หญิงสาวหันมองซ้ายมองขวาทำตัวไม่ถูก หลบสายตาละล่ำละลักถามด้วยความใปนแปลกใจ ขณะพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขน แต่ไม่สำเร็จ
มือทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นบีบไหล่บางเบาๆ จากนั้นผู้ถูกเรียก “อาจารย์” โน้มใบหน้าคมสันเข้ามาใกล้เสียจนััได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์สายตาจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน
“จะหนีไปไหน?”
“หนะ หนี ปะไปไหน อะไร คะ ฉันก็แค่กลับมาห้องพัก” หญิงสาวละล่ำละลัก
“วะว่าแต่ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ ควรต้องอยู่ที่งานแต่งงานไม่ใช่หรือคะ?”
“ผมจะไปที่ไหน หรือทำอะไร ก็ได้ แต่คุณ ถ้าผมไม่อนุญาต ก็ห้าม!”
หยาจิ้ง หน้านิ่วด้วยความงุนงง “หรือว่า...เขาคือ...” เมื่อเริ่มมีสติเธอจึงถามกลับด้วยสีหน้ามึนตึง
“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไร มาห้ามฉัน?”
ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มบดขยี้ ลงบนริมฝีปากอ่อนนุ่มอย่างดุดัน เธอใพยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูก ล๊อกไว้ด้วยอุ้งมือหนานุ่ม
“ปล่อยนะ! คุณจะทำอะไร ปล่อย!! บอกให้ปล่อยไง!!”
หญิงสาวพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนอีกข้างที่โอบรัดรอบเอวจนหลุดรอดจากรอยจูบป่าเถื่อน!!
“เผี๊ยะ! เผี๊ยะ!”
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ นี่มันเื่อะไรกัน ทำกับฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง?” หญิงสาวตะคอกถามน้ำตาคลอทั้งใ ทั้งโกรธ
ใบหน้าหล่อเหล่าเม้มปากนิ่งแผ่นแก้มด้านซ้ายปรากฏรอยฝ่ามือจาง ไม่ได้โกรธที่โดนตบหน้า แต่โกรธเมื่อนึกถึงวันเวลาเก่าๆที่เขาและเธอเคยมีร่วมกัน ความหวานชื่นที่ยากจะลืมเลือน ความขมขื่นที่ไม่อยากจดจำ โกรธตัวเองที่อ่อนแออีกครั้ง ‘เรารอวันนี้เพื่อแก้แค้นไม่ใช่หรือแล้วนี่กำลังทำอะไรอยู่?’
เทียนเฉียงจ้องใบหน้าเย่อหยิ่งแต่ชวนหลงไหล เขาคิดทบทวนว่าควรทำยังไงให้สาสมกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เธอเคยหยิบยื่นให้ เขารู้อยู่เต็มอกว่าเธอจำเื่ราวต่างๆระหว่างเขาและเธอได้ แต่เขาเองกลับเสแสร้ง ตลอด 1 ปี ที่พบเจอหน้าเขาเมินเฉยและเหินห่าง เพราะคิดว่าการได้เห็นเขาใกล้ชิดและร่วมหอกับหญิงอื่น จะสร้างความเ็ปและทรมานใจให้กับคนผู้นี้ ทว่า...เขาช่างไร้เดียงสานัก เพราะคนที่เ็ปและทรมานใจกลับเป็ตัวเอง เ็ปที่เห็นว่าเธอยังสบายดี ไม่ได้เสียใจทุรนทุราย เป็เขาที่จิตใจร้อนรุ่ม บ้าคลั่ง และโหยหา... ในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับหญิงเ้าเล่ห์ผู้นี้อีกครั้ง
การใช้ชีวิตบนโลกมาอย่างยาวนานทำให้หัวใจกร้านต่อโลกมายา เทียนเฉียงเ็าต่อหญิงสาวที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาโปรยเสน่ห์เพื่อหวังว่าจะมีโอกาสได้เป็ “ผู้หญิงของเขา”
ชายหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงและรักษาระยะห่างจากผู้คนมาโดยตลอด ใช้ชีวิตอย่างสันโดษเพื่อปิดบังตัวตน ย้ายที่พักอาศัย และเปลี่ยนชื่อแซ่หลายครั้ง จนครั้งนี้กลับมาใช้ ชื่อแซ่เดิม ด้วยอิทธิพลของทรัพย์สมบัติที่สั่งสมสืบทอดมา การอยู่ท่ามกลางประชากรนับพันล้าน เขาจึงสามารถปะปนกับผู้คนมาหลายยุคหลายสมัยได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ
จนกระทั่ง หยาจิ้งปรากฏตัว ต่อมความรู้สึกของเขาก็ค่อยๆ เผยออกมา ทุกครั้งที่มีโอกาสพบกันเขาพยายามข่มความอยากที่จะััใบหน้า ริมฝีปาก ร่างกาย ที่เคยได้ บัดนี้เมื่อได้ััเรือนร่างนั้นอีกครั้ง ปราการที่สร้างไว้เพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงนับพันปีพังทลายลง เขาหายใจถี่ แววตาโหยหาััสวาทระหว่างเขาและเธอ แต่แล้ว…
“ผม..ขอโทษ ผมแค่...สับสนคิดว่าเป็คนรู้จัก” เขากัดฟันพูด พร้อมแสยะยิ้มเพราะในใจยังคงคิดเคืองหญิงจอมมารยา
“คุณทำกับคนรู้จักที่ไม่ใช่เ้าสาวในวันแต่งงานแบบนี้เหรอ?” หยาจิ้งแอบผิดหวังกับคำตอบ เพราะในใจลึกๆเธอหวังว่าจะเป็ “เขา” คนนั้น
‘และเ้าบ่าวไม่ควรทิ้งเ้าสาวไว้ที่งานแต่งเพียงเพื่อมาพบหน้า “คนรู้จัก” หรอก !’ เสวี่ยลี่ อยากจะกรี๊ดะโออกไปสุดเสียง อยากกระชากผมนังผู้หญิงไร้ยางอายมาตบสั่งสอนที่กล้ามายั่วยวนผู้ชายของหล่อน แต่เสวี่ยลี่ฉลาดพอที่จะนั่งรอดูสถานการณ์อยู่ในรถแท็กซี่ เธอยังสวมชุดเ้าสาวแอบจ้องมองว่าที่สามีกำลังโอบกอดหญิงอื่นด้วยแววตาริษยา
เธอรู้สึกแปลกใจเมื่อเทียนเฉียงขอปลีกตัวออกไปข้างนอกงานอ้างว่าธุระสำคัญ ‘อะไรจะสำคัญไปกว่างานแต่งงาน!?’ แต่เทียนเฉียงก็คือเทียนเฉียงถ้าเขาอยากทำอะไรก็จะทำไม่มีใครห้ามได้ จริงๆแล้ว เธอเองคุ้นชินกับพฤติกรรมไม่สนโลกของเขามาแต่ไหนแต่ไร เสวี่ยลี่เคยคิดเล่นๆ ถ้าไม่ใช่เพราะรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติที่ทำให้เขาน่าหลงไหลแล้วล่ะก็...จะมีสักกี่คนกันที่ทนได้
เสวี่ยลี่กับเทียนเฉียงรู้จักกันั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในตอนนั้นเขาไม่เคยมีทีท่าว่าชอบพอเธอเลย ผิดกับเธอที่หลงรักเขามาโดยตลอด แต่จู่ๆเขาก็ขอคบเธอเป็แฟน 1 ปีที่ผ่านมาเธอแปลกใจไม่น้อยแต่ใครสนล่ะ เทียนเฉียงไม่เ้าชู้หรือสนใจผู้หญิงคนไหนเป็พิเศษ เธอจึงวางใจและผยองใจที่ตนเองถูกเลือกให้เป็ “ผู้หญิงของเขา”
สัญชาติญาณเตือนให้เธอตามเขาออกมา จนได้เห็นการกระทำทุกอย่าง แม้กระทั่งจุมพิตดูดดื่มที่เขายัดเยียดให้กับหญิงสาวตรงหน้า จุมพิตที่เธอเองไม่เคยได้ััจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็ “ว่าที่สามี” ยุคสมัยเปลี่ยนไปและเธอก็ไม่ใช่คนหวงเนื้อหวงตัวถ้าหนุ่มสาวชอบพอกันจนถึงขั้นสัมพันธ์ลึกซึ้งย่อมไม่แปลกอะไร ยิ่งคบหาเป็แฟนกันจนถึงขั้นจะแต่งงานเธอก็เห็นเป็เื่ธรรมดา แต่ที่ผ่านมาเทียนเฉียงปฏิบัติต่อเธอไม่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น เธอเคยคิดว่า อาจเป็เพราะเขา้าให้เกียรติและจะรอจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน แม้หลายครั้งเธอพยายามใช้มารยาหญิงยั่วยวน แต่เทียนเฉียงยังคงเมินเฉย ‘ช่างปะไร!! อย่างไรเสียเธอก็คือหนึ่งเดียวที่เขาเลือกให้อยู่ในฐานะภรรยา!!’
“ใช่ คนที่ผมเคยรู้จัก และเป็ผู้หญิงที่ผมเคยรักมาก รักสุดหัวใจ” เทียนเฉียงอดไม่ได้ที่จะเปิดเผยความในใจ
“ถ้ารักสุดหัวใจแล้วทำไมถึงทิ้งเธอไปแต่งงานกับคนอื่นล่ะ?” หยาจิ้งเอ่ยตัดพ้อกับชายตรงหน้าประหนึ่งว่าเธอคือผู้หญิงที่ถูกทิ้งคนนั้น
“เพราะตอนนี้เกลียด!” ใบหน้าคมเข้มขบกรามแน่นจ้องมองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยความสับสนใจ
คำพูดนี้ช่างทิ่มแทงหัวใจหยาจิ้ง ไม่ว่าเขาจะเป็คนๆนั้นหรือไม่ คำพูดของเขา ก็ทำให้เธอเ็ปทีเดียว
“คุณจะเกลียดใครหรือรักใครก็ไม่เกี่ยวกับฉัน สิ่งที่คุณทำกับฉันวันนี้คิดเสียว่าฉันให้ทาน! และหวังว่าเราคงไม่ต้องเจอะเจอกันอีก ” หยาจิ้งพูดตัดบท ก่อนจะสลัดตัวจนหลุดจากอ้อมแขนชายหนุ่ม แล้วหันหลังเดินกลับเข้าโรงแรมที่พัก
“ผมบอกคุณแล้วไง ถ้าผมไม่อนุญาต คุณห้ามไปไหนทั้งนั้น!” เทียนเฉียงออกคำสั่งเสียงเข้ม
“เทียนเฉียงคะ คุณมาทำอะไรที่นี่ อุ๊ย! นั่นใครคะ ธุระสำคัญ ที่คุณบอกฉันเหรอ ดูเหมือน...จะเป็คนสำคัญซะด้วยสิ” เสวี่ยลี่เดินเฉิดฉายเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไร้เดียงสา