หลังจากไฟท้ายรถเก๋งคันเล็กของกั้งลับสายตาไป ั์ตาคมของธามที่เคยฉายแววเย่อหยิ่ง กลับอ่อนแสงลง
ชายหนุ่มหมุนลูกบาสเกตบอลในมือเล่น พลางทรุดกายลงนั่งบนม้าหินอ่อนตัวเดิม ที่เพิ่งมีความอบอุ่นของเ้าตัวแสบ ประทับอยู่เมื่อครู่
ลมหายใจอุ่นจัดถูกพ่นออกมาเบาๆ ขณะที่ความคิดของเขาเริ่มดิ่งลึก ย้อนเวลากลับไปสู่เหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อน... วันแรกที่เขาได้เจอกับ ‘เ้าแก้มย้วย’
ที่ซุ่มน้ำข้างสนามบาสของน้องสาวธาม ที่มาเปิด เขามองเห็น เด็กคนหนึ่ง นั่งรอผู้ปกครองมารับอยู่นาน ในใจนึกเอ็นดูจึงเข้าไปพูดคุยหวังอยู่เป็เพื่อน
เขาหยิบไอศกรีมที่ร้าน แล้วยื่นให้เ้าหนู โดยไม่พูดอะไรสักคำ เด็กน้อยมองไอศกรีม สลับกับมองหน้า คนแปลกหน้าด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไม่ยอมรับ ท่าทางหยิ่งยโส แต่ทว่าน่าเอ็นดู นั่นทำให้ธามแค่นยิ้มในใจ... เด็กนี่มันใจเด็ดชะมัด
วันต่อมา ธามจงใจมาเล่นบาสเวลาเดิม และก็เป็ไปตามคาด... เ้าแก้มย้วย นั่งแหมะอยู่ตรงที่เก่า ราวกับถูกทิ้งขว้าง จากคนเป็พ่อแม่
วันนี้ธามไม่ปล่อยให้เสียเที่ยว เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปนั่งลงบนม้าหินอ่อนตัวเดียวกัน จนม้านั่งะเื เด็กน้อยสะดุ้งโหยง ขยับตัวหนีไปชิดขอบอีกฝั่ง ธามไม่ได้ชวนคุย
เขาเพียงแต่แกะไอศกรีมรสช็อกโกแลต แล้วยื่นไปตรงหน้ากลมย้วย แดดร้อนๆ ทำให้ไอศกรีมเริ่มละลายหยดลงบนนิ้วหนา
เ้าก้อนกลม ลอบกลืนน้ำลายเอื้อก ดวงตากลมหิวกระหายแต่ก็ยังพยายามรักษาฟอร์ม จนกระทั่งธามขู่เสียงดุ
“ถ้าไม่กิน แดดจะกินหมดก่อนนะ รับไป ถือว่าพี่เลี้ยง”
คราวนี้มือป้อมๆ ยอมยื่นมารับไปถือไว้ช้าๆ ก่อนจะอ้าปากงับไอศกรีมเข้าปากคำโตจนแก้มตุ่ย ท่าทางกินอย่างเอร็ดอร่อย จนครีมช็อกโกแลตเลอะรอบปากเปรอะเปื้อนไปหมด
นั้นก็ทำให้หัวใจที่เคยด้านชา ของอดีตนักธุรกิจหนุ่มเมืองกรุงผู้บอกช้ำกระตุกวาบ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขารู้สึกรักและถูกชะตากับเด็กคนนี้ อย่างอธิบายไม่ได้ ทั้งที่รู้อะไรเลย
วันต่อมา ความอดทนของเ้าแก้มย้วยพังทลายลง เมื่อธามยื่นไอศกรีมแท่งใหม่ให้ เ้าก้อนกลมเงยหน้า มองชายหนุ่มตาแป๋ว คราบความระแวงหายไป เหลือเพียงความสดใสตามวัย เด็กน้อยเคี้ยวไอศกรีมตุ้ยๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับเขา เป็ประโยคแรกเสียงใสเจื้อยแจ้ว
“ขอบคุณครับ... ลุง”
ธามถึงกับคิ้วกระตุก มุมปากหยักลึกยกยิ้ม แต่แสร้งทำเสียงเข้มขู่เด็ก “ลุง? หน้าฉันแก่ขนาดนั้นเลยหรือหืม? เรียกพี่สิครับ”
เ้าแก้มย้วยส่ายหัวดิก แก้มป่องๆ ขยับขยายตามแรงพูด
“ตอนแรกต้นกล้าจะเรียกว่าน้า... แต่น้า มันซ้ำ! ต้นกล้ามีน้าแล้ว ลุงไม่ได้แก่หรอกคราบบบ ลุงเป็พ่อต้นกล้าได้สบายเลย!”
คำว่า ‘เป็พ่อได้สบายเลย’ จากปากเด็กแปดขวบ ทำเอาอดีตเสือร้ายแห่งเมืองกรุง ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปหลายวินาที
ข้างในอกมันอุ่นซ่าน และสั่นไหวอย่างรุนแรง เขามองเด็กน้อยที่ฉลาดพูดฉลาดเจรจา ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดู จนอยากจะฟัดแก้มย้วยๆ นั่นให้หนำใจ
กลับมาสู่ปัจจุบัน
“พี่ธามค่ะ!”
ธามสะดุ้งเล็กน้อย จากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มหันหน้ากลับไปตามเสียงเรียก ก่อนจะพบกับน้องสาวบีและครูแพม
คุณครูสาวสวยเพื่อนของน้องสาว ที่ยืนยิ้มหวาน ให้กับเขา ชายหนุ่มล่วงรู้เจตนาครูสาว และน้องสาวตัวดีที่ทำตัวเป็แม่สื่อแม่ชัก
ธามส่งยิ้มให้ทั้งสอง พลางเดินไปอย่างครุ่นคิด ในวันแรกที่เขาต้องกลับมาอยู่ที่นี่
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน ธามตัดสินใจพาร่างกายและจิตใจที่บอกช้ำกลับมาอาศัย บ้านเกิด หลังจากเขาจากไปั้แ่อายุ 15ปี
พ่อแม่ของเขาแยกทางกัน ั้แ่ธามอายุ 10 ขวบ พ่อแม่ไปมีครอบครัวใหม่ ธามเติบโตมา จากการเลี้ยงดูของย่าและป้าดา
ซึ่งสามีป้าดาเป็ตำรวจ แต่ตายในหน้าที่ ทำให้ป้าดาต้องเลี้ยงลูกสองคนคือบาส บี และธามลำพัง ทำให้ธามผูกพัน และคุ้นเคยกับป้าดาและบีน้องสาวมาั้แ่เด็ก
เมื่อจบ ม.3 พ่อที่สร้างฐานะมั่นคงกับครอบครัวใหม่ ได้มารับธาม ไปเรียนโรงเรียนประจำในกรุงเทพฯ จนกระทั่งเขาจบมหาวิทยาลัย
และหลังจากเรียนจบ พ่อยังให้เงินก้อนหนึ่ง มาตั้งตัว ธามจึงนำไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน ๆ สามคน แรกๆ ธุรกิจรุ่งเรืองไปได้ดีมาก
แต่เมื่อปีที่แล้วเพื่อนอีกคน เริ่มถอนตัว ธุรกิจเริ่มมีปัญหา จนกระทั่งธามได้รู้ความจริงว่า เพื่อนที่ยังอยู่โกง โดยมีแฟนสาวของตัวเองร่วมมือ และนอกใจเขามาตลอด
ธามหมดสิ้นทุกอย่าง ไม่เหลือแม้ที่ซุกหัวนอน เขาไม่กล้าบอกพ่อ ที่ให้ทุนตั้งต้น เพราะเขาทำมันล้มเหลว ดังนั้นเขาจึงเลือกหอบความช้ำ และเื่ราววุ่นวาย มาพักกายพักใจ ที่ต่างจังหวัดกับป้าดา คนที่เป็ยิ่งกว่าแม่ของเขา
ในตอนนี้ธามจึงทำหน้าที่เป็สารถี และลูกมือให้ป้าดา ตอนเช้ามืดขับรถไปส่งป้า ซื้อของจ่ายตลาด ช่วยยกหม้อกับข้าว ตักอาหารกลางวันให้เด็กๆ
ซึ่งเขาคุ้นเคยและทำมาั้แ่เด็ก ต่อให้เวลานี้ เด็กนักเรียนสาวมัธยม และครูสาวๆ จะแซวเขา แต่เขากลับไม่รู้สึกอาย แค่เขิน ๆ เพราะถูกแววเื่ความหล่อและขอเบอร์ติต่อเขา
มันเป็อาชีพที่ป้า เลี้ยงเขากับน้อง ๆ มาั้แ่เด็ก และพอตกบ่าย ก็ย้ายร่างไปช่วยบีน้องสาว ขายน้ำต่อที่ซุ้มน้ำข้างสนามบาสต่อ จนมืด
ฟากฝั่งกั้ง หนุ่มหน้าสวย หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ ของห้างใหญ่สุดของอำเภอนี้ ชายหนุ่มทุ่มเทเลี้ยงต้นกล้า ลูกพี่สาว ที่ท้องไม่มีพ่อ และทิ้งลูกไป ั้แ่ต้นกล้าอายุสามขวบ อย่างอุทิศจะไม่มีแฟนจนกว่าหลานจะโต
“ต้นกล้าครับ” กั้งส่งเสียงเรียกหลานชายที่นั่งอยู่ที่เบาะ ที่ตอนนี้ตื่นแล้ว
“ครับ..ต้นกล้าหิวจังเลยครับมาม้า”
“ต้นกล้าเรียกน้าแบบนี้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า..ไปเล่าให้คนอื่นฟังนะครับลูก”
“ต้นกล้า...เล่าแค่คนเดียวเองนะครับ” แก้มย้วยตอบตามจริง
“แต่คนเดียว..มันดันเป็คนปากหมานะสิลูก”
“ปากหมา?” ต้นกล้ารีบกันมองหน้าน้าชายอย่างมึนงง
“อ่ะ..เอ่อ..น้ากั้งหมายถึง เขาพูดจาไม่น่ารักนะครับลูก”
“ใครเหรอครับ?” แก้มย้วยทำตาใส
“ก็ปาป๊าของต้นกล้าคนนั้นไงครับ?”
“ปาป๊า..ต้นกล้ามีปาป๊าแล้วเหรอครับ..เย้ๆ ..ดีใจจังเลย”
“อ้าว!..ฉิบหายแล้ว” กั้งสบถ เสียงเบา เมื่อรู้ตัวว่า มโนวาดภาพไปเสียไกลเกินจริง