แม้แต่จ้าวเหลียงผู้แข็งแกร่ง และเป็ประมุขยอดเขาหนึ่งก็ยังไม่มีคุณสมบัติเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะสามารถทำให้คนธรรมดาสร้างกระดูกเซียนเลย
แต่หลี่เฟยมีและยังยินดีมอบให้นาง...นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างพวกเขา...
รอให้อาจารย์ออกจากการกักตัว...น้ำพิสุทธิ์ที่ถ่ายทอดในกายนาง...เมื่อถูกอาจารย์กระตุ้นจะยกระดับพลังของนางให้สูงขึ้นถึงระดับใดกันแน่...นางกระหายที่จะรู้เหลือเกิน...เมื่อคิดถึงเื่นี้นางก็อดนึกถึงแท่งหยกแข็งแกร่งของอาจารย์ไม่ได้...
ในเวลานี้จ้าวเหลียงกำลังโกรธจัดแต่เมื่อเห็นจางปู้อิงอยู่ตรงนี้ ก็ไม่กล้าแสดงอาการเขาเพียงจ้องซูหว่านด้วยสายตาเยียบเย็น ราวกับกำลังบอกว่า
“เ้ารอดูก่อนเถอะ พวกเ้าทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์มันไร้ค่า แม้จะโชคดีมาครั้งหนึ่งก็ไม่มีทางเปลี่ยนสถานะของพวกเ้าในสำนักหัตถ์ทองได้”
ต่างจากจ้าวเหลียงที่โมโห จางปู้อิงกลับรู้สึกประหลาดใจมากกว่า‘นี่มันเื่อะไรกันแน่หรือว่าศิษย์น้องหลี่ไม่ได้เป็อย่างที่คนภายนอกเล่าลือกัน ว่าเป็คนไร้ความสามารถ’
‘อืมเื่นี้ต้องพิจารณาให้ดี’ นอกจากความสงสัยแล้ว จางปู้อิงยังรู้สึกยินดีเขาหันไปมองจ้าวเหลียงเขารู้ดีว่าศิษย์น้องคนนี้มีปัญหากับยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อมาตลอด
เพราะยอดเขาหมู่จื่อและยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อมีปัญหาบาดหมางั้แ่รุ่นก่อน ตอนที่อาจารย์จงจื้อยัง
อยู่จ้าวเหลียงยังไม่กล้าเปิดเผยการต่อต้านยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อ
หลังจากอาจารย์จงจื้อละสังขารจ้าวเหลียงก็เริ่มแสดงความเป็ศัตรูต่อยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อและคอยกลั่นแกล้งหลี่เฟยมาโดยตลอด แต่โชคดีที่หลี่เฟยไม่เคยตอบโต้กลับเขาจึงไม่มีโอกาสทำอะไรเลย
เห็นซูหว่านแสดงพร์ที่น่าใออกมาเช่นนี้จางปู้อิงรู้ดี การต่อสู้ระหว่างยอดเขาหมู่จื่อและยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว
เพราะซูหว่านมีสถานะเป็ศิษย์คนโตของยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อ หากไม่มีอะไรผิดพลาด นางต้องเป็ผู้สืบทอดยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อในอนาคตแน่นอนและยิ่งมีพร์ที่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้ จ้าวเหลียงย่อมนั่งเฉยไม่ได้แล้ว
หากปล่อยให้ยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อมียอดคนที่แข็งแกร่งอย่างอาจารย์จงจื้ออีกคนยอดเขาหมู่จื่อ จะกดข่มยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อได้อย่างไร
จางปู้อิงมองความเห็นเคลื่อนไหวเหล่านี้แต่เขากลับยินดีที่ได้เห็นภาพเช่นนี้ มีการต่อสู้แข่งขันจึงมีแรงกดดันแต่เขาไม่มีทางคิดไปถึงว่าจะมีผู้แข็งแกร่งกว่าเขามากดดันความมั่นคงในตำแหน่งเ้าสำนักของเขาได้
ศิษย์ของสองยอดเขาแข่งขันกันต่างคนต่างแสดงอิทธิฤทธิ์ สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์ย่อมเป็สำนักหัตถ์ทองแต่ทว่าถ้ามีศิษย์ที่แข็งแกร่งกว่าศิษย์ยอดเขาหลักล่ะ...ผู้สืบทอดสำนักต้องคัดเลือกใหม่ไหมนี่เป็สิ่งที่ จางปู้อิง ยังนึกไม่ถึงเด็ดขาด
“เด็กน้อยอาจารย์ของเ้ากักตนมากี่วันแล้ว เขาได้บอกหรือไม่ ว่าจะออกมาเมื่อไร” จางปู้อิงเอ่ยถามที่เขามาวันนี้ไม่ใช่เพื่อดูการฝึกของซูหว่าน
ซูหว่านลังเลเล็กน้อย แล้วกล่าว“อาจารย์เพียงบอกว่าสามสี่วันเ้าค่ะ ไม่ทราบท่านเ้าสำนักมีธุระอะไรหากบอกศิษย์ได้ ศิษย์จะรายงานให้อาจารย์ทราบในภายหลัง”
“อืม ก็ไม่ใช่เื่เร่งด่วนอะไรเพียงแต่อีกไม่ถึงร้อยวันแล้ว จะมีการประลองยุทธ์ของสำนักข้าอยากถามอาจารย์ของเ้าว่า ครั้งนี้ยอดเขาเสี่ยวหมู่จะเข้าร่วมหรือไม่”
ตอนนี้ยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อมีศิษย์เพียงคนเดียวแต่จำนวนคนที่ต้องเข้าแข่งขันมีห้าคน ซึ่งจำนวนไม่เพียงพอแน่นอนแต่ในฐานะเป็ส่วนหนึ่งของสำนัก แม้มีศิษย์เพียงคนเดียวก็ต้องถามเขาว่าจะเข้าร่วมหรือไม่นี่เป็หน้าที่ของเขาในฐานะเ้าสำนักไม่อาจละเลยยอดเขาใดๆ ได้
“การประลองยุทธิ์ของสำนัก”พอได้ยินเื่นี้ ดวงตาของซูหว่านก็เปล่งประกาย ก่อนหน้านั้น หลี่เฟยเคยพูดกับนางเื่นี้มาแล้ว
นางจึงตอบว่า “ท่านเ้าสำนักอาจารย์ของศิษย์ได้เคยบอกเื่นี้กับศิษย์แล้วเ้าค่ะ พวกเราจะเข้าร่วมแน่นอน”
“อืม ดี ดีมาก” จางปู้อิงพยักหน้าแสดงความพอใจเขารอคอยที่จะได้เห็นว่า อีกสามเดือนข้างหน้า ซูหว่านจะพัฒนาไปถึงขั้นใด...แต่ถ้าเขารู้อนาคตคงไม่มีทางใจเย็นแบบนี้แน่
ส่วนจ้าวเหลี่ยง กล่าวอย่างดูแคลน “ดูเหมือนอาจารย์ของเ้าจะมั่นใจในการประลองครั้งนี้มากนะ”
“อาจารย์จ้าว ท่านล้อเล่นแล้ววางใจได้ในการประลองครั้งนี้ หากต้องเจอกับศิษย์ของยอดเขาหมู่จื่อข้าจะออมมือให้แน่นอน” ซูหว่านยิ้มน้อยๆ กล่าวอย่างใจเย็น
จ้าวเหลียงได้ฟังก็โกรธจัด “ฮึเด็กน้อยบ้านนอกอย่างเ้า ช่างพูดจาโอหังสมแล้วที่เป็อาจารย์แบบไหนก็ได้ศิษย์แบบนั้น”
“เ้าคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าได้ติดตามอาจารย์ไร้ค่าของเ้า จะได้เรียนรู้อะไรดีๆ”
ซูหว่านขมวดคิ้วแล้วพูดต่อว่า“เื่นี้คงไม่ต้องให้อาจารย์ลุงจ้าวเป็ห่วงหรอกเ้าค่ะ ท่านควรเป็ห่วงศิษย์ในสำนักท่านมากกว่าหากในการประลองยุทธ์ ศิษย์ในยอดเขาของท่านแพ้ให้กับศิษย์ที่มีอาจารย์ไร้ค่าอย่างข้านั่นจะเป็การตบหน้าท่านโดยตรงเลยนะเ้าคะ”
“เ้า...เ้า...” จ้าวเหลียงแทบจะพ่นเืออกมา เด็กน้อยคนนี้ดูเรียบร้อย แต่ช่างพูดจายอกย้อนเหลือเกินเกือบทำให้เขาโกรธแทบขาดใจ เหมือนอาจารย์ของนางไม่มีผิด
“ฮึ เด็กไร้มารยาท ไม่เคารพผู้ใหญ่กล้าลบหลู่ผู้าุโ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าแทนอาจารย์ไร้ประโยชน์ของเ้าให้เ้ารู้ว่าอะไรคือการเคารพผู้ใหญ่” ด้วยความโกรธจัด จ้าวเหลียงกำลังจะลงมือแต่ในตอนนั้น...เสียงดังสนั่นพร้อมคลื่นพลังก็แผ่ออกมาจากหลังูเา
“นี่มัน...” จางปู้อิงสะดุ้งรับรู้ถึงกระแสพลังที่แข็งแกร่งนั้น พลังนี้ช่างน่าใยิ่งนัก
“หรือว่ายอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อยังมีผู้าุโที่ยังไม่ได้ล่วงลับอีก” จางปู้อิงใมาก จ้าวเหลียงก็เช่นกันใบหน้าซีดเผือด
“อาจารย์ออกมาแล้ว”ต่างจากความใของทั้งสอง ซูหว่านกลับร้องออกมาอย่างดีใจ
เมื่อครู่ซูหว่านใมากไม่คิดว่าเพียงประโยคเดียวจะทำให้ จ้าวเหลียง โมโหจนอยากจะทำร้ายนาง ตอนนี้นางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่นอน
แต่ไม่คิดว่าใน่สำคัญเช่นนี้หลี่เฟยจะออกมาจากการกักตนพอดี นางรู้สึกได้ถึงพลังแข็งแกร่งอันคุ้นเคย เป็อาจารย์ของนางที่กักตนไปสี่วันนั่นเอง
“อะไรนะ...หลี่เฟย...”เมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างดีใจของซูหว่านทั้งสองคนขมวดคิ้วรู้สึกใมาก...เป็ไปไม่ได้
พลังเช่นนี้อย่างน้อยต้องเป็ผู้แข็งแกร่งระดับหลอมพลังเท่านั้น หลี่เฟยไม่ใช่ว่ายังอยู่ในระดับฝึกปราณอยู่หรอกหรือ...
ในขณะที่ทั้งสองกำลังงุนงงสงสัยในพริบตาร่างในชุดขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เสื้อขาวพลิ้วไหว ยืนสบายๆแต่ดูสง่าราวกับมีพลังเซียนแผ่ซ่านทั่วร่างให้ความรู้สึกไม่อาจหยั่งถึง
“นี่...นี่...” จางปู้อิงใ คนที่มาคือหลี่เฟย
ถ้าพวกเขาไม่ได้ตาฝาดหลี่เฟยเพิ่งใช้วิชาย่นระยะมาที่นี่ใช่ไหม อิทธิฤทธิ์เช่นนี้อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับหลอมพลังขั้นต้นจึงทำได้และจากหลังูเามาถึงที่นี่อย่างน้อยก็มีระยะเกือบสามลี้ เขามาได้อย่างไรไวปานนี้
จากที่เห็นนี่ เขาต้องไม่ใช่ผู้มีพลังต่ำต้อยแน่นอน...เมื่อเทียบกับความใของจางปู้อิงตอนนี้ใบหน้าของจ้าวเหลียงดำคล้ำไปหมดแล้ว
เมื่อเจ็ดวันก่อนหลี่เฟยยังอยู่แค่ระดับฝึกลมปราณไม่ใช่หรือเขาต้องกดพลังไว้แน่นอน อีกอย่างอาจารย์จงจื้อผู้แข็งแกร่งคงไม่รับศิษย์ไร้ค่ามาหรอกกระมัง
“ศิษย์คารวะอาจารย์”ตอนนี้เมื่อเห็นหลี่เฟยอีกครั้ง ซูหว่านราวกับพบเทพ์ นางคุกเข่าลงทันที
“อืม ลุกขึ้นเถิด” หลี่เฟยยิ้มบางๆและพยุงนางขึ้นมา
พลางหันไปมองจ้าวเหลียงแล้วยิ้มอย่างมีความหมาย “ศิษย์พี่จ้าวได้ยินว่าท่านจะช่วยสั่งสอนศิษย์ของข้าหรือ”
หลี่เฟยยังคงยิ้มน้อยๆ พลางพูดต่อ“ศิษย์ของข้า ต่อให้มีความผิดมากมายเพียงใด ก็เป็เื่ภายในยอดเขาของเราข้าจะจัดการเอง ไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะมาชี้โน่น นี่นั่นหรอกนะ”
พุดจบพลังกดดันอันรุนแรงก็แผ่ออกมาทันทีทั้งสามคนหน้าเปลี่ยนสีไป
“อาจารย์มีพลังแข็งแกร่งเพียงนี้เชียวหรือ”ซูหว่านใมาก ตอนแรกนางคิดจริงๆ ว่า อาจารย์ของนางเป็อย่างที่คนอื่นลือกันยังไม่พ้นระดับฝึกลมปราณ
แต่ตอนนี้เมื่อนางรู้สึกถึงพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้หัวใจของนางก็สั่นสะท้าน สิ่งที่ทำให้ซูหว่านซาบซึ้งยิ่งกว่าคือ หลี่เฟยเพื่อปกป้องนางกล้าปะทะกับจ้าวเหลียงโดยตรงต้องรู้ว่าทั่วทั้งสำนักคนหน้าขี้โกงคนนี้เป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดรองจากเ้าสำนักเท่านั้น
“อาจารย์...”ซูหว่านรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เมื่อมองร่างในชุดขาวที่พลิ้วไหวตรงหน้าในใจนางรู้สึกว่าร่างนั้นสูงใหญ่ขึ้น หล่อเหลาขึ้น และมีรังสีเทพเซียนดูน่าหลงใหลขึ้นกว่าแต่ก่อน
นางไม่เคยคิดว่าหลังจากประสบกับการสูญเสียบ้านและครอบครัวจะมีใครในโลกที่จริงใจกับนางอีก ไม่คิดว่าจะได้พบอาจารย์ที่ยินดีปกป้องและเป็ที่พึ่งให้นางอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน่ที่หลี่เฟยปล่อยพลังออกมา จางปู้อิง มองมาด้วยแววตาประหลาดใจ ‘พลังกดดันนี้ ไม่ได้ธรรมดาเลย เขาไม่ได้ต่ำต้อยอย่างที่เล่าลือกันนี่นาแต่ทำไมถึงยอมทนรับความอัปยศมานับสิบปี โดยไม่พูดไม่แสดงอะไรเลยคนผู้นี้จิตใจช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว หากไม่ใช่เพื่อศิษย์เกรงว่าเขาคงไม่ยอมเผยตัวตนเป็แน่’
มองหลี่เฟยอย่างลึกซึ้ง จางปู้อิงไม่ได้เอ่ยปากห้ามยอดเขาทั้งสองนี้ขัดแย้งกันมานานแล้ว แต่ด้วยฐานะเ้าสำนักเขาอยู่ตรงกลางจะเข้าข้างฝ่ายใดก็ไม่ได้
จ้าวเหลียงหน้าซีดเซียวมองหลี่เฟยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วพลังของหมอนี่ไม่ได้อยู่ในระดับฝึกลมปราณ อย่างที่ลือกันพลังกดดันที่ปล่อยออกมานี้ อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหลอมพลังขั้นต้นแล้ว
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาจะกลัว“ศิษย์น้องในเมื่อศิษย์ของเ้าไม่ไม่เคารพผู้าุโ ไม่เคารพกฎของสำนักข้าในฐานะผู้คุมกฎจะจัดการไม่ได้หรือ”
“ในเมื่อท่านยกเอากฎสำนักมาอ้างเช่นนั้นในฐานะผู้คุมกฎ ท่านคงเข้าใจกฎของสำนักเป็อย่างดีสินะ”
“ข้าขอถามหน่อยศิษย์ของสำนักที่ฉุดคร่าสตรีชาวบ้าน มาข่มขืน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ ควรลงโทษอย่างไร”
จ้าวเหลียงตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด“ตามกฎต้องทำลายวรยุทธ และขับออกจากสำนัก”
เมื่อได้ยินคำตอบหลี่เฟยก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย เมื่อเห็นหน้าตาเ้าเล่ห์นี้จ้าวเหลียงรู้สึกสังหรใจอย่างไรพิกล และแล้ว...ก็ได้คำตอบ
“อืม ศิษย์พี่เข้าใจกฎสำนักดีจริงๆที่ข้ารู้มา ในยอดเขาหมู่จื่อของท่าน มีศิษย์ผู้หนึ่ง อาศัยพลังที่แข็งแกร่งกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน หลายครั้งลักพาตัวสตรีอ่อนเยาว์ จากหมู่บ้านเชิงเขามาข่มขืนแล้วฆ่าทิ้ง นับว่าโเี้มาก”
“ตามกฎสำนักสมควรทำลายวรยุทธและขับออกจากสำนักใช่ไหม อ้อ นึกออกแล้วคนผู้นี้ดูเหมือนจะแซ่จ้าวเหมือนท่านและเป็บุตรชายของนี่นา แต่แปลกใจที่เขายังอยู่ดี ไปมาสะดวก”
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง ไม่น่าแปลกใจเลย”หลี่เฟยทำหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ
ซูหว่านคิ้วกระตุกมองหลี่เฟยด้วยความประหลาดใจ อาจารย์ของนางก็มีมุมเ้าเล่ห์แบบนี้ด้วยชัดเจนว่าเขาขุดหลุมวางกับดัก ให้จ้าวเหลียงะโลงไปเอง
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า