“อย่าดื้อเลยน่ามือปราบม่อ ตอนนี้เ้าเดินเบียดกำแพงแทบจะทุกฝีก้าวแล้ว บ้านเ้าก็อีกตั้งไกล ขึ้นรถม้าไปกับข้าดีกว่า”
อู๋หยางไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ เขาอุ้มร่างผอมบางของม่อชิงฉือลอยหวือพ้นพื้นแล้วเดินขึ้นรถม้า คนเมาไม่อาจจะสู้แรงได้
“เหล่าหาน ไปบ้านมือปราบม่อ”
“ขอรับ”
คนสนิทของอู๋หยางทำหน้าที่ขับรถม้า เขายิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นผู้เป็นายอุ้มมือปราบหนุ่มร่างบาง นี่เป็ครั้งแรกที่คุณชายรองเอาอกเอาใจผู้อื่น ด้วยความเป็บุตรชายคนโปรดของคหบดีอู๋ คุณชายอู๋หยางได้รับการตามใจมาโดยตลอด กระทั่งการประกาศตัวว่าเป็ต้วนซิ่ว คนในครอบครัวก็ยังไม่กล้าแสดงความขัดเคือง
ในฐานะบุรุษที่มีรูปร่างหน้าตางดงามราวเทพบุตร คุณชายรองเป็ที่ฝักใฝ่ของบุรุษมากมาย แม้แต่สตรีหลายสกุลก็ยังยินดีจะแต่งมาเป็ฮูหยินและยินยอมให้คุณชายรองมีอนุภรรยาเป็บุรุษได้
...บุญวาสนาของคุณชายรองอู๋มากมายถึงเพียงใด? จึงได้เกิดมาสมบูรณ์พร้อมเช่นนี้...
“เ้าปล่อยข้าได้แล้ว”
อู๋หยางหัวเราะเบาๆ เขาแค่กอดอีกฝ่ายไว้หลวมๆ แต่เพราะความเมาทำให้ม่อชิงฉือไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดังใจ
“เ้าเมาแล้ว หากข้าปล่อยก็หัวทิ่มลงพื้นน่ะสิ”
ม่อชิงฉือพยายามดิ้นอีกครา ครั้งนี้คุณชายรองสกุลอู๋จึงรัดร่างเขาแน่นกว่าเดิม พร้อมทั้งกระซิบข้างหู
“หากเ้ายังดิ้นอีกครั้ง ข้าจะจูบเ้า”
มือปราบหนุ่มถึงกับชะงัก เขาถูกเอาเปรียบไปแล้วถึงสองครา ไม่ควรจะมีครั้งที่สาม ม่อชิงฉือส่ายศีรษะหนีจากบริเวณหัวไหล่ของหมอหนุ่มแล้วพิงไปยังผนังรถม้า ชายหนุ่มหลับตานิ่ง นึกภาวนาให้ถึงบ้านตนเองเร็วๆ มือข้างหนึ่งของเขาทาบอยู่บนอกกว้างของอู๋หยาง เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของคนที่กอดตนไว้เต้นเร็วยิ่งนัก
...หรือว่าอู๋หยางเองก็ตื่นเต้นที่ได้กอดจูบเขา?...
ครั้นรถม้าหยุด ม่อชิงฉือที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้นเริ่มบ่นพึมพำ
“ข้าจะลงเอง ข้าจะลงบ้านข้า”
อู๋หยางเห็นมือไม้ของคนดันทุรังกะปลกกะเปลี้ยก็หัวเราะเบาๆ ก่อนอุ้มคนเมาลงจากรถม้า เหล่าหานลงไปเคาะประตูเรียกคนในบ้านรออยู่แล้ว
ม่อฮูหยินมองเห็นบุรุษรูปงามแต่งกายดีอุ้มบุตรชายของตนลงจากรถม้าเข้ามาในประตูบ้านก็เบิกตาโพลง
“ข้าอู๋หยาง ขออภัยที่มารบกวนท่านน้าในยามวิกาลนะขอรับ ชิงฉือเมามาก ข้าก็เลยมาส่งเขา ไม่ทราบว่าห้องนอนเขาอยู่ที่ใด?”
ด้วยรูปลักษณ์และคำพูดแสนสุภาพ ทำให้ม่อฮูหยินรู้สึกเกรงใจท่านหมอหนุ่ม ดูจากรถม้าแล้วนางก็จำได้ว่านี่คือคนจากสกุลอู๋ที่ร่ำรวยเป็เ้าของร้านยาสมุนไพรกว่าสิบสาขาในเมืองหลวง
“ห้องของชิงฉืออยู่ใกล้ๆ นี่เอง เขานอนกับเสี่ยวตี้เ้าค่ะ” มารดาของ ม่อชิงฉือรีบเดินนำหน้าไปเปิดประตู
อู๋หยางวางมือปราบหนุ่มลงบนเตียง หันไปด้านข้างมีเตียงอีกอันตั้งอยู่ เด็กชายวัยรุ่นผู้หนึ่งกำลังนอนหลับ ม่อฮูหยินเห็นสายตาของคุณชายอู๋ก็ยิ้มน้อยๆ
“นั่นเสี่ยวตี้ น้องชายของชิงฉือเ้าค่ะ”
“ขอรับ อบอุ่นดีจริง พี่น้องนอนห้องเดียวกัน”
ความจริงเรือนนี้หลังเล็กมีห้องนอนเพียงสองห้อง ดังนั้นบุตรชายจึงต้องนอนร่วมห้อง เช่นเดียวกับบุตรสาวที่ต้องนอนกับมารดา ม่อฮูหยินรีบถอดรองเท้าให้กับบุตรชายที่กำลังบ่นพึมพำและกวัดแกว่งมือเท้าไปทั่ว
“ชิงฉือ เมาแล้วก็นอนเสียเถิด เ้าดิ้นทำไมกัน?” ม่อฮูหยินเอ็ดบุตรชาย
มือปราบหนุ่มที่กำลังอยู่ในภวังค์ว่าตนเองกำลังต่อสู้ขยับมือขยับเท้าโวยวายไม่เป็ภาษาจนมารดาเอือมระอา
“ท่านน้าขอรับ ข้าว่าเขาเมาเช่นนี้คงจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว ควรจะเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน ท่านไปหาน้ำกับผ้ามาเถิด ข้าจะเฝ้าเขาให้เอง”
“ดีเหมือนกันเ้าค่ะ รบกวนคุณชายสักครู่นะเ้าคะ”
“ไม่เป็ไรขอรับ ท่านน้าไม่ต้องเกรงใจ ถือเสียว่าข้าเป็สหายของชิงฉือ ช่วยดูแลเขาก็ถือว่าสมควรแล้ว”
อู๋หยางทรุดตัวลงนั่งขอบเตียง มองใบหน้าคมคร้ามของคนเมาที่หยุดดิ้นแล้วค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือเพียงกางเกงขายาวตัวใน
ม่อฮูหยินเดินออกจากห้องไปเทน้ำใส่อ่างไม้ใบเล็กๆ และหยิบเอาผ้ามาด้วยผืนหนึ่ง นางกำลังจะเช็ดตัวให้บุตรชาย ทว่าอู๋หยางขันอาสา
“ให้ข้าช่วยเถิดขอรับ ข้าตัวใหญ่กว่าท่าน น่าจะสะดวกกว่า”
“ขอบคุณคุณชายมาก ท่านช่างมีน้ำใจเหลือเกิน”
หญิงวัยกลางคนยิ้มด้วยความปลาบปลื้ม คุณชายอู๋ช่างเป็คนดีนัก นอกจากจะช่วยพาบุตรชายของนางกลับมาบ้านแล้ว ยังช่วยเช็ดตัวให้อีก ตัวนางก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง หากต้องเช็ดตัวให้บุตรชายที่ตัวโตกว่าก็คงจะไม่สะดวกไหนเลยจะทำได้อย่างคุณชายอู๋ที่ประคองบุตรชายของนางขึ้นนั่งแนบตัวแล้วเช็ดเสียจนทั่ว
“ดูเหมือนชิงฉือจะสบายขึ้นอย่างที่ท่านว่า ดูสิ หลับสนิทไม่ดิ้นแล้ว”
อู๋หยางยิ้มเมื่อได้ยินเสียงกรนเบาๆ ของคนที่เขากำลังสวมเสื้อผ้าตัวใหม่ให้ ท่านหมอหนุ่มขอให้ม่อฮูหยินออกไปรอข้างนอก เขาถอดกางเกงของม่อชิงฉือแล้วเช็ดส่วนล่างให้พร้อมกับเปลี่ยนกางเกงให้ใหม่
พอเช็ดตัวเสร็จ ท่านหมอรูปงามก็ห่มผ้าให้กับม่อชิงฉือ ก่อนจะโน้มตัวไปจูบที่หน้าผากของคนเมาที่หลับสนิท แต่...พอหันไปดูที่เตียงอีกด้าน ม่อเหอตี้ที่รู้สึกตัวตื่นกำลังนอนตะแคงลืมตาปริบๆ ดูอยู่
“เ้าห้ามพูดเื่นี้เด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?” อู๋หยางทำสายตาปรามเด็กชายพร้อมยกนิ้วชี้ของตนแตะริมฝีปาก
เขาควักเอาเงินตำลึงเงินออกมาแล้วยื่นให้กับม่อเหอตี้ เด็กชายรีบพยักหน้าตกลง ในใจก็ได้แต่ขออภัยที่เขาจำต้องขายพี่ชายกิน
‘พี่ชิงฉือ หน้าผากท่านช่างล้ำค่าเสียจริง คราวหน้าข้าจะบอกให้คุณชายผู้นี้จูบแก้มพี่ด้วย น่าจะได้เงินเพิ่มเป็สองก้อน’
ม่อชิงฉือรู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนสาย เมื่อคืนเขาหลับสนิทไม่ฝันถึงสิ่งใด แต่พอยันกายขึ้นนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงได้ครู่หนึ่ง ความทรงจำเมื่อคืนก็ค่อยๆ หลั่งไหลกลับมา
“อู๋หยาง เ้าหมอโฉดนั่นแอบตามข้ามา” มือปราบหนุ่มพึมพำ
เขาพลันนึกออกว่าถูกคนผู้นั้นปล้นจูบจนหลังชิดกำแพง ซ้ำยังถูกอุ้มขึ้นรถม้า จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย ม่อชิงฉือก้มลงมองเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ จากนั้นก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาดม กลิ่นเสื้อผ้าเพิ่งซักทำให้รู้ว่าตนเองได้รับการเปลี่ยนเสื้อผ้า เขารีบลุกจากเตียงวิ่งออกไปนอกห้อง
“ท่านแม่! ท่านแม่!”
ม่อฮูหยินที่กำลังสาละวนกับการล้างผักเพื่อทำผักดองได้ยินเสียงร้องเรียกของบุตรชายก็รีบลุกมาดู
"ชิงฉือ เ้าตื่นแล้วหรือ? เดี๋ยวแม่ไปอุ่นน้ำแกงให้”
ม่อชิงฉือเดินตามไปซักไซ้มารดาถึงเื่เมื่อคืน
“คุณชายอู๋เป็คนมาส่งเ้า ซ้ำยังช่วยเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วย เขาเป็คนดีจริงๆ นะ เ้าวาสนาดีจริง มีคนดีๆ เช่นนี้เป็สหาย”
มือปราบหนุ่มได้ยินถึงกับผงะ
“หา! ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงปล่อยให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าเล่า? ข้าไปมีสหายอย่างเขาเมื่อใดกัน?”
“อ้าว! ก็เขาอุตส่าห์มาส่งเ้า ทั้งยังกุลีกุจอช่วยเหลือห่วงใยขนาดนั้น แม่ก็ต้องรับความหวังดีของเขาเอาไว้สิ เ้าจะให้แม่ยักแย่ยักยันเช็ดตัวให้เ้าไหวหรือ?”
ม่อชิงฉือหน้าคว่ำ เขารู้ว่าร่างกายมารดาไม่ค่อยแข็งแรง แต่การที่ปล่อยให้เ้าหมอโฉดถอดเสื้อผ้าเขาทั้งหมด เช่นนี้....เช่นนี้ก็....เท่ากับคนผู้นั้นได้เห็นเนื้อตัวเขาหมดแล้ว
‘จบกัน...ความบริสุทธิ์ของข้า ทั้งถูกเ้าหมอบ้าปล้นจูบ ทั้งถูกเห็นร่างกายไปจนหมด’
“ท่านแม่ หากเขามาอีกคราวหน้า ท่านอย่าให้เขาเข้าบ้านของเราโดยเด็ดขาดนะขอรับ และท่านก็จำไว้ด้วยว่าข้ากับเขาไม่ได้เป็สหายกัน เขาเป็สหายของหัวหน้ากู้ต่างหาก”
“เอ๊ะ! เ้าเด็กคนนี้ เขาเป็สหายของหัวหน้าเ้า เ้าก็ควรเกรงใจเขาสิ จะไปรังเกียจเขาทำไมกัน? แม่ก็เห็นเขาพูดจาออกจะสุภาพ ซ้ำยังใส่ใจเ้ามากด้วย”
ม่อชิงฉือพูดไม่ออก เป็เขาเองที่ไม่อยากจะให้อู๋หยางเข้ามาใกล้เพราะเขาเริ่มรู้สึกว่าตนเองหวั่นไหวกับสายตาและััของเ้าหมอโฉด
ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยในตนเองแล้วว่า...เขาก็อาจจะเป็ต้วนซิ่ว
*************************

