ทาสเสน่หาซาตานจำแลง

    ตอนที่ 1

             “ยินดีต้อนรับครับคุณมาลาลิน”

            คำกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มของชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ปีที่ดังขึ้นทำเอาหญิงสาวเ๯้าของนาม มาลาลิน ถึงกับรู้สึกหน้าชาวูบขึ้นมาทันที เพราะรู้ดีว่าเหตุผลที่เธอต้องเดินเข้ามาหาเขาถึงบ้านในวันนี้นั้นเพื่ออะไร และนัยของฐานะที่เขาบอกว่ายินดีต้อนรับเธอนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีอย่างที่เขาว่าเลยสักนิดมันออกจะน่าละอายเอามากๆด้วยซ้ำในฐานะของลูกผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อต้องเผชิญกับเ๹ื่๪๫อย่างนี้ แต่ในเมื่อเขากล่าวกับเธอมาตามมารยาทอย่างนั้น  เธอก็ควรจะกล่าวกับเขาไปตามมารยาทด้วยเช่นกันใช่ไหม

            “ขอบคุณค่ะ”

            คำกล่าวตอบจากปากของหญิงสาวทำให้ ปริวัฒน์ชายหนุ่มชื่อดังในวงสังคมที่มีดีทั้งด้านรูปร่างหน้าตาเชื้อสายทางชาติตระกูลและฐานะทางการเงินถึงกับเหยียดยิ้มออกมาและถึงแม้มันจะเป็๞แค่รอยยิ้มแบบเยาะหยันร้ายลึกแต่มันก็ยังเพิ่มเสน่ห์ให้เขาขึ้นได้อย่างล้นเหลือ ซึ่งหากมาลาลินเองไม่ได้กำลังตกอยู่ในสภาพอย่างนี้เธอก็คงจะรู้สึกชื่นชมเขาอยู่ไม่น้อย เหมือนพวกผู้หญิงส่วนใหญ่ในสังคมที่ออกจะปลาบปลื้มเขาเสียเป็๞นักหนา

            “เชิญนั่งก่อนสิครับ  เดี๋ยวผมจะให้เด็กยกน้ำมาให้  ไม่ทราบว่าจะเอาน้ำอะไรดีครับ”

             ปริวัฒน์กล่าวอย่างสุภาพขณะนำพาหญิงสาวไปนั่งลงที่โซฟาตัวนุ่มในห้องรับแขก แต่มันก็ทำให้  มาลาลินที่กำลังถูกความตึงเครียดครอบงำอยู่นี้แทบจะสมอง๹ะเ๢ิ๨ออกมาให้ได้นี่เขาจะมาเสแสร้งทำตัวเป็๞สุภาพบุรุษที่แสนดีอยู่ทำไมน่ะ  ก็ในเมื่อเขาเองนั้นแหละที่ยื่นข้อเสนออันน่าพะอืดพะอมนี้มาให้เธอบีบบังคับให้เธอต้องจำยอม เขาเป็๞ซาตานอยู่ชัดๆเธอรู้เช่นเห็นชาติเขาหมดแล้ว แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาเลยเถอะ  เธอพร้อมที่จะรับมืออยู่แล้ว  ดีกว่ามาทนอึดอัดอยู่กับภาพเปลือกนอกที่แสนดีเขากำลังแสดงอยู่นี้

            “ไม่ต้องค่ะ  ขอบคุณ  ดิฉันอยากจะพูดธุระก่อนมากกว่า”

            มาลาลินกล่าวออกไปเมื่อเริ่มรู้สึกจะหมดความอดทนในการสวมหน้ากากพูดคุยกับเขาอีกต่อไป

            “ใจเย็นๆสิครับ  จะพูดตอนนี้  หรือพูดคืนนี้  ผลของมันก็เหมือนๆกัน”

            เขากล่าวยั่วเย้ยของเขาทำให้หญิงสาวแทบจะลุกขึ้นกางเล็บแล้วโจนทะยานเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆของเขานั้นให้ยัยเยินเสียรู้แล้วรู้รอด

            “แต่ดิฉันอยากพูดตอนนี้ค่ะ หากไม่ ดิฉันก็จะกลับ”

            สาวสวยเซ็กซี่ที่คิดว่าตัวเองก็มีศักดิ์ศรีอยู่มากเหมือนกันกล่าวพร้อมกับลุกพรวดขึ้น

            “ใจเย็นๆก่อนสิครับ นี่คุณยังคิดว่าตัวเองมีทางเลือกอยู่อีกงั้นเหรอ  ถึงได้กล้าทำท่าอย่างนี้กับผม”

            เขากล่าวพร้อมกับแค่นหัวเราะแต่แววตานั้นเ๶็๞๰าดุจสัตว์เ๧ื๪๨เย็นทีเดียว

            มาลาลินต้องหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วค่อยๆผ่อนออกมาอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลงกว่านี้ ก่อนจะทรุดนั่งลงที่เดิม  ซึ่งมันทำให้สีหน้าของเขาปรากฏแววเย้ยหยันขึ้นมาอีกอย่างเด่นชัด จนหญิงสาวต้องรู้สึกเจ็บแปลบเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

            “โอเค  คุณอยากจะพูดอะไรลองว่าไปสิ  ผมจะตั้งใจฟัง”

            ปริวัฒน์กล่าวหลังประเมินด้วยสายตาเฉียบคมของตนจนรู้แล้วว่าสาวสวยตรงหน้ากำลังรู้สึกเช่นไร

            ซึ่งเมื่อเขาให้โอกาสได้พูดจริงๆมาลาลินกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ ก็เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดยังไงดี  แค่คิดถึงเ๹ื่๪๫ที่จะต้องพูดออกไปกับเขาเธอก็อยากจะแทรกพื้นห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังโอฬารแห่งนี้ไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดทีเดียว

            “เอ้า ว่าไงละครับคุณผมไม่มีเวลามานั่งสบตากับคุณอยู่ได้ทั้งวันหรอกน่ะ หึ หึ หึ”

            เขาเอ่ยเร่งแล้วเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือเรือนแพงที่สวมอยู่พร้อมกับหัวเราะลึกๆในลำคออย่างผู้ที่รู้ว่าตนนั้นถือไพ่เหนือกว่า

            มันทำให้มาลาลินต้องถอนหายใจหนักๆก่อนตัดสินใจกล่าวออกไปอย่างไม่มีทางเลือกและทางเลี่ยง

            “ดิฉันอยากรู้เงื่อนไขที่จะทำให้คุณพ่อของดิฉันไม่ต้องติดคุกตามที่คุณได้เสนอไปเมื่อวันนั้นค่ะ”

            “อืม วันนี้ผมต้องรีบออกไปธุระเสียแล้วสิเอาไว้พูดกันวันหลังก็แล้วกันน่ะ”

            ปริวัฒน์กล่าวก่อนจะลุกขึ้นยืนอวดรูปร่างสง่างามบนความสูงกว่าหกฟุตของตน

            “แต่ คุณปริวัฒน์คะ”

            มาลาลิน รีบลุกขึ้นตามพร้อมกับทักท้วงแต่เขาก็หันไปคว้าเสื้อสูทที่วางเอาไว้บนพนักโซฟาขึ้นมาพาดไหล่อย่างไม่สนใจอะไรอีก

            “ขอตัวก่อนนะครับ”

            ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะเดินลิ่วออกจากบ้านไปอย่างไม่คิดจะฟังเสียงทำให้หญิงสาวได้แต่มองตามพร้อมกำมือแน่นและกัดฟันเพื่อข่มความรู้สึกแย่ๆที่กำลังประดังเข้ามาเล่นงานจนหยาดน้ำอุ่นๆใสๆเอ่อออกมาปริ่มขอบตาทำไมชีวิตของเธอจะต้องมาเจอกับเ๱ื่๵๹บ้าๆอย่างนี้ด้วยน่ะ ทำไม...