มรสุมบ้านเช่า
ชีวิตครอบครัวดำเนินไปแบบกระท่อนกระแท่น แต่มรสุมก็ยังมีตามมาอีก ตอนที่มีสามล้อได้คันเดียว พอดีบ้านที่อยู่เป็บ้านเช่าเซ้งครบอายุห้าปีพอดี คุณหลวงเ้าของโครงการบ้านเช่าต่อสัญญาพร้อมกับค่าแป๊ะเจี๊ยะในการเช่าเพิ่มเป็สองหมื่นห้าพันบาท บอกว่าที่นี่เจริญเป็แหล่งค้าขายแล้ว มีถนนคอนกรีตหน้าบ้านแล้ว ลูกบ้านทุกคนไม่ยอมโต้ว่าถนนคอนกรีต7เมตรเป็ของสถานีตำรวจสร้างเพื่อให้รถตำรวจวิ่งเข้าสถานีตำรวจ ซึ่งยังห่างจากถนนใหญ่มาก จึงรวมตัวกันไปจ้างทนายสู้ร่วมกันจ่ายค่าทนายคนละหนึ่งพันบาท
"ป๊าทำไมเราไม่ร่วมกับเขาเพื่อฟ้องร้อง เสียแค่พันเดียว"แม่ถาม
"ไม่ เราจะใช้ทนายที่น้องอั้วแนะนำมา เขาว่าฝีมือดี" พ่อว่าอย่างมั่นใจในฝีมือทนายที่น้องชายแนะนำมาต้องชนะแน่แต่ต้องเสียเงินต่างหากเพราะแยกออกมา
"ทนายเขาแนะนำให้เราถ่ายรูปครอบครัว แต่ใส่ชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ให้ศาลเห็นว่าเราฐานะยากจน" พ่อทำตามทนายบอกไปซื้อกล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปหมู่ครอบครัวนำไปให้ศาลดูเพื่อสู้คดี แต่มันไม่ง่ายมีรายจ่ายอย่างอื่นอีก ตอนเชิญเ้าพนักงานมาดูที่บ้านต้องเสียครั้งละพันบาท และยังค่าทนายอีก กว่าจะเสร็จคดีเสียเงินเป็หมื่นบาท ที่ซํ้าร้ายลูกบ้านแพ้คดีหมด เป็อันว่าคนอื่นเสียค่าทนายพันเดียว แต่เนื่องจากพ่อสู้คดีคนเดียวจ้างทนายต่างหาก รวมแล้วเสียเป็หมื่นบาท ครั้งนั้นทำให้ฐานะครอบครัวยิ่งยากจนไปอีก แถมยังเป็หนี้เพิ่มเพราะกู้เงินมาสู้คดีเงินที่กู้มาหนึ่งพันบาท แต่ดอกเบี้ยร้อบละยี่สิบต่อเดือน จากเถ้าแก่ร้านข้างนอก เป็ภาระที่หนักยิ่งมีครั้งหนึ่งที่เสียงทุบประตูพร้อมเสียงะโแต่เช้ายังไม่เปิดประตูบ้านดังมาก
“จ่ายเงินค่าดอกเบี้ยได้แล้ว “เถ้าแก่เ้าหนี้ตะคอก
“อ้าวก็วันนี้วันที่28เอง วันที่30ถึงครบกำหนดไม่ใช่รึ”พ่อบอก
“ลื้อตีเช็ควันที่30 แต่30เป็วันอาทิตย์อั้วเบิกธนาคารไม่ได้ลื้อต้องจ่ายเดี่ยวนี้”เ้าหนี้ตะคอกอย่างแรง
“ได้เดี๋ยวอั้วเอาเงินไปให้ ตอนนี้ไม่มีติดบ้าน”พ่อบอกเ้าหนี้โหด
“รีบเอาเงินมาจ่ายเร็วๆนะ อั้วรอที่ร้านวันนี้นะ”
หลังจากกลับไปพ่อจึงปรึกษากับแม่ว่า
“เราไม่มีเงินเลยตอนนี้ทำยังไงดี” พ่อบอกอย่างเป็กังวล
“อั้วไปรบกวนจากอาม้าอั้วหลายครั้งแล้ว เกรงใจอาม้าอั้วจริงๆ เดี้ยวอั้วเอาเข็มขัดนากไปจำนำก่อนก็แล้วกันนะ”แม่บอกอย่างจำใจต้องนำสมบัติหลายชิ้นที่สะสมั้แ่สาวๆที่ขยันหารายได้พิเศษซื้อสร้อยทองเข็มขัดนากสะสมไว้ ตอนนี้สมบัติติดตัวสมัยสาวๆร่อยหรอเต็มทีแล้ว แม่นึกในใจแม้แต่เปลให้ลูกนอนยายมาเยี่ยมเห็นหลานนอนเตียงร้องไห้ไม่ยอมหลับ ยังต้องควักเงินให้หกสิบบาทไปซื้อเปลให้หลานเมื่อรู้ว่าลูกสาวแต่งงานออกไปขัดสนเต็มทีตอนที่ไปเยี่ยม
“ไปจำนำร้านนี้มันกดราคา แต่ช่างมันเถอะเดี๋ยวเราก็ไถ่มันออกมา”พ่อว่า
“แต่หลายครั้งแล้วมักไม่มีเงินไปไถ่คืนเลยสักชิ้น”แม่นึกในใจสักครู่ลูกชายเดินมาพูด
“ให้อั้วกินอาหารแพงที่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลาก็กินไม่ลงหรอกขออย่ามีหนี้อีกเลย”กวงที่เป็ลูกชายคนโตพูดอย่างเศร้าพร้อมน้ำตาร่วงออกมา
แต่ชีวิตยังไม่สิ้นก็ยังดิ้นต่อไป ข้างบ้านห่างไปสิบบ้านมีร้านขายกระป๋อง หลังบ้านเป็โรงงานปั้มกระป๋องปั้มฝา แม่จึงไปรับฝาเป็ถุงใหญ่ รับจ้างกดไส้ใต้ฝา กดกระหน่ำขนาดไหนก็คิดดู กดจนนิ้วโป้งคดงอเลยทีเดียว(จนวัยชราแม่มักจะโชว์นิ้วโป้งมือขวาที่คดงอให้ดูนอกเหนือจากหลังโกงที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อผ้า)ลูกๆเริ่มโตกันแล้วจึงมาร่วมช่วยกันทำพอได้เงินเป็ค่ากับข้าว ยังมีอีกมีอาซ้อเพื่อนบ้านห่างกันสามบ้านเป็โรงงานขนาดย่อมทำขนมส่งตามโรงเรียนทำเม็ดลูกกวาดเม็ดท้อปฟี่เป็พวง จ้างให้เด็กๆใส่เม็ดลูกวาดใส่ถุงแล้วมัดเป็เป็พวง ลูกๆจึงใช้เวลาว่างไปมัดเม็ดลูกกวาดเป็พวงแข่งกันกับเพื่อนเด็กๆแถวบ้าน นำรายได้เอาไปให้ครอบครัว ลูกๆที่โตแล้วเต็มใจทำกัน นำเงินไปให้แม่ก็ดีใจกัน
หนักหน่วงที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียลูกชาย
แต่มรสุมใหญ่สุดเกิดขึ้น ความเศร้าเสียใจอย่างใหญ่หลวงของผู้เป็แม่ก็คือการสูญเสียลูกชายคนโตที่กำลังอยู่ในวัยเบญจเพศกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย จากไปอย่างกระทันหันไม่คาดคิดมาก่อน ก็เมื่อสองวันก่อนมาบอกลาว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนสามสี่วันก็กลับ ห้าหกวันแล้วยังไม่กลับมา ผู้เป็แม่ตื่นมาตีสองทุกคืนคอยเฝ้ามองที่หน้าต่างทุกคืนหวังว่าจะเห็นลูกจะกลับมา แต่วันรุ่งขึ้นกลับมีคนมาบอกว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว ด้วยอุบัติเหตุโดยสารไปกับเพื่อนทั้งหมดสี่คนแต่เพื่อนเป็คนขับรถเก๋งชนกับรถสิบล้อที่ลำปาง ทว่านั่งมากับเพื่อนๆเบาะด้านหลังแต่กระเด็นออกนอกรถเสียชีวิต ทันทีที่ได้ยินจากคนส่งข่าวมาบอกก็ใไม่เชื่อว่าจะเป็ความจริง ถามซํ้าแล้วซํ้าเล่าได้รับการยืนยันจึงเศร้าโศกเสียใจหลั่งนํ้าตาร้องไห้ไปเป็ลมไป เท่าที่ผ่านมาก็แค่ร้องไห้นํ้าตาซิบๆตอนผัดกับข้าวเพราะเงินทองขาดแคลนไม่พอใช้ หันไปเรียกซ้งเด็กข้างบ้านที่เดินผ่านมาพอดี เห็นผิดปกติจึงเดินเข้ามาถามเมื่อได้ความจึงไหว้วานให้ไปตามลูกชายคนรองแต่เป็สมาชิกคนที่หกที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
"อาซ้งลื้อช่วยไปเรียกอาฮ้งกลับมาหน่อย" ซ้งรีบวิ่งข้ามถนนหน้าบ้านในซอยไปลานคอนกรีตที่จอดรถมีเด็กเล่นฟุตบอลอยู่อย่างสนุกสนานตอนนั้นปิดเทอมกำลังจะเปิดเทอมขึ้นชั้นประถมปีที่หกพอดี
"ฮ้งลื้อรีบกลับบ้านเร็วแม่เอ็งร้องไห้ใหญ่แล้ว พี่ชายเอ็งตายแล้ว" ซ้งเอ็ดตะโรเรียกฮ้งให้รีบเดินกลับบ้าน
ฮ้งเดินกลับบ้านอย่างงงๆ เมื่อกลับถึงบ้านเห็นแม่นั่งร้องไห้มากเหมือนกับจะเป็ลม หันมาพูดกับลูกชายคนที่สองว่า
"อาฮ้ง เฮียกวงเสียแล้วนะ ลื้อต้องมาช่วยอาป๊าซ่อมสามล้อแล้วนะ อย่าออกไปเที่ยวเล่นแล้ว อาป๊าไม่มีคนช่วยแล้วนะ""แม่พูดด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือน้ำตานองหน้า ด้วยว่าคนโตวัยเบจเพศเป็กำลังหลักที่ช่วยพ่อซ่อมสามล้อจากไป ภารกิจช่วยที่บ้านทำมาหากินมักจะตกเป็ของลูกชายคนโตเสมอไหนจะเรียนไหนจะทำงานช่วยพ่อทำให้การเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตกซ้ำชั้นจนเรียนต่อไม่ไหว
"ได้ๆ"อาฮ้งพยักหน้าหงึกๆ ทำยังไงจะให้แม่หยุดร้องไห้เสียทีนะเป็ความเศร้ามากที่สุดในชีวิต มักจะบ่นปนนํ้าตาพรั่งพรูออกมาที่พูดถึงลูกที่เสียไปเพราะเป็คนไม่เคยเก็บอะไรไว้ในใจอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ร้องไห้ไม่หยุดข้าวไม่ยอมกินกินแต่นํ้าข้าวต้มสุกแทนข้าวเป็เดือนเมื่อมีคนมาบอกว่ามีเ้าเข้าทรงแม่นอาม้ามักจะไปหาถามว่าิญญาลูกตอนนี้เป็อย่างไร
อาฮ้งจากลูกชายคนรองเป็คนโต วิถีชีวิตเริ่มเปลี่ยนรับผิดชอบต่อครอบครัวมากขึ้น
ก่อนหน้านี้เป็เด็กที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย วันๆมีแต่กินข้าวแล้วออกไปวิ่งเล่นเตะบอลซุกซน เล่นโปลิสจับขโมยกับเพื่อนๆประจำ เล่นกระต่ายขาเดียวจนเท้าดำ ต้องให้คนเรียกกลับมากินข้าวกลางวัน มืดคํ่าถึงกลับบ้านตามสบายตอนกินข้าว ถึงบ้านก็รีบล้างเท้าก่อนมักได้ยินเสียงเอ็ดว่า"ไปขายถ่านมาหรือ"ได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆรู้ว่าแม่คงไม่ทำอะไร แต่ความที่เป็ลูกชายคนรองไม่ต้องความรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นแค่เรียนหนังสืออย่างเดียว แต่ตอนนี้เลื่อนชั้นกลายมาเป็คนโตรับผิดชอบต่อการทำมาหากินของครอบครัว จากเด็กวิ่งเล่นซุกซนกลายมาเป็ช่างฟิตซ่อมเครื่องยนต์สามล้อมือใหม่ ภารกิจเริ่มแรกคือล้างเฟืองเกียร์ชิ้นส่วนที่ถอดออกมาเริ่มจากเอามือจุ่มลงในนํ้ามันเบนซินที่ดำเขรอะในถาด แถมกัดมืออีกต่างหาก เพื่อล้างตัวเฟืองของเกียร์ที่ถูกลื้อออกมาร้อนๆทั้งชิ้นส่วนอะไหล่อื่นๆ ชีวิตช่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภารกิจต่อมาคือการแคะล้างท่อไอเสียท่อไอเสียมักแตกหักเนื่องจากการสั่นของเครื่องยนต์สูบเดียวสองจังหวะพ่อพาไปรู้จักเด็กร้านอ๊อกเชื่อมไฟฟ้าเช่อมแก๊สอะเซติลีน เพราะต้องเอาท่อไอเสียไปเชื่อมพร้อมแนะนำเด็กอายุเท่ากันให้รู้จัก
"นี่ไงเขาชื่อย้งอายุเท่าลื้อเลย ยังต้องทำงานเหมือนกัน” พ่อบอกอาฮ้งพลางหันไปบอกเด็กอีกคน
“ย้งช่วยเชื่อมตรงนี้หน่อยนะ นี่อาฮ้งนะลูกชายอั้วเอง"พ่อพูดแนะนำกับเด็กอายุสิบสองปีอายุไล่เลี่ยกัน สวมเสื้อยืดกางเกงดำขายาว ใส่แว่นดำมือถือลวดเชื่อมอยู่ อาฮ้งรู้จักกับเพื่อนใหม่วัยเดียวกัน ที่ต้องทำงานเป็ลูกจ้างอย่างเดียว ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ หรือแม้แต่วิ่งเล่นกับเพื่อน อีกอย่างจะได้รู้ว่ามีเด็กอื่นที่ต้องลำบากหาเลี้ยงเอาเงินช่วยพ่อแม่เหมือนกัน แต่ยังไงอาฮ้งก็ยังได้เรียนอยู่ประถมฯหก ถึงแม้เป็โรงเรียนวัดก็ตามชื่อโรงเรียนวัดพลับพลาชัยใกล้บ้าน ด้วยว่าค่าเล่าเรียนที่ถูกไม่เป็ภาระครอบครัวแต่เป็โรงเรียนวัดในเมืองมีชื่อเสียงต้องสอบเข้า