บทที่ 6 โบรอส
“น้องสาว ท่านเป็อะไรหรือไม่” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งเรียกเมวีเลียที่ยังคงสับสน
เสียงนั้นเรียกสติเมวีเลียให้กลับมา เหยียดกายขึ้นยืนตรง
“ข้าไม่เป็ไร” นางกล่าว “เพียงคลื่นไส้เล็กน้อยเท่านั้น ขอบคุณท่านน้า”
นางรีบเร่งเดินจากไป ย้อนกลับเข้าไปในตัวเมือง
แม้ห่างออกมามากแล้ว ทว่ากลิ่นศพนั้นยังคงติดอยู่ในจมูกนาง ภาพพลทหารนั้น ยังคงติดอยู่ในสายตานาง
ทว่าที่ติดแน่นที่สุด ลบเลือนยากที่สุด กลับเป็ความรู้สึก เป็ความทรงจำที่ว่า พลทหารทั้งสี่นายเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนตายเพราะนาง
“ิ่เกียรติราชวงศ์อันใดกัน” เมวีเลียบ่นพึมพำ “แม้แต่หัวยังไม่มีใครเห็น เช่นนี้มิใช่ข้าหาเื่ใครก็ได้ มันพวกนั้นล้วนต้องตายหรือ”
นางบ่นไปเดินไป โดยมิได้คาดคิดเลยว่า ทั้งหมดที่นางคิดนั้น ล้วนเกิดขึ้น และเป็ไปได้จริงทั้งสิ้น ภายใต้ขอบเขตการปกครองของนาวาริธแห่งนี้
นีน่าจมอยู่กับกองเอกสารหลายใบ
นางหยิบใบนั้นใบนี้ อ่านสลับไปมา คล้ายกำลังค้นหาข้อความหนึ่งจากเอกสารเ่าั้
ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน ยังคงไม่ได้คำตอบ
บนโต๊ะเบื้องหน้ายังวางไว้ด้วยลูกแก้วกลมเล็กใบหนึ่ง ภายในปรากฏแสงรำไรอ่อนๆ ลอยล่องวนไปวนมาอยู่ภายใน คล้ายหิ่งห้อยถูกขังในโหลใบหนึ่ง
ประตูหน้าถูกผลักเปิดออก
ผู้ที่เข้ามากลับเป็เมวีเลีย
นางสภาพอิดโรยยิ่ง เข้ามาได้ไม่ถามไถ่คำใด คว้าเก้าอี้ตัวหนึ่งได้ก็นั่งลง
นีน่าผุดลุกขึ้นไปรับนาง “เป็อันใดหรือไม่”
ตรวจสอบทั่วทั้งร่างกายไม่พบาแ ไม่พบแม้กระทั่งร่องรอยผิดปกติใดจึงยืดกายขึ้น
“ท่านไปตรวจสอบที่นอกเมืองมาแล้วใช่หรือไม่” นางกล่าว พลางพิงกายลงบนโต๊ะ วางมือลงบนบ่าของเมวีเลีย “เห็นศพทั้งสี่นั้นแล้วหรือไม่”
องค์หญิงพยักหน้า “ทั้งหมด.. อาจารย์เป็คนทำหรือ”
“เื่นั้นไม่อาจทราบได้” นีน่าตอบ “ทว่าผู้ที่รู้ฐานะที่แท้จริงของท่าน ในวังแม้มีบ้าง ทว่านอกวังนั้นนับว่าน้อยอย่างยิ่ง อีกทั้งหากเื่ราวนี้แหร่งพรายออกไป ผู้ที่เสียหายที่สุด มิใช่ผู้ใด ล้วนเป็ผู้บัญชาการเคลันเอง”
เมวีเลียคิดโต้แย้ง ทว่านึกย้อนไปยังเหตุการณ์ที่ผ่านมา นางคล้ายไม่อาจแบ่งแยกจริงเท็จได้อีก
“ท่านเคยกล่าวว่า” ในที่สุดจึงเอ่ยขึ้น “หลังจากตรวจสอบแล้ว ท่านจะช่วยเหลือข้า”
“อ้อ” นีน่ากล่าว พลางลุกขึ้นเดินไปยังเอกสารเ่าั้ “ข้าทบทวนความในบันทึกนั้น ‘สถานที่บรรจุ : โบรอส’ โบรอสคืออันใด ท่านทราบหรือไม่”
“ไม่เลย” เมวีเลียสั่นศีรษะ “นามนี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน”
นีน่าเอื้อมมือหยิบลูกแก้วนั้นส่งให้นางดู “ท่านเคยเห็นของสิ่งนี้หรือไม่”
เมวีเลียหยิบมาถือไว้ในมือ “เคยเห็นมาบ้าง”
“ที่ใด” นีน่าถามทันที ท่าทีตื่นเต้นสนใจยิ่ง
“ในวัง” เมวีเลียตอบเรียบเฉย “ในวังมีลูกแก้วเช่นนี้มากมายยิ่ง หากท่านสนใจ ข้ายังขอมาให้ได้อีกหลายลูก”
นีน่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่าทีตื่นเต้นคล้ายอันตรธานหายไปในพริบตา “ท่านทราบหรือไม่ นี่คือของใด”
“ไม่ทราบ” เมวีเลียตอบ “เป็ของมีค่ามากหรือ”
“นี่คือภาชนะอาคม” นีน่าอธิบาย “เหล่านักเวทย์นั้น หาก้าใช้อาคม จะต้องเรียกใช้ มานา ในกายออกมา จากนั้นจึงดัดแปลงใช้งานตามวิชาอาคมที่รำเรียนมา ทว่าหากใช้ติดต่อกันมากไป มานานั้นก็คล้ายน้ำในเหยือก หากเทออกมากไป เหยือกนั้นย่อมว่างเปล่าลง ต้องอาศัยเวลาพักฟื้น กว่าจะเติมมานาให้พร้อมใช้งานได้อีกครั้ง
“เช่นนี้ เหล่านักเวทย์จึงมักมีวิธีการ ถ่ายทอดมานาลงสู่ภาชนะภายนอกกายเช่นลูกแก้วนี้ ทำเช่นนี้ หากภายหลังเมื่อมานาในกายหมดลง ยังสามารถเรียกมานาในลูกแก้วนี้ออกไปใช้งานต่อได้อีก”
“สะดวกอย่างยิ่ง” เมวีเลียกล่าว ครึ่งหนึ่งฟังดูทึ่งในความรู้ใหม่เหล่านี้ อีกครึ่งหนึ่งฟังคล้ายประชดประชัน “เช่นนี้สะสมไว้ยิ่งมากยิ่งดี”
“ภาชนะเหล่านี้มีราคาสูงยิ่ง” นีน่าอธิบาย “นักเวทย์ธรรมดาสามัญยากยิ่งจะหามา เช่นนั้นท่านจึงเห็นได้มากเฉพาะในรั้วในวังเท่านั้น”
“ท่านคิดว่า” เมวีเลียเริ่มให้ความสนใจ “โบรอส คือสิ่งนี้หรือ”
นีน่ายังไม่ตอบคำใด กลับปล่อยลูกแก้วนั้นตกลงสู่พื้น
เพล้ง!
ลูกแก้วราคาแพงนั้นแตกกระจายออก ลำแสงภายในลูกแก้วนั้นคล้ายหิ่งห้อยได้รับการปลดปล่อย โบยบินขึ้นมาอย่างอิสระ
จากนั้นคล้ายถูกลมสายหนึ่ง พัดพาเข้าสู่ตัวเมวีเลีย
หิ่งห้อยนั้นบินวนรอบเมวีเลีย ทว่าไม่อาจเข้าไป
สายลมพลันเปลี่ยนทิศเป็สายลมดูดสายหนึ่ง ดูดเข้าหานีน่า จากนั้นร่างของนางคล้ายซึมซับลำแสงนั้นเข้าไป
“นี่มิใช่โบรอส เป็มานาของข้าเอง” นีน่ากล่าว “ข้าทดลองถ่ายทอดมันออกมาเก็บไว้ ด้วยสงสัยยิ่งจะถ่ายทอดให้ท่านได้หรือไม่ ทว่าอย่างที่เห็น นั่นเป็ไปไม่ได้เลย”
เมวีเลียใยิ่ง นางเพิ่งกล่าวว่าลูกแก้วนี้มีราคามูลค่าสูง ทว่ายามนี้กลับทำแตกไปเสียแล้ว
“ภาชนะอาคมขององค์หญิงนั้นต้องมีลักษณะคล้ายเช่นนี้” นางชี้ไปยังกองเอกสารเ่าั้ “ข้ากำลังตามหาจากบันทึกเหล่านี้ ว่านามโบรอสนั้นคือที่ใด หรือสิ่งใด เช่นนั้นจึงถามท่าน เคยเห็นมาบ้างหรือไม่ อาจจะในสำนักฝึกของเคลัน ทว่าท่านเองก็กลับไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นจึงหมายความว่าพวกเขาเอาไปซ่อนไว้ที่อื่น นั่นจึงยากเย็นยิ่งแล้ว”
นางหยิบเอกสารมาใบหนึ่ง กล่าวต่อ “ในบันทึกเหล่านี้มีเพียงระบุว่าเคลันมักติดต่อกับช่างฝีมือจากเรย์กอร์นบ่อยครั้ง ทว่ากลับมิได้ระบุว่ามีการนำออกไปแต่อย่างใด จึงเชื่อได้ว่า โบรอส นี้ เป็ช่างฝีมือจากเรย์กอร์นเป็ผู้ผลิตตีสร้างขึ้นให้ แต่ตัวมันยังอยู่ในนาวาริธนี้อย่างแน่นอน”
กล่าวถึงเรย์กอร์น มหานครหนึ่งในเจ็ดอาณาจักร
ต่างจากนาวาริธ เรย์กอร์นมิใช่นครแห่งเวทมนตร์ ทว่าเป็เมืองแห่งเหล็ก หิน อัญมณี และเปลวเพลิงที่โชติ่ของเหล่าช่างฝีมือที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นยอด
ว่ากันว่าหากอยู่ในเรย์กอร์น จะสามารถมองเห็นเปลวเพลิงจากเตาหลอม ทั้งได้ยินเสียงค้อนกระทบเหล็กตลอดเวลาจนไม่อาจแยกแยะกลางวันกลางคืน
เทพศาสตราจำนวนมากล้วนผลิตขึ้นจากที่นี่
อาวุธใด หากได้รับรองว่าผลิตโดยช่างฝีมือจากเรย์กอร์น มักได้ราคาเพิ่มขึ้นอีกสองสามเท่า
“หากสามารถหาได้พบ” เมวีเลียถาม “หลังจากนั้นเล่า”
“หลังจากนั้น” นีน่าตอบ โน้มกายเข้าหานาง ยิ้มอ่อนโยนทว่าเ้าเล่ห์ยิ่ง “ข้าย่อมขายให้ท่าน ราคาเท่าไรข้าก็เรียกได้ ใช่หรือไม่?”
เมวีเลีย สบตากับนาง มิได้คัดค้านหรือปฏิเสธ
นั่นย่อมเท่ากับตกลงการค้าเสร็จสิ้น
หัวค่ำ
สำนักฝึกของเคลันเต็มไปด้วยนักเรียนฝึกหัด ล้วนเป็ศิษย์ของอดีตผู้บัญชาการ
ทั้งหมดกำลังล้อมวงรอบหม้อเป็ดตุ๋นนั้น สนทนาปราศรัยเป็ที่คึกคัก
เมวีเลียเปิดประตูกลับสำนักมาในเวลานั้นเอง
“ศิษย์น้อง” นักเรียนหนุ่มคนหนึ่งร้องทัก “เป็ดของอาจารย์วันนี้รสชาติเยี่ยมยอด มาๆ มาร่วมทานด้วยกัน”
เหล่านักเรียนทั้งหมดต่างขยับกาย หลบเว้นที่ตรงกลางให้นาง
“วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย” เมวีเลียกล่าว “เห็นทีต้องเข้านอนเร็วหน่อย เชิญพวกท่านตามสบายเถิด”
“ไม่สบายหรือ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากที่ห่างออกไป
เป็เคลัน
กำลังเดินเข้าร่วมกลุ่มกับลูกศิษย์ ในมือถือกาน้ำชาใบหนึ่ง
“หากไม่สบาย นอนเร็วเข้าไว้เป็ดี” เขากล่าวพลางยื่นกาน้ำชานั้นให้นาง “รับชานี้ไปด้วย เป็ชาดีจากไซอันไมร์เช่นกัน ดื่มเสียก่อนแล้วจึงเข้านอน”
หากเป็ยามปกติ นางย่อมต้องซาบซึ้งขอบพระคุณอาจารย์ ทว่ายามนี้ความรู้สึกนางล้วนต่างออกไป แม้แต่จะสบตากับอาจารย์ก็ยังมีใคร่สะดวกใจ
นางมองไปยังมือนั้น มือที่ยื่นน้ำชาให้นางนี้ ก่อนหน้านี้ล้วนหยิบยื่นให้นางมากมาย ทั้งความรัก ความอบอุ่น ทั้งวิชาฝีมือเ่าั้
ทว่ามือเดียวกันนี้ ไม่รู้ฆ่าคนไปมากเท่าใดแล้ว
นางแม้ออกอาการลังเล ทว่าก็ยังรับมา ด้วยไม่้าให้ดูผิดปกติไป
“ให้น้องไปพัก” ศิษย์คนเดิมนั้นกล่าว “อาจารย์มาร่วมกับพวกเราเถิด”
“พวกเ้าตามสบายเถิด” เคลันตอบ “ข้ามีเื่เร่งด่วน ต้องเข้าวังเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบมุ่งหน้าไปทางประตูสำนัก กล่าวส่งท้าย “เหลือเป็ดนั่นให้ข้าด้วย หากกลับมาไม่พบ พรุ่งนี้พวกเ้าต้องฝึกหนักเป็สองเท่า”
เมวีเลียขึ้นถึงห้องพักแล้ว
นางทบทวนบทสนทนากับนีน่าเื่โบรอสนั้น อ่านเอกสารนั้นทบทวนอีกหลายรอบ
ประหนึ่งว่าหากอ่านเพิ่มขึ้นรอบหนึ่ง จะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ทว่าหามีอันใดเพิ่มขึ้น
พลันนึกถึงมีดเล่มนั้น จำได้ว่าผลิตจากเรย์กอร์นเช่นเดียวกัน
นับั้แ่มุ่งมั้นฝึกฝนวิชาดาบ นางกลับมิได้ใส่ใจมีดน้อยเล่มนั้นอีก
นางจำได้ว่าเคลันนำมันไปวางไว้ที่ชั้นวางของประดับที่ห้องกลาง
นางวางเอกสารนั้นไว้ แล้วจึงเดินไปตรวจสอบดู
มีดยังวางอยู่ที่เดิม นางหยิบขึ้นมาสำรวจ กลับไม่พบความผิดปกติใด
ที่ชั้นวางของประดับนั้น ยังมีแท่นวางดาบอีกเล่มหนึ่ง มันคือ ฟีแล็กซ์ เป็ดาบประจำตำแหน่ง ครั้งเคลันยังเป็ผู้บัญชาการทหาร
นางหยิบลงมาชมดู พิจารณาลวดลายละเอียดปราณีต และความคมแข็งแรง ดูท่าดาบเล่มนี้ย่อมต้องตีหลอทขึ้นจากเรย์กอร์นเช่นเดียวกัน
ทว่านั่นหาใช่สิ่งที่นาง้าทราบ จึงยกขึ้นวางกลับเข้าที่เดิม
ตอนนั้นเองที่นางเห็น
เื้ัขาแขวนดาบ ปรากฏรูเล็กรูหนึ่ง คล้ายเป็รูกุญแจ
นางขยับเข้าไปชมดู พบว่าเป็รูกุญแจจริง
รูนั้นดูคุ้นตายิ่ง ทว่าตลอดชีวิตมิทราบเห็นรูกุญแจมากมายเท่าใด หากรู้สึกคุ้นตายังหาใช่เื่แปลก
นางหันซ้ายขวาสอดส่ายสายตาไปรอบห้อง มองหากุญแจสำหรับไขรูนี้ พอถอยออกมาจึงสังเกต ที่ตู้วางของประดับนี้ ผนังด้านหลังดูคล้ายใหญ่หนากว่าผนังบ้านปกติ
คล้ายกับว่าเป็ตู้อีกใบหนึ่งซ้อนอยู่ด้านหลัง
นางใจเต้นระทึกขึ้นมา ้าทราบให้ได้ว่าหลังกำแพงนี้มีสิ่งใด
นางค้นของโดยรอบไปทั่ว ทั้งของประดับเ่าั้ หนังสือของอาจารย์เ่าั้ ดาบของอาจารย์นั้น มีดสั้นเล่มนั้น
มีดสั้นเล่มนั้นเอง
ที่ท้ายด้าม ลวดลายออกแบบ ดูคล้ายคลึงกับรูกุญแจนั้นอย่างยิ่ง
เห็นดังนั้นนางจึงเร่งนำไปสอดเสียบดู พบว่าเป็รอยประกบเข้ากันพอดี
นางดันเข้าไปจนสุด พยายามหมุนคลายกลอนประตู
ครึ่ก!
เสียงกลไกด้านหลังดังขึ้น จากนั้นผนังทั้งแผ่นจึงอ้าเปิดออก
ทันทีที่เปิดออก ลมหายใจของนางพลันติดขัด รู้สึกอึดอัดภายในอกอย่างยิ่ง ไม่อาจยืนอย่างมั่นคง จำต้องทรุดตัวลงนั่ง
นางรวบรวมกำลัง เงยหน้าขึ้นมอง
ด้านหลังนั้น เป็ดาบเล่มหนึ่ง แขวนอยู่ในแนวตั้ง
ตัวดาบลวดลายเรียบง่ายทว่างดงามยิ่ง
ที่รอยต่อระหว่างด้ามดาบกับคมดาบนั้นยังปรากฏเป็โลหะลวดลายทรงกลม
นั่นย่อมมิใช่ลูกแก้วภาชนะอาคมเช่นเดียวกับที่นางเคยพบเห็น
ทว่าเื้ัโลหะทรงกลมที่ปกปิดอยู่นั้น ย่อมเป็ลูกแก้ว เป็ภาชนะอาคมนั้นไม่ผิดเพี้ยน
ภาชนะอาคมที่บรรจุไว้ซึ่งพลังเวทมนตร์ของนาง
ความอึดอัดของนาง คล้ายได้รับมาจากดาบเล่มนั้นโดยตรง กดทับนางอย่างหนักหน่วงยิ่ง
ดาบเล่มนี้
นี่คือ โบรอส อย่างแน่นอน