31 2-2
ตอนที่ 42 เป็นเพียงนกชั้นต่ำอย่าโลภให้มาก
“เห้อ~ จะอย่างไรก็ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ท่านอาวุโสยื่นมือช่วยเหลือ หากท่านต้องการสิ่งใด ขอจงพูดออกมาอย่าได้เกรงใจ”
เหลิงหยุนเจียวถอดถอนหายใจเสียงยาวกับความไร้เดียงสาของลูกตัวเอง อย่างไรเสีย นางเองก็พึงทราบดี ไม่มีข้าวแกงให้กินโดยไม่เสียสักแดงบนโลกใบนี้ แม้จ้าวอินทรีครามจะเป็นสัตว์อสูร แต่มันเองก็ยังมีสตินึกคิดเป็นของตนเอง มันย่อมมิได้ช่วยเหลือเหลิงเจียวเหนียงโดยเปล่าแน่นอน
“จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บๆ จิ๊บๆๆ!”
จ้าวอินทรีครามส่งเสียงร้องต่อเนื่องด้วยความตื่นเต้นอยู่หลายครา และท้ายสุดมันยังยกศีรษะโขกกับพื้นรัวๆ ราวกับว่ากำลังร้องขอความเมตตา
“เอ่อ...”
เหลิงหยุนเจียวกำลังจะปริปากถามหวู่เหรินว่า นกตนนี้พูดอะไร แต่จู่ๆก็มีสุ้มเสียงเย็นชาของโม่เฉินหยวนเปล่งแทรกขัดจังหวะในทันใด
“ไม่ได้”
เหลิงหยุนเจียวเห็นว่าอีกฝ่ายดูเอาจริงเอาจังมากราวกับ กำลังตอบปฏิเสธไม่เห็นด้วยอย่างแรง
“มีสิ่งใดผิดปกติงั้นรึ?”
โม่เฉินหยวนเหลือบมองเหลิงหยุนเจียวเล็กน้อย และหันไปกล่าวกับจ้าวอินทรีครามต่อโดยมิได้อธิบายอันใดๆให้นางได้รู้เลย
“ข้าทำได้เพียงช่วยเพิ่มโอกาสให้เจ้าทะลวงสู่ระดับเก้าได้สำเร็จเท่านั้น”
แม้ร่างขนปุกปุยของจ้าวอินทรีครามจะปราศจากทีท่าตอบสนองเคลื่อนขยับใดๆ แต่แววตาของมันแอบสั่นไสวเนื้อเต้นพอควร
โม่เฉินหยวนมิได้จริงจังกับจ้าวอินทรีครามตนนี้มากนัก การช่วยเหลือให้มันสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเก้าได้ สำหรับเขาก็แค่ช่วยทำบุญทำกุศล
สิ้นเสียงกล่าวจบ เขาก็หันไปส่งสัญญาณให้หวู่เหริน ก่อนจะพูดกับเหลิงหยุนเจียวต่อว่า
“พวกเราไปกันต่อดีกว่า ที่เหลือให้หวู่เหรินเป็นคนจัดการ”
เหลิงหยุนเจียวไม่เข้าใจเลยว่า พวกเขากำลังคุยอะไรกับจ้าวอินทรีครามกันแน่ รวมไปถึงเรื่องที่มันเอ่ยปากขอร้องด้วยเช่นกัน
โม่เฉินหยวนพาเหลิงเจียวเหนียงมุ่งหน้าเดินออกไป ส่วนหวู่เหรินก็กำลังพูดอะไรบางอย่างกับจ้าวอินทรีครามตนนั้นอย่างหน้าดำคร่ำเครียด
“แม่จ๋า ไปกันเถอะ”
เหลิงหยุนเจียวได้สติฟื้นตื่นขึ้น แลเห็นว่าโม่เฉินหยวนจูงมือเหลิงเจียวเหนียงเดินล่วงหน้าจากไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น นางก็มิได้รู้สึกกังวลอันใด
ชีวิตความเป็นตายของโม่เฉินหยวนอยู่ในกำมือของนาง เขาย่อมไม่กล้าทำอะไรเหลิงเจียวเหนียงอย่างแน่นอน
“เขากล่าวว่าอันใด?”
เหลิงหยุนเจียวส่งสายตาไปทางจ้าวอินทรีคราม
หวู่เหวินเองก็มิได้ปิดบังเช่นกัน กล่าวตอบไปตามตรง
“เขาต้องการทำพันธะสัญญากับลูกชายท่าน ขอเป็นสัตว์วิญญาณใต้บัญชา”
เหลิงหยุนเจียวนัยน์ตาสั่นไหวฉายแววประหลาดใจวาบหนึ่ง ปรับสายตาจ้องมองจ้าวอินทรีครามตนนั้นแน่วแน่ราวกับกำลังตรวจสอบหาพิรุธ
สัตว์อสูรระดับแปดหนึ่งตน มีขุมพลังความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับยอดฝีมือขอบเขตฟ้าดินขั้นสุดหนึ่งคน ไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ตัวตนที่สูงส่งปานนี้จะต้องการเป็นสัตว์วิญญาณภายใต้บัญชาของเด็กน้อยคนหนึ่ง
แปลกเกินไป!
ตัวนางที่ได้รับรู้เช่นนั้น หาได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจไม่ ตรงกันข้าม สิ่งนี้ยิ่งเพิ่มทวีความสงสัยในดวงตาให้มากยิ่งขึ้น
มีเหตุผลอันใดกันที่ทำให้สัตว์อสูรระดับแปดผู้ทรงพลังเช่นนี้ อยากจะทำพันธะสัญญากับเหลิงเจียวเหนียง?
คิดได้เช่นนั้น เหลิงหยุนเจียวจึงได้เอ่ยถามไปตามที่สงสัย
แต่คำตอบได้ที่รับกลับเป็น “จิ๊บ!”
หวู่เหรินปาดเหงื่อและแปลให้ฟังทันที
“มันบอกว่า เพราะเด็กคนนี้น่ารักดี!”
ได้ฟังคำตอบดังนี้ เหลิงหยุนเจียวก็ยกมือขึ้นตบแผ่นอกตนเองทีหนึ่ง ระเบิดหัวเราะลั่นอย่างหยิ่งผยอง
“แน่นอน ลูกชายข้าน่ารักที่สุดแล้ว”
สิ้นสุดประโยค เหลิงหยุนเจียวสะบัดแขนเสื้อหมุนตัวจากไป เร่งฝีเท้าไล่ตามโม่เฉินหยวนไปติดๆ
เพราะน่ารักดี?
ใครเชื่อก็โง่แล้ว!
ฟังว่า จ้าวอินทรีครามตนนี้ติดอยู่ที่ระดับแปด และไม่สามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเก้าได้สักที หลังจากนี้ หวู่เหรินคงลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยอีกฝ่าย ซึ่งนางเองก็ไม่อยากเสียเวลานั่งดูเช่นกัน สู้ตัดบทจากไปเสียตอนนี้เลยดีกว่า
จนกระทั่งเงาร่างของเหลิงหยุนเจียวทิ้งหายไปไกลจนลับสายตา หวู่เหวินจึงค่อยหันไปมองหน้าจ้าวอินทรีครามตนนั้น จากดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นของเขา จู่ๆก็แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นสีทองสว่างไสว
รัศมีแรงกดดันรอบตัวพุ่งพรวด พลังขีดจำกัดสายเลือดถูกเปิดเผยออกมาทันควัน
“เป็นเพียงนกชั้นต่ำอย่าโลภให้มากนัก นี่คือรางวัลของเจ้า”
เขากรีดฝ่ามือของตนเองให้เป็นแผลบางๆ คล้อยหลังที่รินเลือดสามหยดให้ บาดแผลก็เชื่อมสมานกัน หายดีได้ในพริบตา
จ้าวอินทรีครามเห็นเลือดสามหยดนั้น ก็ถึงกับตาโตเป็นประกายสว่างวูบวาบ ฉายแววโลภเกินควบคุมออกมา พร้อมรีบอ้าจะงอยปากรับไว้อย่างรวดเร็ว
“จากนี้จะสามารถทะลวงฝ่าขึ้นสู่ระดับเก้าได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองแล้ว”
สิ้นเสียงกล่าวจบ ร่างของหวู่เหวินก็อันตรธานหายวับไปในบัดดล
จ้าวอินทรีกระดกเลือดทั้งสามหยดไหลลงคอสู่ท้องด้วยความตื่นเต้น
แต่ภายหลังไม่นาน มันก็รู้สึกได้ทันทีว่า เลือดเนื้อภายในร่างกายกำลังเดือดพล่าน เสมือนอยู่ในป่องภูเขาไฟชั้นหินหนืด กายานี้เจ็บปวดร้าวระบมแสนสาหัส ประดุจว่าตัวมันได้เกิดใหม่