第六十 一章
ปู้เฉินถอนหายใจด้วยความเปี่ยมสุข อวี้หนี่คลอดลูกได้อย่างปลอดภัย นายน้อยของเขาบัดนี้เติบใหญ่ผ่านพ้นอุปสรรคมากมายมาได้อย่างปลอดภัยเช่นกันและสุดท้ายนายของเขาได้เจอคนที่สามารถอยู่เคียงข้างจนแก่เฒ่าแล้วเช่นนี้เขาจะไม่พออกพอใจได้อย่างไร
"สองคนนั้นล่ะ"ปู้เฉินยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นหมอเหยียนมาหยุดด้านหลัง
"กำลังเห่อซื่อจื่อขอรับ"
"ดี ดี ดีแล้ว จื่อหลงควรจะได้รับความสุขเสียที"
"ใช่แล้วขอรับ นับจากนี้ไปก็จะเป็นพระชายาแต่งให้ท่านอ๋อง จวนใหญ่โตมีเสียงเด็กหัวเราะ ซื่อจื่อเองก็จะมีคนสนิทที่ท่านอ๋องรับเป็นลูกบุญธรรมชื่อจิวฮุ่ยทุกอย่างลงตัวแล้วขอรับ"
"หึหึ เจ้าคิดว่าจะง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ เรื่องของท่านเสนาลู่ไม่ได้ง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอก ต่อให้มีพระราชทานสมรถก็ตามเถอะ"
"เหตุใดเป็นเช่นนั้นล่ะขอรับ"หมอเหยียนถอนหายใจ
"เจ้าลองคิดดู หากเจ้ามีบุตรชายเพียงคนเดียวถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีทายาทแต่ก็มิใช่สายเลือดของสกุลลู่ที่แท้จริงอีกทั้ง ใครๆก็ย่อมต้องดูออกหากแต่งให้ท่านอ๋องนั่นหมายความว่า..."ปู้เฉินกับหมอเหยียนมองสบตากันแล้วอดขำในใจไม่ได้แน่นอนทุกคนย่อมมองออกว่าผู้ใดเป็นสามีผู้ใดเป็นภรรยากันแน่ในการแต่งงานครั้งนี้
"นั่นสินะขอรับ ลืมคิดเรื่องนี้ไปได้อย่างไร หากสลับกันพระชายามีรูปร่างบึกบึนแข็งแกร่งพอๆกับท่านอ๋องพวกเราคงไม่รู้แน่ๆว่าแท้จริงแล้วใครเป็นสามีหรือภรรยา"
"ฮ่าๆๆ นับว่าท่านอ๋องยากแล้ว นับว่ายากแล้วจริงๆ"หมอเหยียนกับปู้เฉินเดินจากไปด้วยรอยยิ้มไม่ต่างกับคนที่อยู่ภายในห้อง
"เหตุใดเขาจึงไม่ลืมตา"เป็นฟ่านเสวียนที่ใช้ปลายนิ้วแตะแก้มย่นเบาๆ
"เขาพึ่งเกิดใจเย็นๆก่อนเถอะ"
"ตัวก็เหี่ยวย่น"คราวนี้จื่อหลงหัวเราะเบาๆ
"เจ้าเป็นแม่จะใจร้อนทำไม ภายในเจ็ดวันเขาก็แข็งแรงสมบูรณ์ให้เจ้าได้ชื่นใจแล้ว"
"จริงสิท่านตั้งชื่อเขาหรือยัง"ฟ่านเสวียนเงยหน้าจากห่อผ้าขึ้นมาถามคนที่นั่งเคียงข้าง
"แล้วแต่เจ้าเถอะ"จื่อหลงลูบไหล่บางไปมาก่อนจะโอบเข้ามาชิดแขนอีกข้างโอบมาด้านหน้าเผื่อกอดเขากับลูกเอาไว้ในอ้อมแขน
"ชีวิตข้าถือว่าสมบูรณ์แล้ว"
"อย่าพึ่งคิดไกลคิดหรือว่าท่านพ่อจะยอมง่ายดาย"จื่อหลงไม่ต่อคำเพราะรู้ดีว่าเขามีวิธีจะปราบคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อตา ความลับนี้ไม่นับว่าหาเจอได้ง่ายหาวันนั้นเขาไม่บังเอิญไปเจอเข้า
"วางใจเถอะสิ่งใดที่ข้ารับปากย่อมสำเร็จเสมอ"
"ชิ"ฟ่านเสวียนส่งเสียงขึ้นจมูกจากนั้นค่อยวางห่อผ้าลงบนขนสัตว์อีกครั้งเอนตัวลงนอนตะแคงเท้าหัวมองใบหน้าย่นๆด้วยความรู้สึกผูกพัน จื่อหลงเห็นเช่นนั้นจึงล้มตัวลงนอนตะแคงตามลำตัวแนบชิดกับด้านหลังของฟ่านเสวียนเอาแขนวางพาดเอวเอาไว้
"คิดสิ"
"วันที่เขาเกิดด้านนอกฝนตกชุ่มฉ่ำ สายลมพัดแผ่วและอุปสรรค์ล้วนไม่มี เช่นนั้นให้ชื่อ โยวเกอเอ๋อร์ดีหรือไม่ โยวที่แปลว่าล้ำเลิศยอดเยี่ยม"
"ไม่เลวๆ เอาชื่อนี้แหละ เอาล่ะได้ชื่อแล้วโยวเกอเอ๋อร์ก็ยังหลับอยู่นอนได้แล้วกระมัง ถ้าเขาตื่นค่อยเรียกแม่นมมาให้น้ำนม"จื่อหลงจับฟ่านเสวียนนอนหงายอุ้มโยวเอ๋อร์มาไว้ฝั่งตัวเองกล่อมจนอีกฝ่ายหลับสนิทเขาถึงลุกออกจากเตียงหยก
"เข้ามา"แม่นมเดินเข้ามาตามเสียงเรียกยกมือขึ้นอุ้มเด็กน้อยเอาไว้
"พาไปหาคุณหนูอวี้ นางเป็นอย่างไรบ้าง"
"นางหลับอยู่เจ้าค่ะ ท่านหมอเหยียนได้ฝังเข็มให้นางหลับพักผ่อนเต็มที่มีท่านปู้เฉินเฝ้าอยู่เจ้าค่ะ"
"อืม เข้าใจแล้ว เจ้านำซื่อจื่อไปเถอะให้ได้กินน้ำนมแม่เสียก่อนร่างกายจะได้แข็งแรง"
"เจ้าค่ะ"จื่อหลงหันมามองคนที่นอนหลับสนิทด้วยสายตาเอ็นดูก้มลงจูบหน้าผากมนครั้งหนึ่งแล้วลุกขึ้นจากไป
"ปู้เฉิน"
"ขอรับ"ปู้เฉินตอบกลับเสียเบาก่อนจะเดินออกมาจากห้องพักของอวี้หนี่
"เราไปกันเถอะ"
"ขอรับนายท่าน"ทั้้งคู่ฝากสามคนอ่อนแอเอาไว้ในมือของหมอเหยียนก่อนจะเดินทางเข้าวังหลวงอีกครั้ง หนทางที่กลับไปคราวนี้ไร้อุปสรรคขัดขวางใดๆ พอไปถึงที่ก็ให้กงกงเฝ้าหน้าประตูขานขออุณญาตเข้าเฝ้า ครั้นได้ยินเสียงอณุญาตจากฝ่าบาทจื่อหลงจึงปล่อยให้ปู้เฉินยืนรออยู่ด้านนอกส่วนตัวเองเข้าไปด้านใน
"ถวายพระพรพะย่ะค่ะ"
"ลุกขึ้นๆ ได้ข่าวว่าจัดการทุกอย่างสะอาดหมดจดแล้วใช่หรือไม่"
"เรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ ลูกมาทวงสัญญาจากเสด็จพ่อ"
"เฮ่ย เจ้าลูกคนนี้ พ่อรู้แล้วเพียงแต่มันค่อนข้างยาก อัครเสนาลู่มิใช่ขนมนุ่มนิ่มที่จะเคี้ยวกลืนได้ง่ายๆเสียเมื่อไหร่ เจ้าให้บุตรชายคนเดียวของเขามาเป็นชายาเอกเชียวนะ"
"เรื่องนั้นเสด็จพ่อไม่ต้องกังวลพะย่ะค่ะ เพียงแค่ให้กรมพิธีออกสามหนังสือหกพิธีไปยังจวนเสนาลู่แล้วดูฤกษ์ที่เหลือเป็นลูกจัดการเองทั้งหมดพะย่ะค่ะ อีกเรื่องหนึ่งลูกอยากจะขอพระเมตตาให้เสด็จพ่อตั้งชื่อลูกชายของกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ"
"หือ เจ้ามีชายาอยู่แล้วหรือ เช่นนั้นจะดีหรือหากเสนาลู่รู้เข้า ข้ามิต้องแบกหน้าหรอกหรือ"
"หาเป็นเช่นนั้นไม่"จื่อหลงเล่าเรื่องทั้งหมดของโยวเอ๋อร์ให้ฝ่าบาทฟัง พระองค์ได้แต่พยักหน้าไปมาเพียงแต่จื่อหลงไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด เขาบอกเพียงแค่ว่าเกิดพลาดพลั้งทำให้ศิษย์น้องตั้งครรภ์และคนสนิทของเขารักใคร่ชอบพอนาง เขาจึงให้ทั้งคู่ตกแต่งและรับเด็กคนนี้มาเลี้ยงเสียเองโดยยกให้ฟ่านเสวียนเป็นแม่และยามนี้เด็กที่เป็นสายเลือดโดยตรงของเขาได้ถือกำเนิดมาวันนี้แล้ว
"เจ้านี่นะ จะว่าโชคร้ายก็ใช่จะว่าโชคดีก็ใช่อีก เดิมทีข้าคิดว่าทางเสนาลู่อาจจะเล่ห์กลโยกโย้เพื่อมิให้ลูกชายเขาแต่งให้เจ้า แต่บัดนี้คงหาทางไม่ได้แล้วสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"ฝ่าบาทเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง จะนับไปแล้วเสนาลู่คือท่านพ่อตาของเขาบัดนี้ลูกชายของเขาก็ยังมีฐานะเป็นลูกสะใภ้ของเขาอีก ช่างซับซ้อน ช่างซับซ้อนจริงๆเช่นนี้แล้วโยวเอ๋อร์น้อยนี่จะเรียกเขาเช่นไร จะเรียกอัครเสนาลู่ว่าเช่นไรแค่คิดก็อดครื้นเครงไม่ได้แล้ว ฝ่าบาทอมยิ้มในหน้า
"เอาเถอะเจ้านับว่าทำความดีย่อมต้องได้รางวัลตอบแทน เยี่ยกงกงออกราชโองการ จื่อหลงอ๋องทำคุณงามความดี ประทานที่นาห้าร้อยหมู่ ทองร้อยหีบ โสมมีค่าสองหีบ หยกและมุกอีกสามสิบหีบ บ่าวรับใช้ชายหญิงห้าสิบคน อีกทั้งยังพระราชทานสมรถให้ลู่ฟ่านเสวียนแต่งเข้ายังจวนอ๋องในฐานะชายาเอก"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท"จื่อหลงหมอบลงกับพื้นคำนับผู้เป็นพระบิดาตนเอง เยี่ยกงกงหลังออกหนังสือแล้วก็รีบให้คนนำไปยังจวนเสนาลู่ทันทีเช่นกัน
"ขอบพระทัยฝ่าบาท"เสนาลู่คุกเข่ายื่นสองมือรับม้วนผ้าสีเหลืองที่กงกงนำพระราชโองการมาให้ ใบหน้าอวบอิ่มก้มต่ำลงยากจะคาดเดาได้ว่าในใจคิดเช่นไร กงกงได้แต่คาดเดาไปเอง ทันใดนั้นเสนาลู่หันไปมองพ่อบ้านให้นำถุงสีทองหนักพอมียื่นให้แก่ผู้นำราชโองการมาให้
"เกรงใจแล้วท่านอัครเสนา"
"ท่านนำข่าวมงคลเช่นนี้มาให้ข้าย่อมปลื้มใจหาใช่เรื่องใหญ่ไม่ รับเอาไว้เถอะขอรับ"
"ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านมาก ขอให้ราบรื่นๆ"หลังจากกงกงเดินจากไปแล้ว เสนาลู่ขยับตัวลุกขึ้นใบหน้าทะมึนดำคล้ำ
"ให้ลูกชายข้าแต่งเป็นชายาเอก เหลวไหลเกินไปแล้ว!!"เสนาลู่นั่งเก้าอี้มือกำแน่นทุบลงบนเท้าแขน
"นายท่าน"บ่าวและสาวใช้ก้มหน้าลงนิ่งเพราะกลัวโทสะของเขาพ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเอ่ยเตือน แน่นอนหากพูดจาไม่ดีออกไปใครจะรู้หน้าต่างมีหูประตูมีช่องเสมอ
"เฮ่ย ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอมเด็ดขาด เจ้าส่งคนนำจดหมายข้าไปยังท่านอ๋องบอกว่าข้าขอพบ"
"ขอรับ"พ่อบ้านพยักหน้าให้คนนำเครื่องเขียนมาให้ เสนาลู่กำพู่กันลากปราดๆลงบนกระดาษรวดเร็วจนอ่านแทบไม่ทัน ใบหน้าตึงจนคนไม่กล้าเข้าใกล้
"รับปากข้าว่าจะนำฟ่านเอ๋อร์กลับมาแต่ก็ยังไม่เห็นข่าว นี่กลับกล้าให้เขาแต่งเข้าจวน เขากำลังคิดสิ่งใดอยู่ สกุลลู่มิใช่ต้องสิ้นไร้ทายาทแล้วหรือ เหลวไหลจริงๆ"เขาเขียนไปด่าไป ยิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งแดงขึ้นด้วยความโกรธ
"รีบไป รีบไปเดี๋ยวนี้"บ่าวรับใช้รีบรับจดหมายแล้วออกไปโดยเร็ว เสนาลู่เดินกลับไปกลับมารอคนที่ให้ไปส่งจดหมายกลับมาส่งข่าว เพียงเค่อเดียวเขากระหืดกระหอบกลับมารายงาน
"ท่านอ๋องรับสั่งว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยามจะมาเข้าพบขอรับ ตอนนี้กำลังนำของพระราชทานกลับไปที่จวนอ๋องและเตรียมคนเข้าจัดแจงภายในอยู่
"ไปๆไสหัวออกไปได้แล้ว"เสนาลู่พยายามสะกดอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้นกลับเข้าในอก
"พ่อบ้าน"
"ขอรับนายท่าน"
"ข้าควรจะทำยังไง พระราชทานสมรถใครบ้างกล้าปฎิเสธ แต่ถ้าข้ายอมสกุลลู่มิสูญสิ้นหรือ"
"ใจเย็นๆก่อนเถอะขอรับ ข้าน้อยคิดว่าหากท่านแจงกับท่านอ๋องแล้ว ท่านอ๋องคงเข้าใจและอาจจะขอยกเลิกก็ได้นะขอรับ"
"เหอะ! ดูท่าเจ้ายังไม่เคยเห็นเขาสินะ รอเขามาก่อนเถอะคนผู้นี้ยากที่จะมีใครกล้าลงไม้ลงมือรังแกเขาได้ง่ายๆ"เสนาลู่หงุดหงิดเพราะหาทางออกไม่ได้ เขากระวนกระวายนั่งรอยืนรอจื่อหลงก็ไม่ยอมปรากฏตัวง่ายๆทั้งที่เขาเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายขอเวลาครึ่งชั่วยาม หากคนที่เป็นฝ่ายรอย่อมคิดว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่นานพ่อบ้านก็ขานเรียกว่าท่านอ๋องเสด็จเขาขยับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้เฉกเช่นคนใจเย็น มือสั่นน้อยๆกำลังรินชาลงจอกปล่อยให้ควันกระจายปิดบังสีหน้าของตนเอง
"ท่านพ่อตา"จื่อหลงก้มหัวลงไม่ได้ประสานมือเพราะเนื่องจากตัวเองเป็นเชื้อพระวงค์
"ท่านอ๋องอย่าตรัสเช่นนี้จะดีกว่า เรามาคุยกันก่อนเถอะ"จื่อหลงรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ยินยอมเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากเขาวางท่าเฉยๆคล้ายไม่รู้เท่าทัน
"เชิญนั่งก่อนเถอะพะย่ะค่ะ"จื่อหลงยิ้มน้อยๆไม่ขัดคำเชิญเขาก้าวเท้าไปนั่งเก้าอี้ตำแหน่งเจ้าบ้านเหนือเสนาลู่ที่นั่งตำแหน่งเก้าอี้รับแขกแทน
"ท่านส่งหนังสือให้ข้ามีเรื่องใดหรือท่านพ่อตา"เสนาลู่กำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มถึงกับสำลักกระอักกระไอ
"แค่กๆ"
"ใจเย็นก่อนเถอะค่อยๆดื่มชายังร้อนอยู่"น้ำเสียงห่วงใย เสนาลู่แทบกระอกเลือดเพราะความขัดใจในท่าทางของอีกฝ่าย