ณบ้านกลางป่า
..................
เจมม่าลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยอาการสะลึมสะลือรู้สึกเวียนหัวแปลก ๆ ก่อนจะพบว่าเธอเองอยู่ในห้องนอนของบ้านหลังหนึ่งซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าเป็บ้านของใคร กลิ่นหอมของดอกมะลิลอยแตะจมูก เธอกวาดสายตาไปมองจึงเห็นว่ามีตะเกียงเทียนหอมจุดอยู่ข้างหน้าต่าง
ครั้นพอเธอเริ่มขยับร่างกายก็รู้สึกปวดบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง จึงสังเกตเห็นว่ามีผ้าก็อตปิดแผลทั้งสองข้างอยู่เจมม่าลุกขึ้นมากลับต้องใ เพราะเธอกำลังเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่มีเพียงผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายเท่านั้น
“ใครมาแก้ผ้าเรา”
“แล้วเป็แผลได้ยังไงเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”
เจมม่างุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพยายามที่จะนึกย้อนไปถึงเื่เมื่อคืนเธอจำได้ว่าเธอโดนบางสิ่งจู่โจมมาจากทางด้านหลังหลังจากนั้นภาพก็ตัดมาจนถึงเช้านี้
“หรือว่าพวกชาวบ้านขับรถมาตามเราแล้วพาเรากลับมาทำแผลที่นี่ ….. อ่อ นี่คงเป็บ้านพักที่พวกเขาเตรียมไว้ให้สินะ”
พอคิดได้แบบนี้เธอจึงเอาผ้าห่มพันตัวแล้วเดินไปที่หน้าต่างสอดส่องบริเวณหน้านอกว่าเป็อย่างไรบ้าง
สิ่งที่เจมม่าเห็นน่าจะเป็บริเวณหลังบ้านที่มีสวนเล็ก ๆ เป็ทั้งแปลงผักและปลูกดอกไฮเดรนเยียหลากหลายสี
“สวยจัง”เธออุทานออกมาเบา ๆ
เจมม่าดันหน้าต่างไม้ออกให้กว้างขึ้นแล้วชะโงกหน้าออกไปดูรอบ ๆ ว่ามีอะไรบ้าง
“ทำไมเงียบจังแถมไม่เห็นบ้านหลังอื่นเลย”
จะว่าไปแล้วมันก็รู้สึกแปลกเพราะแสงอาทิตย์ก็สาดส่องเต็มฟ้าแล้ว คนทั้งหมู่บ้านก็ต้องตื่นทำมาหากินกัน หรือไม่ก็นั่งสนทนากันตอนเช้ามีเสียงพูดคุยกันบ้าง แต่ทำไมถึงเงียบผิดปกติ
แอ๊ด……ด ด เสียงประตูไม้เปิดเข้ามาอย่างเบา ๆ
เจมม่าหันหลังกลับไปดูพลันเห็นหญิงสูงวัยคนหนึ่ง เปิดประตูเข้ามาพอดี ในมือถือถาดใส่ชามอาหาร พร้อมนม 1แก้ว
“ตื่นแล้วเหรอแม่หนู”
“คะ”เจมม่าขานรับพร้อมกับคำถามในหัวมากมาย
“ทานข้าวต้มร้อนๆ แล้วดื่มนมบำรุงร่างกายก่อนนะ”
เจมม่า: เอ่อออ … คือ มีคนช่วยหนู แล้วพามาที่นี่ใช่มั้ยคะ
หนูจำได้ลาง ๆว่าเมื่อคืนโดนสัตว์ป่าทำร้ายมาน่ะค่ะ
เธอเปิดคำถามด้วยความรู้สึกที่สงสัยปนใคร่รู้โดยที่คิดว่าหญิงชราจะตอบคำถามนั้นให้กระจ่างได้
หญิงชรา: เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงเหมือนมีใครลากอะไรรอบ ๆ บ้าน ก็เลยแอบส่องดู
ฉันเห็นหนูนอนอยู่คนเดียวตรงกลางป่านั้นตอนแรกก็รู้สึกกลัว เพราะไม่มีใครหลงป่ามานอนสลบด้วยสภาพยับเยินขนาดนี้
เจมม่า: หนู…จำอะไรไม่ได้เลยค่ะ หลังจากที่โดนทำร้าย ตอนนี้หนูรู้สึกกลัวมาก แต่คุณยายช่วยหนู และนี้คือบ้านของคุณยายใช่มั้ยคะ
หญิงชรา: ไม่เป็ไร ตอนนี้หนูปลอดภัยแล้ว ฉันทำความสะอาดแผล ใส่ยาฆ่าเชื้อให้แล้ว
อ่ะทานข้าวต้มก่อน เดี๋ยวค่อยลงมาคุยกันต่อ
ส่วนเสื้อผ้าของหนูมันขาดและเปื้อนมากใส่ชุดนี้แทนละกันนะ ของฉันเอง
หญิงชราพูดพลางชี้มือขวักๆ ไปที่ชุดเดรสยุค 80 ลายเรขาคณิต ที่มีสีเขียวเข้มเกือบทั้งชุด
เจมม่าหันไปมองตามแล้วถึงขั้นอุทานออกมา “Oh My God”
เธอเป็คนที่ไม่ชอบสีเขียวและไม่เคยมีเสื้อผ้าสีเขียวทุกเฉดเลยสักชุด
แต่ชุดที่คุณยายเตรียมให้ใส่นี้ เป็แฟชันแนวรุ่นของคุณยายจริง ๆ
“มันก็ดูวินเทจอยู่หรอกแต่ทำไมต้องเป็สีเขียวด้วยนะ”
เธอส่ายหัวแต่ก็จำเป็ต้องใส่ชุดนี้จริงๆ อีกใจก็นึกอยากจะถามว่ามีชุดอื่นให้เลือกไหม แต่ก็เกรงใจอยู่ดี
………….
หลังจากที่เจมม่าเปลี่ยนชุดแล้วเลยหยิบถาดอาหารเดินลงมาข้างล่าง เพื่อที่จะขอบคุณหญิงชราแล้วออกเดินทางกลับไปยังจุดที่รถจอดทิ้งไว้เมื่อคืน
เธอค่อนข้างร้อนรนใจเพราะทิ้งรถไว้แบบนั้นโดยที่ยังไม่ได้ล็อครถข้าวของทุกอย่างรวมถึงโทรศัพท์ก็อยู่บนรถ
ไหนจะเป็กังวลเื่คนที่หมู่บ้านอีกว่าจะตามหาเธออยู่รึเปล่า
เธอเห็นหญิงชรากำลังจิบชาอ่านหนังสือรับลมตรงหน้าต่างอยู่พอดี
เจมม่า: คุณยายคะ หนูขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ที่ช่วยหนู ทั้งทำแผลแล้วก็ทำข้าวต้มให้ทานด้วย
หญิงชรา: ฉันเต็มใจ เห็นหนูเจ็บมา ฉันก็ต้องช่วยก่อนอีกอย่างที่นี่ก็ห่างไกลโรงพยาบาลมากด้วย อ่ะ อ่ะ ... เอาถาดวางไว้ตรงนี้ก่อน
เจมม่า: ว่าแต่คุณยายอยู่คนเดียวเหรอคะ
หญิงชรา: สามีฉันเสียไปนานแล้ว ส่วนลูกหลานก็ไปใช้ชีวิตในเมืองกันหมดจ๊ะ
แต่…ก็แวะมาเยี่ยมกันทุกเดือน ไม่หายหน้าหรอก
เจมม่า: อ้อ ดีจังค่ะ หนูนึกว่าคุณยายตัวคนเดียวซะอีก
คุณยายคะงั้นชุดนี้หนูจะซักมาคืนทีหลังนะคะ
แต่หนูมีธุระด่วนต้องรีบไปก่อนว่าแต่ทางไปถนนเส้น…..
ยังไม่ทันได้ถามจบก็มีเสียงรถคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน
“คุณสมิธครับคุณสมิธอยู่มั้ยครับ”
เสียงผู้ชายะโถามเข้ามา
หญิงชราเดินไปเปิดประตูโดยที่มีเจมม่าเดินตามไปด้วย เพราะเผื่อจะถามทางกลับไปที่รถ หรือหากโชคดีพวกเขาก็อาจจะไปส่งถึงที่เลย
“สวัสดีตอนเช้ามีอะไรกันละ” หญิงชราทักทายต้อนรับชายหนุ่มวัยกลางคนทั้งสองอย่างอารมณ์ดี
“ครับคุณนายสมิธคือ พวกผมมาตามหาคนครับ แล้วมีร่องรอยสุดท้ายอยู่ใกล้ ๆ บ้านคุณยายพอดีเลย เอ่อ ….เป็ผู้หญิงจากในเมือง…”
เจมม่าได้ยินแบบนั้นเลยรีบโผล่หน้าออกไป
“ฉันเจมม่าค่ะ พวกคุณกำลังตามหาฉันอยู่หรือเปล่าคะ”
“คุณคือเจมมาเรีย วอลล์ ใช่ไหมครับ พวกผมเป็คนจากหมู่บ้านเคอมูส ทางเราติดต่อคุณไม่ได้ั้แ่เมื่อคืนเลยออกมาตามหาตอนเช้า เห็นรถคุณจอดอยู่ข้างทางโดยที่ไม่ได้ดับเครื่องยนต์และเห็นโทรศัพท์ตกอยู่
ดูจากพฤติการณ์แล้วคาดว่าคุณโดนสัตว์ป่าทำร้าย จึงตามรอยมาถึงที่นี่ครับ
เอ่อ….ว่าแต่คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรครับ ?”
ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบถามขึ้นมาด้วยใบหน้ากึ่งเป็ห่วงและสงสัย
“ฉันไม่แต่ใจว่าจำอะไรได้มั้ยเื่มันค่อนข้างสับสนนิดหน่อย แต่ฉันโดนสัตว์ทำร้ายมาจริงค่ะโชคดีที่คุณยายช่วยปฐมพยาบาลให้ค่ะ อืมม..ไว้ฉันจะเรียบเรียงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทีหลังนะคะ”
เธอยังต้องใช้เวลาคิดทบทวนสักนิดแต่ในใจตอนนี้อยากกลับไปดูข้าวของที่รถ และเดินทางไปที่หมู่บ้านก่อน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเรากลับไปที่หมู่บ้านกันก่อนดีกว่าครับ
ส่วนรถของคุณเดี๋ยวให้คนที่เฝ้าอยู่ลากไปที่หมู่บ้านให้ครับ”
“ค่ะโอเคค่ะ”
เจมม่าตอบตกลงแล้วหันไปขอบคุณหญิงชราทันที
“คุณยายคะหนูขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่ช่วยดูแลหนู ส่วนชุดหนูจะกลับมาคืนทีหลังและจะแวะมาหาอีกครั้งนะคะ”
“เอาไปเถอะจ๊ะถือว่าเป็ของขวัญละกันนะ เดี๋ยวแผลก็หาย อย่าลืมทานยาล่ะ”
“ขอบคุณค่ะงั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
เจมม่าโค้งขอบคุณหญิงชราอย่างนอบน้อมพร้อมกับสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่แสนจะยับเยินของเธอ คงเพราะถูกลากกระชากจากสัตว์ร้ายเลาะป่ามาไกล
หลังจากที่ขึ้นรถและเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านหญิงชรามาแล้วชายคนหนึ่งก็เอ่ยถามเจมม่าขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“ทำไมคุณถึงกล้าจอดรถแล้วเดินออกจากรถทั้งที่มืดขนาดนั้นครับ ทางเรากำชับให้คุณรีบขับมาที่หมู่บ้านแล้วนิครับ”
“คืออยู่ดี ๆ มันก็มีตัวอะไรไม่รู้มาตัดหน้ารถค่ะ แล้วรถมันก็ขับต่อไม่ได้ฉันจึงเดินลงมาดูน่ะค่ะ แล้ว…. ฉันก็โดนมันจู่โจมทางด้านหลังหลังจากนั้นฉันก็จำอะไรได้เพียงเลือนลาง … “
เจมม่าพยายามอยากจะเล่าต่อแต่ก็นึกอะไรไม่ค่อยออก แล้วอยู่ ๆ ชายทั้งสองคนก็พูดขึ้นมาพร้อมกันว่า
“จู่โจม!!!”
“คุณหมายความว่าคุณโดนกัดเหรอครับ”
“ชะ..ใช่ค่ะ มันยังมีรอยแผลอยู่นะคะ”
สีหน้าของชายคนหนึ่งดูเป็กังวลราวกับว่ารู้อะไรบางอย่าง
“ยังไงเราก็ต้องตรวจสอบก่อนนายอย่าเพิ่งคิดเื่ไม่ดีสิ โทนี่” ชายคนขับรถทักเตือนชายอีกคน
“เดี๋ยวถ้าไปถึงหมู่บ้านแล้วคุณช่วยเราให้พวกเราฟังอย่างละเอียดด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มพูดอย่างจริงจังจนทำให้เจมม่าเริ่มเอ๊ะใจถึงท่าทีชวนฉงนเหมือนกับว่าเธอไปทำอะไรผิดมาแต่ก็ต้องพยักหน้ารับคำไปก่อน
…………….
เมื่อรถมาถึงหมู่บ้านเรียบร้อยแล้วประจวบเหมาะกับรถของเธอถูกลากมาพอดีเจมม่าจึงรีบกลับไปเช็คของที่รถและรับโทรศัพท์คืนจากพวกเขา
หลังจากนั้นเธอก็ถูกพาตัวไปที่ห้องในบ้านหลังหนึ่งที่ดูเหมือนห้องประชุมลับ ภายในห้องมีกลุ่มคนที่นั่งรออยู่แล้ว 4 คนเป็ผู้ชายรุ่นใหญ่ทั้ง 3 คน และหญิงวัยกลางคนอีกหนึ่งคน
“จะสอบสวนอะไรกันอีกเนี่ย”เจมม่านึกในใจ เพราะแต่ละคนดูครุ่นคิดและตั้งท่ารอที่อยากจะฟังเธอเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อคืนทั้งหมด
“เชิญนั่งก่อนเลยครับแล้วช่วยเล่าเื่ราวที่คุณพบเจออย่างละเอียดให้พวกเราที” ชายแก่รุ่นคุณพ่อคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“ค่ะ”
เจมม่านั่งลงบนเก้าอี้แล้วเริ่มต้นเล่าเื่ราวทั้งหมดอย่างละเอียดให้พวกเขาฟัง
ระหว่างที่เล่าทุกฉากทุกตอนที่เธอได้พบเจอมาทุกคนในห้องนั้นดูตั้งใจฟังกันมาก บางคนก็มีสีหน้าครุ่นคิดบางคนก็พยายามอยากจะถามแทรก แต่ที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือทุกคนดูจริงจังและสนใจเื่นี้มากเป็พิเศษ !!!
“…..เื่ทั้งหมดมันก็เป็แบบนี้แหล่ะค่ะและดิฉันขอยืนยันเลยนะคะ ว่าที่เล่ามาทั้งหมดนั้นคือเื่จริงที่ดิฉันประสบมาเมื่อคืนค่ะ”
“พวกเราขอดูรอยกัดตรงหัวไหล่หน่อยนะจ๊ะหนู” หญิงคนในกลุ่มเอ่ยขึ้นมา
“ค่ะได้ค่ะ ดิฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันค่ะว่าฉันโดนตัวอะไรกัดพวกคุณดูรอยกัดแล้วให้คำตอบได้เลยใช่มั้ยคะ”
เมื่อเจมม่าขยับเสื้อลงและผ้าพันแผลเปิดออก ทุกคนถึงกับหน้าถอดสี
“โถ่หนูเจมม่า ทำไมหนูถึงโชคร้ายขนาดนี้” เสียงของหญิงในกลุ่มพูดขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นรอยกัด
“มันคืออะไรคะช่วยบอกดิฉันทีค่ะ”
“เราต้องพิสูจน์ก่อน”ชายเคราขาวที่ดูเหมือนาุโที่สุดพูดขึ้นมา
“คุณเจมาเรียครับทางเราอยากให้คุณกลับมาที่นี่อีกครั้งในเดือนหน้า” ผู้ชายสูงวัยในกลุ่มนั้นพูดพร้อมกับดูปฏิทินไปด้วย
“วันนี้วันที่18 เราขอให้คุณมาที่หมู่บ้านเราอีกครั้งวันที่ 15 เดือนหน้านะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเราจะไปรับคุณเอง”
“พวกคุณช่วยอธิบายให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะว่ามันเป็เพราะอะไร” เจมม่าร้อนรนและแปลกใจกับคำขอนี้เป็อย่างมาก
“รอยกัดของคุณมันผิดปกติ แต่ขอความร่วมมือจากคุณให้กลับมาตรวจสอบกับทางเราด้วยครับ”
สิ้นเสียงคำพูดนี้ทุกคนในห้องทำหน้าเคร่งขึม ดุดัน จนเจมม่าพูดไม่ออก
“ฉันขอถามอีกครั้งนะคะรอยกัดของฉันมันเป็ภัยต่อคนรอบข้างใช่มั้ยคะ”
เจมม่าย้ำเพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะมาอีกครั้งหรือไม่
“ถ้ามันเป็อย่างที่เราคิดมันจะอันตรายมาก ๆ ครับ รบกวนด้วยนะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็รับคำขอค่ะ”
เจมม่ารับคำเพราะอย่างน้อยสมุนไพรที่ค้นพบจากคนในหมู่บ้านนี้ เมื่อนำกลับไปวิจัยแล้ว ยังไงซะทางศูนย์วิจัยก็จะต้องส่งเธอกลับมาครั้งที่ 2 อยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็ว่าตอนนี้คุณตกลงแล้ว”
“ค่ะ”
เมื่อตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยในห้องประชุมลับแล้วเธอก็ได้ถูกพาตัวไปที่ห้องเก็บตัวอย่างของสมุนไพรที่ค้นพบในป่าและแพ็คตัวอย่างเพื่อให้เธอเก็บไปวิจัยที่ศูนย์วิจัยแห่งชาติในเมือง
“คุณยังรู้สึกปวดแผลอยู่อีกมั้ยครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา
“ถ้าเคลื่อนไหวตัวแบบยกของหนักก็รู้สึกเจ็บอยู่ค่ะ” เจมม่าตอบ
“ทางเราจะโทรเช็คอาการของคุณเป็ระยะนะครับ”
“ฉันจะกลายร่างเป็สัตว์ประหลาดหรือคะทำไมพวกคุณถึงทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้”
เจมม่าเริ่มโมโหเพราะเธอเป็คนสมัยใหม่ และไม่เข้าใจว่าทำไมแค่โดนสัตว์ป่ากัดเธอจะต้องถูกมองว่าเหมือนติดเชื้อร้ายอย่างนั้น
“ถ้าคุณกลับมาที่นี่อีกครั้งอาจจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่านี้แต่ทางเราก็ขอภาวนาให้มันไม่เป็จริง”
“หึความเชื่ออะไรกัน ฉันก็ดูปกติดีนิคะ”
เจมม่าเถียง
“ระหว่าง่ที่กลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนถึงวันที่จะกลับมาที่หมู่บ้านนี้ ลองสังเกตพฤติกรรมตัวเองดูแล้วกันครับ”
“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะไม่อยากสนใจอะไรอีก
หลังจากที่เก็บตัวอย่างสมุนไพรหายากแล้วเธอก็ต้องรีบกลับไปที่ศูนย์วิจัยทันที
เธอไม่สามารถอยู่ต่อเพื่อใช้สิทธิ์วันพักผ่อนได้เพราะรู้สึกอึดอัดกับกลุ่มคนในห้องประชุมลับ
เธอเก็บความสงสัยระหว่างที่ขับรถกลับในเมืองตลอดทางพยายามจะไม่คิดแต่ก็อดคิดไม่ได้ คิดไปคิดมาจนขับรถเลยร้านกาแฟของคุณลุงที่ร้านในปั๊มน้ำมันเสียจนสนิท…. พอนึกขึ้นได้อีกที ก็ขับรถมาไกลครึ่งทาง จนเกือบจะถึงที่ศูนย์วิจัยฯ แล้ว