Falling Fast
ตอนที่ 9
สิ่งแรกที่น้องพีททำ คือการพาฉันมาซื้อหมวกกันน็อค
นี่แค่บอกว่าให้ไปขี่รถเล่นเองนะ
“ไม่เห็นจำเป็ต้องซื้อเลย”
“จำเป็ ถ้ารถล้มขึ้นมาจะทำไงครับ”
“น้องพีทขับรถไม่แข็งหรอ?”
“แข็ง”
“อ้าว งั้นก็ไม่เห็นต้องใส่ พี่ไม่ค่อยได้นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สักหน่อย”
ปกติฉันขับรถยนต์ มีนั่งมอเตอร์ไซค์บ้างเวลาใช้บริการพี่วินไปมหาลัย แต่นั่นก็เป็ระยะทางสั้นๆ ไง ส่วนมากนักศึกษาที่ขึ้นวินก็ไม่ค่อยใส่หมวกกันน็อคกันหรอก
“ไม่ได้ครับ ต้องใส่”
“...”
“พี่มี่เข้าใจคำว่าอุบัติเหตุไหม ใส่ไว้ก่อนไม่เห็นไปไรเลย”
“พี่คงได้ใช้แค่ครั้งเดียว มันเปลืองเงิน”
“ผมซื้อให้”
“ได้ไงกัน! ไม่เอา!”
“ผมจะเอาเงินที่พี่ให้มานั่นแหละซื้อ”
เงินนั่นฉันจ้างเขานะ แล้วจะเอามาซื้อของให้ฉันกลับคืนได้ไง
“น้องพีท...” ฉันเสียงอ่อน
“พี่มี่” น้องเสียงแข็ง
“เอาเงินไว้ใช้ตามใจตัวเองสิ”
“ตามใจผมก็คือซื้อหมวกให้พี่ไง”
สีหน้าน้องจริงจังมากจนฉันไม่เถียงต่อ ดูท่าทางเถียงไปก็ไม่ชนะด้วยนั่นแหละ
“ก็ได้...”
เดี๋ยวตอนจ่ายค่าขนมน้องส่วนที่เหลือค่อยบวกเข้าไปให้ก็ได้
“ตามเข้ามาครับ”
พูดจบน้องก็เดินเข้าไปในร้าน พีทตรงเข้าไปยังโซนขายหมวกกันน็อค พึ่งรู้นะว่าอุปกรณ์ป้องกันหัวกระแทกจะมีหลายแบบมากขนาดนี้
“พี่มี่ชอบสีอะไร”
สีอะไรดีล่ะ ฉันไม่ได้ชอบสีอะไรพิเศษซะด้วย แต่ถ้าให้เลือกโทนสีก็คงเลือกโทนพาสเทล
ฉันกวาดตามองตามชั้นวางและสะดุดตาเข้ากับหมวกสีฟ้าพาสเทลใบนึง
รักเลย ตกหลุมรัก
สีน่ารัก รูปทรงก็สวย
“ใบนี้สวยไหมน้องพีท” ถามพลางชี้ปลายนิ้วไปยังเป้าหมาย
“ก็ดีครับ”
“พี่ชอบ”
น้องพีทพยักหน้าแล้วหันไปบอกพนักงาน
“ขอลองใบนี้ครับ”
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นฉันก็ได้หมวกมาลอง ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งชอบ สีสวยมาก ฉันชอบที่มีลายเส้นเล็กๆ เล่นแสงระริบระยับ
ฉันปลดล็อคสายเพื่อจะลอง แต่ก็ช้ากว่าที่อีกคนช่วยทำให้ ฉันรับมาสวมและพบว่ามันพอดีกับศีรษะฉันมากส่องกระจกดูก็ยิ่งเห็นว่ามันควรเป็ของฉัน
“เอาใบนี้ค่ะ”
ยื่นให้พนักงานแบบไม่คิด หากทว่าพอได้ยินราคาแล้วต้องเปลี่ยนความคิด
“หนึ่งพันเจ็ดร้อยเก้าสิบครับ”
เกือบสองพันเลยนะ... แพงจัง หมวกกันน็อคนี่มันไม่ได้ราคาสี่ห้าร้อยหรอกเหรอ?
งั้นนอกจากจะมีหลายรูปทรงหลายแบบแล้ว ราคายังหลากหลายด้วยสินะ
ฉันเหลียวไปมองพีท น้องไม่ได้ใสักนิด พีทแค่เดินตามพนักงานไปจ่ายเงิน น้องซื้อของแพงให้อ่ะ เกรงใจแล้ว เดี๋ยวคืนนี้ต้องรีบโอนค่าเหนื่อยส่วนที่เหลือให้แล้วเนี่ย
“ราคาสูงเหมือนกันเนอะ พี่ไม่เคยซื้อหมวกกันน็อคเลยไม่คิดว่ามันจะแพงอ่ะ”
“มันขึ้นอยู่กับรุ่นกับยี่ห้อด้วยไงครับ พี่มี่เลือกสีลิมิเต็ดด้วย ร้านเขาได้สีฟ้ามาใบเดียว มันเป็รุ่นกันกระแทกอย่างดี ของผมก็ราคาประมาณนี้เหมือนกัน”
“...”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ไปกันเถอะ”
“อื้อ”
ซื้อของเสร็จก็เดินกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์คันโต รถน้องพีทเป็เกียร์ออโต้คันใหญ่นั่งสบาย เดาว่าน้องน่าจะเปลี่ยนเบาะใหม่เพราะมันนุ่มมาก
ฉันว่า... น้องก็น่าจะเสียเงินค่าแต่งมอเตอร์ไซค์ไปเยอะอยู่เหมือนกัน แค่คิดเล่นๆ น่ะนะ
“พี่มี่อยากไปที่ไหน”
ถามตอนฉันนั่งซ้อนท้ายเรียบร้อย
“ไปขี่รถเล่นเฉยๆ อ่ะ ไปที่ไหนดี พี่แค่ยังไม่อยากกับหอ”
อยากนั่งรถเล่นให้ลมตีหน้า ปล่อยความคิดไปกับวิวข้างทาง ไม่อยากคิดเื่ที่ไม่้าคิด
อย่างน้อยสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ยังดี
“งั้นไปนั่งสวนสาธารณะกัน”
“อื้อ ได้หมดเลย”
“นั่งดีๆ นะครับ ไปละนะ”
ยานพาหนะสองล้อเริ่มขับแล่น ไม่นานหลังจากนั้นพอพ้นเขตรถติดและน้องพีทเริ่มเร่งความเร็วฉันก็หลับตา ถอนหายใจ
ฉันเปิดกระจกบังลมขึ้น ปล่อยให้ลมแรงๆ พัดกระทบใบหน้า พัดเื่ต่างๆ ออกไปให้ได้มากที่สุด
สนใจแค่สูดกลิ่นอากาศเย็นๆ ยามค่ำคืน อากาศชื้นๆ จากน้ำค้างให้ความรู้สึกสบายตัวอย่างประหลาด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอจับดึงชายเสื้อน้องพีทไว้ตอนไหน...
ก็... คงเพราะไม่ค่อยได้นั่งซ้อนท้ายใครทางไกลมั้ง เลยหาที่จับให้ตัวเองนั่งได้สบายๆ
“น้องพีท”
“ครับ”
“พี่จับชายเสื้อพีท”
ฉันสารภาพกับเขาตอนรอเลี้ยวรถตรงทางแยก คนขับเอี้ยวตัวมามองหน้าฉันก่อนจะหลุบตาลงต่ำมองมือบางที่ขยุมเสื้อเขาเอาไว้
“ผมรู้แล้ว”
ไม่แสดงอาการอะไร แต่ก็ไม่ได้บอกให้ปล่อย
“จับได้ครับ จับแน่นๆ ได้เลยนะ”
“โอเค...”
ไม่ปฏิเสธเพราะจับไว้แบบนี้มันก็รู้สึกอุ่นและปลอดภัยดี
กับคนที่พึ่งรู้จักกัน ทำไมฉันถึงไว้ใจเขาจังนะ...
ฉันมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้าพลางกระชับมือจับเสื้อน้องพีทให้แน่นขึ้น จับไว้อย่างนั้นตลอดทาง
จนน้องผ่อนความเร็วลงมาหยุดนิ่ง ฉันถึงได้ปล่อยมือออก แต่ก็ยังเผลอกำมือตัวเองรักษาความอุ่นนั้นไว้
“สวนนี้ผมมาบ่อย บรรยากาศดี”
“อ่อ”
กวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่ามันดีอย่างที่น้องบอกจริงๆ
“พี่มี่ไปนั่งรอที่ม้านั่งตรงนั้นนะ เดี๋ยวผมมา”
“ไปไหนอ่ะ”
“ซื้อข้าวครับ ผมหิว”
อ่า... น้องยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่นา ตอนนี้จะสองทุ่มแล้ว พีทคงหิวแย่
“พี่มี่ชอบกินอะไร มีร้านตามสั่งอยู่ ผมจะซื้อมาให้”
“ไปนั่งกินด้วยกันก็ได้”
“แต่นั่งสวนลมเย็นกว่า”
“ไม่เป็ไร กินเสร็จค่อยกลับมา”
“ตามใจพี่มี่ครับ”
เอาอีกแล้ว ตามใจฉันอีกแล้วนะ
“น้องพีทไม่ต้องตามใจพี่เพราะพี่จ้างน้องพีทมาเป็แฟนหลอกๆ หรอกนะ ตอนนี้พี่รบกวนให้พีทพามาด้วยซ้ำ ถ้าอะไรที่พีทไม่อยากทำ พีทบอกพี่ได้”
“แค่ไปนั่งกินข้าวเองพี่มี่ คิดมากอีกแล้ว”
“ก็...”
“ผมเอาแต่ใจตัวเองจะตาย ถ้าไม่อยากทำ ผมบอกพี่แน่ ไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ไปเหอะ หิวข้าวแล้ว”
ไม่พูดเปล่า น้องพีทเอื้อมมือมาแตะแขนฉัน และถึงจะแตะต้นแขนนิดเดียว แต่... นี่เป็ครั้งแรกที่น้องแตะโดนตัว
ท่อนแขนฉันแข็งทื่อ ท่อนขาชะงัก ตัวแข็ง ก้าวขาไม่ออก เมื่อฉันยืนนิ่ง น้องเลยตีแขนฉันซ้ำที่เดิมเบาๆ อีกสองครั้งเป็การสะกิด
ไม่ได้กลัวหรอก ไม่ได้รังเกียจด้วย ฉันแค่... ใ
“พี่มี่เหม่ออะไร”
“อ่อ เปล่าๆ ไปกันๆ”
พูดจบก็ก้าวขาเร็วๆ เดินตรงเข้าไปร้านข้าวเลย ที่นี่เป็ร้านอาหารตามสั่งที่คนเยอะมาก คงจะอร่อยน่าดู
“กินอะไรดีครับ”
“พี่เอาผัดคะน้าหมูกรอบ”
“งั้นผมเรียกเขามาจดออร์เดอร์เลยนะ” บอกฉัน ก่อนจะหันไปพูดกับพนักงาน
“เอาข้าวผัดคะน้าหมูกรอบครับ ข้าวผัดพริกแกงถั่วหมูกรอบ แล้วก็แกงจืดเต้าหู้กับไข่เจียวผักเป็กับข้าวครับ”
พนักงานทวนออร์เดอร์แล้วจากไป แต่ฉันสงสัย
“น้องพีท ทำไมสั่งเยอะจัง”
“ผมตัวโต กินเยอะ”
ก็ตัวโตจริงๆ นั่นแหละ แต่...
“กับข้าวสองอย่างเลยนะ”
“มันไม่ได้จานใหญ่หรอกหน่า ผมกินหมด”
ฉันส่ายหัวขำๆ แล้วหยิบมือถือมากดเล่น น้องพีทก็เช่นกัน ผ่านไปสักห้านาทีพีทก็เรียกฉัน
“พี่มี่”
“หื้ม?”
“พี่บอมกับพี่เฟิร์นแอดไอจีผมมา”
เพราะไอจีน้องไม่ได้ปิดเป็ส่วนตัว ดังนั้นใครจะติดตามน้องก็ได้ไง
“เอาไงดีครับ สร้างเื่หน่อยไหม”
“พี่ทำเองดีกว่า”
“ครับ?”
“ขอถ่ายรูปหน่อยนะ”
ภาพที่ฉันกดถ่ายมา คือพีทกำลังทำหน้างงอยู่ ฉันลงรูปนั้นในสตอรี่ไอจีแล้วเขียนแคปชั่น ‘เด็กดื้อ!’ พร้อมกับแท็กน้อง
ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นก็มือแจ้งเตือนเด้งเข้ามือถือฉัน แจ้งว่าน้องพีทก็แท็กฉันเหมือนกัน
มันเป็รูปน้องชูนิ้วก้อยขึ้นมา พื้นหลังเป็รูปฉันก้มหน้าเล่นมือถือ ส่วนแคปชั่นของพีทคือ ‘ไม่ดื้อแล้วครับ ผมจะเป็เด็กดี’
ฉันเงยหน้ามองพีททันทีและพบว่าน้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว
“ผมก็ช่วยพี่ไง จะได้เนียนๆ เนอะ”
เด็กนี่... ทำหน้าที่คุ้มเกินไปแล้วนะ
..............................................................
เด็กนี่มันน่ารักกกก พี่มี่จะไม่เอ็นดูน้องหน่อยหรออออ