จ้าวตงหยางป้อนยาให้กับนางพี่เลี้ยงหลิวหยุน อาการทางร่างกายของนางหายดีแล้ว เหลือแต่จิตใจของนางเท่านั้น ที่กลับไม่ปกติเช่นที่ควรจะเป็ หลิวหยุนจดจำใครไม่ได้เลยนอกจากเขาเพียงผู้เดียว นางมักจะพูดคุยและส่งยิ้มหวาน ๆ มอบให้ ที่เหลือก็มักเหม่อลอยและไม่พูดจากับใคร ทั้งหมดนี้ ยิ่งทำให้จ้าวตงหยางรู้สึกเ็ปอย่างบอกไม่ถูก
แม่ทัพไป่เยว่ที่เคยเฝ้าดูแลเอาอกเอาใจ ก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเช่นที่เคยเป็ และยังตีตัวออกห่าง อาจเป็เพราะหลิวหยุนหมางเมินต่อเขา จนไป่เยว่หมดความอดทนที่จะถามหาความทรงจำระหว่างเขาและนาง
“องค์ชาย วันนี้ท่านท่องจำตำราดวงดาวได้หมดหรือยัง”
“ข้าจำได้ จำได้ทั้งหมดเลย ข้าจำได้ว่าท่านคือพี่สาวของข้า และข้าจะดูแลท่าน เช่นที่ท่าน เคยดูแลข้ามาก่อน”
หญิงสาวจ้องมองใบหน้าของเขา แล้วั์ตาของนางก็เริ่มมีหยาดน้ำใส ๆ เอ่อคลอ แล้วหยดลงอาบแก้ม ตงหยางมองเห็นแววตาของหญิงสาว เหมือนมีบางอย่างอยู่ภายในใจ เพียงแค่ไม่เอ่ยปากพูดมันออกมา
“องค์ชาย ท่านตอบไม่ตรงคำถามอยู่นะ”
จ้าวตงหยางวางถ้วยยาแล้วเอื้อมไปจับมือของอดีตนางกำนัน “พี่หลิวหยุน นี่ก็ผ่านมาเกือบปีแล้ว อาการของท่านก็ดีขึ้นแล้ว ท่านอาจารย์บอกข้าว่า หมดหนาวนี้ ท่านจะเดินทางลงใต้ พี่…ท่านไปกับข้านะ พี่ไป่เยว่ไม่เอ่ยเื่แต่งงานเหมือนเมื่อก่อน ข้าก็เด็กเกินกว่าจะทวงถาม หากเขาไม่คิดเื่นี้แล้ว ข้าคงไม่วางใจ ที่จะทิ้งพี่ไว้ที่นี่เพียงลำพัง ไปกับข้านะ”
หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตา พร้อมพยักหน้าให้เขา จ้าวตงหยางดีใจยกแขนเสื้อของตนขึ้นเช็ดน้ำตาที่นองหน้าให้กับนาง
ผู้าุโตาบอด นั่งจิบชาอุ่น ข้างกระถางถ่านที่กำลังครุกรุ่น อากาศด้านนอกเริ่มหนาวเย็น แต่ด้านในนี้กลับอบอุ่นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา หากใครเห็น คงคิดว่าเขาตาดีมองเห็นความสัมพันธ์ที่สวยงามของพี่น้องตรงหน้า
“ตงหยาง เมื่อวานท่านลี่ฉุนมาแจ้งข่าว ว่าพี่ชายเ้าตอนนี้ ได้รวบรวมกองกำลังตั้งแคว้นใหม่แล้ว อีกไม่นานท่านลี่ฉุนและทหารคนอื่น ๆ คงพากันไปสวามิภักดิ์ต่อเขา เ้าอาจเปลี่ยนใจไม่ไปกับข้าก็ได้นะ ที่นั่นคงมีพี่น้องและคนในครอบครัวของเ้ารอคอยอยู่ บางทีแม่นางหลิวหยุน อาจมีโอกาสได้พบกับญาติมิตร ที่ลี้ภัยไปพร้อมองค์ชายจ้าวเจีย"
“เื่นี้ ท่านพี่ลี่ฉุนได้พูดคุยกับข้าแล้ว” จ้าวตงหยางมีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมา เมื่อนึกถึงพี่ชายคนโต
“แล้วเ้ามีความคิดเห็นอย่างไร”
ตงหยางหันไปมองดูหลิวหยุน ที่เวลานี้ก็กำลังตั้งใจฟังเขาอยู่ “ชีวิตข้าผกผัน จากองค์ชายมีกินมีอยู่สุขสบาย กลับตกต่ำลี้ภัยา แม้แต่น้ำที่ขังอยู่ในบ่อดินโคลน ก็ต้องจำใจดื่มกิน เพียงเพื่อให้มีชีวิตรอด จากวันนั้นจนมาถึงตอนนี้ ข้าเห็นแล้วว่าชีวิตต่อให้มีอำนาจมากล้นเพียงใด วันหนึ่งก็ย่อมหมดสิ้นได้เช่นกัน ข้าเลยมีความคิดว่า จะขอติดตามท่านอาจารย์ไปทางใต้ เพื่อเรียนรู้ชีวิตผู้คนและผจญภัย ใช้ชีวิตให้สนุก อย่างที่ท่านเคยเล่าให้ข้าฟัง”
“ทั้งหมดนี้ เ้าได้ถามนางรึยัง”
หลิวหยุนยิ้มแล้วพยักหน้าให้เขา
“เดิมที พี่ไป่เยว่เคยออกปากขอพี่สาวข้าแต่งงาน แต่หลายเดือนมานี้ เขากลับห่างหายหมางเมิน จนข้าเองก็คิดไม่ออกว่าตกลงแล้ว ท่านพี่ไป่เยว่กำลังคิดสิ่งใดอยู่ ไหน ๆ พี่หลิวหยุนกับข้า ก็รอดชีวิตมาด้วยกัน หากข้าไป ก็คงต้องพานางไปด้วย เพราะเราเหลือกันอยู่แค่นี้”
“องค์ชาย เื่นี้ข้าผิดเอง ข้าจำเขาไม่ได้ เขาคงเบื่อหน่ายข้าเสียแล้ว เห็นแม่นางฟ่านผู้นั้นค่อยดูแลเขา ข้ายิ่งไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร ถึงจะทำให้ท่านพี่ไป่เยว่พอใจข้าเช่นเก่าก่อน”
“แม่นางฟ่านเมิ่ง สตรีผู้นี้สำหรับข้าแล้ว นางดูแปลกประหลาด นอกจากท่านพี่ไป่เยว่แล้ว นางจะไม่สุงสิงกับผู้ใด ยิ่งพี่ไป่เยว่แยกบ้านออกไปอยู่ลำพัง สตรีผู้นี้ก็ตามติดเขาทั้งกลางวันและกลางคืน ราวกับเป็คนรัก ทั้งที่นางเองก็รู้ดีว่าพี่หลิวหยุนของข้า เป็คู่หมายของพี่ไป่เยว่ นางก็ยังทำตัวน่าไม่อายต่อสายตาผู้อื่น
หลิวหยุนเอาแต่นิ่งเงียบ ด้วยเื่ที่ตงหยางกำลังพูดถึง ยิ่งทำให้นางรู้สึกผิดหวังและเสียใจ
“ไม่ยากเลยเ้าหนู ต่อจากนี้เ้าแค่จับตาดูนาง โดยเฉพาะยามกลางวัน เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงตรงกับศีรษะ…”
จ้าวตงหยางและหลิวหยุน ตั้งใจฟังผู้เฒ่าตาบอดด้วยความตั้งใจ ด้วยทั้งสองต่างรู้สึกตรงกัน ว่าแม่นางฟ่านเมิ่ง มีหลายส่วนที่ผิดปกติจากคนธรรมดาทั่วไป
ตงหยางสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยหัวว่านที่ขุดได้จากในป่าั้แ่่เช้าตรู่ นำมาเตรียมล้างทำความสะอาด เขาเลือกที่จะลงล้างในลำธารที่มีก้อนหินใหญ่เพื่อหลบแสงแดดในยามสาย เด็กชายเทตะกร้าปล่อยหัวว่านหายากทั้งหมดลงแช่อยู่ในน้ำ เพื่อให้ดินที่ติดมา อ่อนตัวล้างออกได้ง่ายขึ้น
เสียงหัวเราะหยอกล้อของชายหนุ่มหญิงสาวเหมือนดังมาจากอีกด้านของก้อนหินใหญ่ เด็กชายหยุดกิจกรรมในมือ ตั้งใจฟังเสียงนั่น ใครกันใช่คนที่เขาคุ้นเคยหรือไม่
“อืม…อย่าสิเ้าคะ”
“ทำไมเล่า ขนาดนี้แล้ว เ้าจะอายทำไมกัน ใครต่างก็รู้ว่าเราเป็อะไรกัน”
“เป็อะไร ท่านพูดให้ดีนะ เดี๋ยวรู้ไปถึงหูของแม่นางหลิว ท่านต้องแย่แน่”
“ช่างประไร หลิวหยุนแม้งดงามอ่อนหวาน แต่นานไป ข้ากลับมองว่านางกลับจืดชืดไร้รสชาติ ผิดกับเ้าที่เร่าร้อนอยู่เสมอ”
“ว้าย…ไม่เอานะ พอได้แล้ว ท่านนี่นะ ชอบฉวยโอกาสกับข้าตลอดเลย”
จ้าวตงหยาง กำหมัดแน่นอดทนฟังเื่ราวบาดใจ ดีที่วันนี้หลิวหยุนทอผ้าอยู่ที่บ้าน หากนางออกมาเก็บสมุนไพรกับเขา แล้วกลับมาได้ยินเื่พวกนี้เขา นางคงแอบร้องไห้จนตาบวมเป็แน่
“นี่พวกเ้า พูดแบบนี้ถึงพี่ข้าได้เช่นไร พี่สาวข้าแม้นางจะจืดชืด แต่นางก็มีความละอายมากพอที่จะไม่แย่งของใคร”
เ้าตงหยางปรากฏตัวบนก้อนหินใหญ่ ด้วยความโกรธที่ได้ยินฟ่านเมิ่งกับไป่เยว่เอ่ยวาจาดูิ่พี่สาวตน
หญิงสาวกรีดร้องด้วยความใ รีบหลบเข้าด้านหลังของแม่ทัพหนุ่ม ทั้งคู่เสื้อผ้าหลุดรุ่ย เนื้อผ้าชิ้นสุดท้ายที่ติดกาย เป็สีขาวเนื้อบางยามเปียกน้ำ ยิ่งทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้ราวกับเหมือนไม่มีอะไรปกปิดเลย
จ้าวตงหยางยิ่งต้องรู้สึกแปลกใจซ้ำสอง เมื่อได้เห็นใบหน้าของแม่ทัพผู้เจนศึกอย่างไป่เยว่ ยามนี้กับมืดหม่นหมองคล้ำ เบ้าตาลึกดำดั่งคนไม่เคยได้หลับนอน ร่างกายที่เคยองอาจน่าเกรงขาม ยามนี้กลับดูห่อเหี่ยวดั่งคนไร้เรี่ยวแรง
“เ้าหนู เ้ามาทำอะไรตรงนี้ น่าไม่อายจริง นี่เ้าแอบดูข้ากับท่านพี่ไป่เยว่เช่นนั้นรึ” ฟ่านเมิ่งที่หลบอยู่ด้านหลังบุรุษ ยืนหน้าออกมาต่อว่าเด็กชายบนก้อนหินใหญ่
“ใครกันแอบดูเ้า พูดให้ดี ๆ นะ เ้าสองคนต่างหาก มาทำเื่น่ารังเกียจในสถานที่เช่นนี้ ไม่กลัวมีใครจะมาเห็นบ้างรึไง ใครกันแน่ที่เป็คนน่าไม่อาย”
“ตงหยาง เ้าหยุดพูดจาไม่ดีกับผู้ใหญ่เดี๋ยวนี้นะ” ไป่เยว่ชักสีหน้าดุดัน ต่อว่าตงหยาง อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ท่านมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งข้า ข้าเป็ถึงองค์ชายแคว้นจ้าว เป็ใหญ่เหนือเ้า ตลอดเวลาข้าแค่้าอยู่อย่างสงบ ไม่ต้องมีอำนาจ ไม่ต้อง่ชิงความเป็ใหญ่ อยู่ร่วมกับทุกคนที่นี่ดั่งเครือญาติ แต่ดูท่านเวลานี้ซิไป่เยว่ ดูตัวท่านเองให้ดี ท่านกำลังทำให้พี่หลิวหยุนและข้าผิดหวัง ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าสตรีนางนี้ จะทำให้ท่านเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้”
ตงหยางพูดเสียงดังต่อคนทั้งสอง ไป่เยว่เอาแต่นิ่งเงียบไม่ตอบโต้เขาแม้แต่คำเดียว เด็กชายะโลงจาก้อนหิน เสียงเขาจ้วงน้ำแล้วเดินกระแทกเท้าจากไป แม่ทัพหนุ่มได้แต่เหม่อลอยก้มหน้าครุ่นคิด ไม่ว่าฟ่านเมิ่งจะเล้าโลมเขาเช่นไร ก็ดูเหมือนชายหนุ่มตรงหน้าจะหมดซึ่งอารมณ์รักกับนางไปเสียแล้ว
จ้าวตงหยางสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยหัวพืชที่เปียกน้ำ จนมันไหลเยิ้มหยดซึมเปื้อนเสื้อผ้าของเขา แต่เด็กชายก็หาได้ใส่ใจต่อมันไม่
“ช้าก่อน จ้าวตงหยาง…”
ฟ่านเมิ่งปรากฏตัวขึ้นหลังต้นไม้ใหญ่ นางก้าวเท้าออกมาขวางทางตงหยางไว้ เด็กชายหยุดนิ่ง จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ ผสมกับความแปลกใจไปด้วยในเวลาเดียวกัน เมื่อครู่นางยังอยู่ในน้ำกับท่านไป่เยว่ แล้วตอนนี้เหตุใด นางถึงมาขวางทางของเขาได้ ในเมื่อเขาเองก็เดินมาด้วยความเร็ว ไม่ได้ชะลอฝีเท้าแม้แต่น้อย ไม่มีทางเป็ไปได้ที่นางจะตามมาทัน
“เ้าหนู ทำไมนะ ข้าถึงไม่เฉลียวใจเลย ที่แท้ผู้ที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่ง กลับเป็เ้าหรือนี่…” หญิงสาวหรี่ตามองมายังตงหยาง พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็น ต้องรู้สึกหนาวเย็นและหวาดกลัว
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu