคนเดียวกันอย่างไม่ผิดแน่ หากแต่ความทรงจำที่โผล่มาจากอีกหนึ่งชาติภพนั้น คงเป็์ที่ชดเชยให้แก่นางกระมัง
เช่นนั้นแล้ว ตัวนางก็จะใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดี สิ่งใดที่เป็ทุกข์ก็ไม่จำเป็ที่จะต้องอาลัยพร้อมที่จะตัดทิ้งไปให้สิ้น
‘จะไม่เป็เยี่ยนหลีคนเดิมที่เศร้าหมองอีกต่อไปแล้ว’ เยี่ยนหลีเฝ้าคิดหาวิธีในการที่จะชดเชยความสุขให้แก่ชีวิตน้อยๆ ของตนเอง