ครึ่น ~
ขณะที่กลุ่มของวรรณชัยกำลังจะออกเดินทางบางอย่างก็เกิดขึ้น เสียงและพื้นดินก็สั่นะเืจนทำให้กลุ่มของวรรณชัยที่กำลังจะออกเดินทางยังสามารถรับรู้ได้
ทั้งกลุ่มหยุดเท้าลงในทันที ก่อนจะมองไปรอบตัวพวกเขาก็เห็นเงาหลายร่างกำลังล้อมพวกเขาอยู่ เหล่าทหารที่เห็นดังนั้นก็ชักอาวุธออกมาเตรียมตัวต่อสู้ทันที
" หึๆๆ ฮ่าๆๆ พวกเ้าจะจากไป แล้วได้ขออนุญาตข้ารึยัง ?" เสียงทื่อและแหบเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลังของฝูงอสูรที่ล้อมพวกวรรณชัยอยู่
" ช่างน่าเสียดายจริงๆ ข้าไม่คิดว่าพวกเ้าจะเนรคุณข้าได้จริงๆ เฮ้อ…" เสียงนั้นพูดจาตัดพ้อ เหมือนตนถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจ
" ข้าไม่คิดว่าพวกมดแมลงที่ข้าอุตส่าห์เลี้ยงเอาไว้ดูเล่นเพื่อความสนุกสนาน กลับมีใจคิดก่อฏเช่นนี้"
" สิ่งให้ความบันเทิงแก่ข้าอย่างพวกเ้าไม่มีสิทธิ์มีชีวิตเป็ของตนเอง กลับไปอยู่ในรูของพวกเ้าเสีย และรอให้พวกข้าเล่นกับพวกเข้าจนหนำใจแล้ว พวกข้าค่อยมาคิดดูอีกทีว่าจะปล่อยพวกเ้าไปดีหรือไม่"
ย้ำเสียงนั้นเหมือนมันกำลังพูดกับค่าทาสบนิวารของตนเองอย่างไรอย่างนั้น ทำเหมือนพวกวรรณชัยเป็เพียงปศุสัตว์ที่ถูกเลี้ยงเพื่อรอให้ถูกฆ่าเมื่อโตเต็มวัยแล้ว
ได้ยินเสียงทื่อและแหบพูดออกมาดังนั้นเหล่าทหารก็เต็มไปด้วยความโกรธและจิตสังหาร มือที่กำอาวุธอยู่ก็กำแน่ยิ่งขึ้นมันเล่นกับพวกเขาและไม่บุกเข้ามาสังหารพวกเขาให้หมด มันคิดว่ากำลังดูอะไรสนุกๆ ?
ความสนุกของมันทำให้พี่น้องของพวกเขาาเ็สาหัสและไม่สามารถแม้แต่จะลุกขึ้นมาเดินได้ พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับาแอันสาหัสสากรรจ์ ที่เกิดจากการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง
แต่เ้าอสูรตัวนี้กลับทำเหมือนพวกเขาเป็มดแมลงที่ให้ความบันเทิงแก่มันเท่านั้น ! คำเหล่านี้เองที่ทำให้ความอดทนของเหล่าทหารขาดผึ่ง
พวกเขาจะไม่ขี้ขลาดรอป้องกันอยู่ที่ค่ายอีกต่อไป ! หากพวกเขาต้องตาย ก็ต้องเอาพวกมันลงหลุมไปด้วยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ !!
" ฆ่า !!" นพเก้าะโออกไป น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยจิติญญาที่ไม่้าจะยอมแพ้และไม่กลัวความตาย เหล่าทหารพุ่งออกไปต่อสู้กับอสูรที่กำลังล้อมพวกเขาทันทีที่ได้ยินคำสั่งของนพเก้า
วรรณชัยเห็นเหล่าทหารที่ดวงตาแดงก่ำและควบคุมสติตนเองไม่ได้เขาก็โบกมือให้กับหุ่นไม้ผ่าดาว เมื่อได้รับคำสั่งจากวรรณชัยหุ่นไม้ผ่าดาวก็กลายเป็เงาหายไป ไล่จัดการกับฝูงอสูรที่ล้อมพวกเขาอยู่และคอยเฝ้าดูเหล่าทหารที่ตกอยู่ในอันตรายไปด้วย
เพราะเขาไม่อยากให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นกับทหารเหล่านี้ และที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการค้นหาผลเืัมันต้องใช้กำลังคนในการค้นหา !
" [เรียกขาน] " สิ้นคำของวรรณชัย หุ่นไม้รูปร่างหมาป่าที่สามารถยืนสองขาได้แต่ดูไม่ค่อยสมประกอบเพราะยังระดับต่ำอยู่ก็ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าของวรรณชัย
สกิลสองสกิลแรกของเขามันยังไม่ต้องใช้มานา นั่นเพราะมันเป็การเรียกใช้สิ่งที่เขามีอยู่แล้ว อย่างสกิลเรียกขานนี้คือการเรียกหุ่นไม้สี่ทิศที่อยู่ในวงแหวนิญญาของเขาออกมาข้างนอก เพื่อให้ช่วยเขาต่อสู้ได้
ซึ่งตอนนี้หุ่นไม้สี่ทิศกำลังสวมใส่การ์ดนักรบหมาป่าวายุที่ได้มาจากการสังหารหมาป่าวายุ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ระดับFเหมือนคราวก่อนคราวนี้เขาเปลี่ยนมันเปลี่ยนระดับEเรียบร้อยแล้ว
*
ชื่อ : หุ่นไม้สี่ทิศ
อาชีพ : นักรบหมาป่าสายลม
ระดับ : E
เลเวล : 1
ความแข็งแกร่ง : 14
ป้องกัน : 13
ความเร็ว : 18 (+10)
ความอึด : 13
มานา : 35
แต้มิญญา : 3
สกิลใช้งาน : ปืนใหญ่อัดอากาศ , กรงเล็บวายุ
สกิลติดตัว : เร่งความเร็ว
*
เห็นค่าสถานะั้แ่เลเวล1ของหุ่นไม้สี่ทิศแล้ว วรรณชัยพยักหน้าพอใจ ค่าสถานะของหุ่นไม้สี่ทิศในตอนนี้มันเท่ากับพวกที่อยู่ในระดับAใน่เริ่ม และมันก็มีค่าพลังเทียบเท่ากับระดับEเลเวล10-15เลยทีเดียว
แต่ถึงจะมีค่าสถานะเริ่มต้นเทียบเท่าระดับA แต่เมื่อเลเวลเพิ่มขึ้นความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นเพราะในระดับAมีแต้มิญญาเมื่อเลเวลอีพถึง7 ส่วนระดับEมีเพียง3เท่านั้น
เมื่อหุ่นไม้สี่ทิศออกมาแล้ววรรณชัยก็สั่งให้มันออกไปต่อสู้กับเหล่าอสูรทั้งหลาย ด้วยค่าสถานะขนาดนี้ มันสามารถเอาชนะอสูรตัวอื่นๆได้อย่างแน่นอน
หุ่นไม้ที่สวมใส่การ์ดิญญาแล้ว ในความเป็จริงพวกมันก็พอจะมีสติปัญญาอยู่บ้างเล็กน้อย หากไม่ใช่เื่สำคัญและละเอียดอ่อนจริงๆวรรณชัยจะไม่เข้าไปควบคุมเองโดยตรง
และอีกอย่างหนึ่งเขายังไม่มีสกิลที่สามารถใช้ควบคุมหุ่นไม้ได้ ทำได้เพียงให้พวกมันออกไปต่อสู้ตามสัญชาติญาณเท่านั้น…
แคร้ง ~
เสียงของอาวุธปะทะเข้ากับกรงเล็บและเนื้อหนังที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กของอสูรดังขึ้นให้ได้ยิน เหล่าทหหารพวกเขายังอ่อนแออยู่ ส่วนมากเป็แค่ระดับF จะมีระดับEอยู่เพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น หนึ่งในนั้นคือไตรวิทย์ และนพเก้าที่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับE ที่เลเวล40
[ หุ่นผ่าดาวสั่งหาร… ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
.
.
[ หุ่นไม้สี่ทิศสังหาร… ]
[ ท่านเลเวลอัพ ! ]
.
.
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เหล่าทหารเข้าไปประจันหน้ากับเหล่าอสูรและฆ่าสังหารพวกมันอย่างบ้าคลั่ง พวกเข้าเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ไร้สติ สิ่งเดียวที่ทำก็คือการกวัดแกว่งอาวุธในมือใส่อสูรที่อยู่ตรงหน้า
ทางด้านของไตรวิทย์เข้าเข้าไปต่อสู้กับอสูรระดับEที่เลเวลมากกว่าตนเองถึง10เลเวลได้อย่างสูสี
การเคลื่อนไหวของเขาไม่มีการเคลื่อนไหวไหนที่เปล่าประโยชน์และทำให้เสียแรงเปล่าเลย การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งของเขาเต็มไปด้วยความแม่นยำ และลดการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าออกไป
ไตรวิทย์ที่กำลังสู้อยู่ก็ยังไม่รู้ตัวเลยเช่นกันว่าตนเองกำลังไล่ต้อนคู่ต่อสู้ไปได้เรื่อยๆ ยิ่งเวลาผ่านพ้นไปาแก็เกิดขึ้นบนร่างของคู่ต่อสู้ของเขาอย่างต่อเนื่อง และไม่นานนักเมื่อไตรวิทย์สบโอกาศเขาก็ใช้สกิลสังหารอสูรตัวนั้นทันที
ตุบ ~
ร่างของอสูรตัวนั้นลงไปกองกับพื้น ไตรวิทย์ที่เห็นดังนั้นเขาก็ไม่มีเวลาที่จะดูผลงานของตนเอง เขาหันไปต่อสู้กับเหล่าอสูรที่อยู่ไม่ไกลทันที
ยิ่งการต่อสู้เนิ่นนานมากยิ่งขึ้น ท่าทางของไตรวิทย์ก็เริ่มเข้าร่องเข้ารอยมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าการต่อสู้จริงนี้ทำให้เขาพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่บรรลุถึงขั้นที่ได้สกิลมาเหมือนวรรณชัยอยู่ดี
ทั้งหมดที่เขาทำเป็เพียงแค่ท่าพื้นฐานที่ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวและต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น
ส่วนทางด้านของนพเก้าเขากำลังตึงมือเลยทีเดียว นั่นเพราะเขากำลังต่อสู้กับอสูรระดับEถึง4ตัวด้วยกัน เขาจึงทำได้เพียงแค่คอยป้องกันการโจมตีของพวกมันเอาไว้
" แฮ่กๆ พวกมันมีมากเกินไป ! " นพเก้าพูดกับตนเองด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน เขาได้แบ่งสมาธิออกไปดูรอบตัวตนเองเล็กน้อยเมื่อเขาสามารถหนีออกมาจากวงล้อมการโจมตีได้แล้ว
ตอนนั้นเองดวงตาของยพเก้าก็เบิกกว้างนัยตาหดแคบลง เมื่อเขาเห็นว่ามีศพของอสูรนอนเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด
และในจังหวะที่นพเก้ากำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเห็น อสูรนะดับEตัวหนึ่งก็ถือโอกาศที่เขาไม่ทันตั้งตัวใช้กรงเล็บของมันฟันไปตรงหลังของนพเก้า
" อ๊ากก !!" นพเก้าร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและใช้หอกในมือแทงทะลุลำคอของอสูรตนนั้น !
กรร !! แอ่ก ~
ร่างของอสูรล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น ก่อนที่ไม่นานมันจะสิ้นลมหายใจตายไป
ปั้ง !
ฉวยโอกาศตอนที่นพเก้าเพ่งสมาธิอยู่กับอสูรตรงหน้าตน พวกอสูรอีกสองตัวก็พุ่งเข้ามาหมายจะโจมตีปลิดชีพนพเก้าให้ตกตายไปในทันที
เขาเงิน !
วินาทีนั้นเองหอกในมือของนพเก้าเรืองแสงสีเงินสว่างขึ้น ก่อนที่เขาจะแทงหอกสีเงินสวนอสูรตัวหนึ่งที่พุ่งเข้ามากลับไป เขาหวังจะแลกชีวิตกับอสูรเหล่านี้ มันก็ยังดีที่เขาสามารถสังหารอสูรระดับสูงได้ก่อนที่เขาจะตายไป…
แพล้ง ~
ทั้งสองสกิลปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อนที่สกิลของอสูรตนนั้นจะต้านไม่ไหวและถูกหอกของนพเก้าที่ถูกเสริมด้วยสกิลเขาเงินเป่าครึ่งร่างหายไป
เมื่อนพเก้าสามารถจัดการกับอสูรตรงหน้าได้แล้ว เขาก็ไม่มีเวลาที่จะพักเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว นั่นเพราะการโจมตีของอสูรอีกตัวหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาที่ศีรษะของเขาแล้ว
เมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถหนีจากการโจมตีนี้ไปได้ นพเก้าก็หลับตาลงเตรียมพร้อมยอมรับความตายโดยที่ตนไม่ติดค้างอะไรอีก ยังไงเสียก่อนตายเขาก็สามารถสังหารอสูรไปได้ถึง2ตัว
" … " นพเก้าหลับตารอความตายอยู่นานสองนาน แต่รอแล้วรอเล่าเขากลับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย ไม่มีแม้แต่ความเ็ปหรืออะไรเลย
' นี่คือการตายในแบบฉับพลันหรือเปล่า ? ถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนไม่ได้ถูกฆ่าเลยแฮะ.. ' นพเก่าที่กำลังหลับตาอยู่คิดกับตนเอง
" โอ้ย !" แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาความเ็ปอันมหาศาลก็แล่นไปทั่วแผ่นหลังของเขา " โอ้ยย ! เจ็บๆๆ ! นี่ขนาดตายไปแล้วยังรู้สึกเจ็บที่แผลเดิมอยู่อีกเหรอ ?"
และเป็ตอนนั้นเองที่นพเก้าค่อยๆลืมตาขึ้นมาและมองไปทั่วทั้งพื้นที่ ใบหน้าของเขาก็กลายเป็มึนงง นั่นเพราะเขายังอยู่ในการต่อสู้กับเหล่าอสูรอยู่ เขาไม่ได้ถูกส่งไปยังยมโลกแต่อย่างใด
" นี่มัน…" นพเก้ามองไปที่ศพของอสูรตรงหน้าของเขาเหมือนจะคิดอะไรได้ จากนั้นก็มองไปรอบๆ เขาก็พบกับสัตว์ประหลาดในชุดเกราะสีแดงเืพุ่งไปมาในสนามรบ คอยช่วยเหลือเหล่าทหารที่ดูเหมือนจะตายจากการต่อสู้ได้
เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว นพเก้าก็จับหอกของเขาแน่นและพุ่งเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้ง ทำเป็ตีเนียนไปว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในก่อนหน้านี้เลย
แต่เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าการกระทำของตนนั้นจะอยู่ในสายตาของวรรณชัยและไตรวิทย์ทุกอย่าง วรรณชัยไม่ได้อะไรกับท่าทางของนพเก้ามากนัก
แต่ตรงกันข้ามกับไตรวิทย์ ใบหน้าของไตรวิทย์ผุดรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน หากนพเก้าเห็นรอยยิ้มนั้นของไตรวิทย์เขาคงจะเคาะกระโหลกของไตรวิทย์แรงๆไปทีหนึ่ง เพราะความอับอายแน่นอน
กรร !!
" นี่มันเกิดอะไรขึ้น !! ทำไมถึงมีผู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาอยู่กับพวกมดแมลงเหล่านี้ได้ ?" ตอนนั้นเองเสียงร้องคำรามดั่งคนหัวเสียของอสูรผู้นำก็ดังไปทั่วทั้งป่า
" เ้านักรบผู้สังหารสมุนของข้า ! ข้าจะให้โอกาศเ้าในการยอมจำนนแก่ข้า ! ไม่เช่นนั้นแล้วอย่าหาว่าข้ารังแกคนอ่อนแอ ! ผู้แข็งแกร่งเช่นเ้า ข้าไม่อยากจะให้มาตายอย่างสูญเปล่าเช่นนี้ "
เสียงของหัวหน้าอสูรดังให้ได้ยินไปทั่วทั้งป่า แต่ถึงกระนั้นหุ่นไม้ผ่าดาวกลับไม่คิดที่จะหยุดการกระทำของตนเองเลย นั่นเพราะยิ่งสังหารมากขึ้นเท่าไหร่มันก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
" บัดซบ ! ข้าราชันย์แห่งป่าผู้นี้ให้โอกาศกับเ้าแต่เ้ากลับไม่คิดรักษามันไว้ ดี ! ดี ! ดี ! เช่นนั้นเ้าก็ตายไปเสีย !"
ปั้ง !! ปั้ง ! ปั้ง !
ทันทีที่สิ้นเสียงของหัวหน้าอสูร ก็เกิดเสียงดังลั่นขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวที่พุ่งไปสังหารอสูรมากมายก็หยุดชะงักไป และถูกส่งถอยออกไปสองสามก้าว
ตรงหน้าของมันมีร่างหนึ่งเป็สีฟ้าครามตัดดำ รูปร่างสั่นไปมาตามแรงลม คล้ายกับเปลวเพลิงสีน้ำเงิน มันยืนสองขาได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่แขนทั้งของข้างของมันมีกรงเล็บแหลมงอกออกมาจากนิ้วทั้งแปดนิ้ว ใช่แล้วรูปร่างของมันเป็ของเสือโคร่งที่สามารถยืนสองขาได้
และมีเปลวเพลิงสีน้ำเงินห่อหุ้มทั่วทั้งร่างของมันเอาไว้
มันใช้มือทั้งสองข้างจับดาบของหุ่นไม้ผ่าดาวเอาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มยี่ยวนที่แสดงว่าเหนือกว่าผุดขึ้น ให้วรรณชัยที่อยู่ไม่ๆกลได้เห็น
ในความเป็จริงแล้วมันยิ้มให้หุ่นไม้ผ่าดาว แต่วรรณชัยเผอิญไปเห็นก็เท่านั้น
" ฮี่ๆๆ เ้าก็ค่อนข้างที่จะแข้งแกร่งเลยนะ แต่มันก็ยังไม่มากพอ !! "
แคร้ง ~
พยัคฆ์เพลิงครามสบัดกรงเล็บทั้งสองออกไป ส่งร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวกระเด็นออกไปพร้อมๆกัน
*
ชื่อ : พยัคฆ์เพลิงคราม
ระดับ : C
เลเวล : 57
ความแข็งแกร่ง : 156(+156)
ป้องกัน : 112
ความเร็ว : 138(+103.5)
ความอึด : 125
มานา : 106
แต้มิญญา : 0
สกิลใช้งาน : เพลิงกัมปนาท , พยัคฆ์คำรณ , คมเขี้ยวแผดเผา
สกิลติดตัว : เพลิงคราม , ประกายเพลิงคราม
สถานะ : สุขภาพดี
*
เมื่อเห็นการปะทะกันระหว่างหุ่นผ่าดาวกับเสือที่ยืนสองขา วรรณขัยที่กำลังร่วมต่อสู้อยู่ก็อดที่จะสำรวจข้อมูลของมันไม่ได้ เพราะเห็วว่าหุ่นผ่าดาวทำได้เพียงป้องกันเท่านั้น
เมื่อเห็นค่าสถานะของมันแล้วคิ้วทั้งสองข้างของวรรณชัยก็ขมวดเข้าหากัน ค่าสถานะทั้งหมดเกิน 100แต้ม !!
" อสูรมีสติปัญญา ?" มันสามารถพูดได้ และแต้มิญญาของมันก็ถูกใช้ไปจนหมด นั่นคือตัวบ่งชี้ว่ามันฉลาดมากแค่ไหน ที่สามารถใช้แต้มิญญาจนหมดได้
ต้องบอกก่อนว่าแต้มิญญานี้มันเป็สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นและััได้พวกเขาจำเป็ต้องฝึกอย่างหนักหรือไม่ก็มีพร์เป็อย่างมากถึงจะสามารถใช้พวกมันจนหมดได้
พวกเขาไม่เหมือนกับวรรณชัยที่สามารถจัดสรรค่าสถานะด้วยตตนเองได้ คนอื่นพวกเขาต้องฝึกฝน และใช้วิธีการต่างๆเพื่อให้แต้มิญญาที่มีไปเพิ่มที่ค่าสถานะที่ตนเอง้า พวกเขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตนเองมีแต้มิญญาหลงเหลืออยู่แค่ไหน
*
ชื่อ : ลากูน เรย์นอ
อาชีพ : บาร์บาเรี่ยนฟ้าลั่น
ระดับ : S+
เลเวล : 29
ขั้น : 0
ความแข็งแกร่ง : 120 (+240)
ป้องกัน : 105 (+105)
ความเร็ว : 93 (+93)
ความอึด : 85
มานา : 82
แต้มิญญา : 0
*
แต่เมื่อมองดูค่าสถานะของหุ่นผ่าดาวในตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่มีอะไรต้องสนใจกับการต่อสู้นี้อีกต่อไป แม้ว่าตอนนี้หุ่นผ่าดาวจะเสียเปรียบ แต่คงอีกไม่นานสถานการณ์ก็จะพลิกกลับกันทันที