"ข้าจะผสานพลังของข้ากับดาบของเ้า" เธอตอบ เธอวิ่งมาหยุดข้างเขาแล้ววางมือลงบนใบดาบของเขา แสงสีเขียวจากคทาไหลผ่านฝ่ามือของเธอเข้าไปในดาบ จนใบดาบเริ่มเรืองแสงสีเขียวอ่อน ๆ "ตีที่หัวใจของมัน ตรงกลางอก!"
อสูรกายฉีกกำแพงเถาวัลย์ขาดและพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เอลิอันกระโจนขึ้นไปในอากาศ ดาบที่เรืองแสงในมือของเขาพุ่งเข้าหาตรงกลางร่างของมัน ใบดาบแทงทะลุเข้าไปในจุดที่เป็เงาดำเข้มข้น อสูรกายกรีดร้องดังลั่นจนใบไม้รอบลานสั่นะเื ร่างของมันแตกสลายกลายเป็ควันดำที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะหายไป
เอลิอันลงสู่พื้น เขาคุกเข่าลงด้วยความเหนื่อยล้า ดาบของเขายังคงปักคาอยู่กับพื้นเพื่อพยุงตัว ขณะที่เซเรน่าเดินมาหยุดข้างเขา หายใจถี่ด้วยความตื่นเต้น "เ้า...ทำได้ดี" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"เรา ทำได้ดี" เอลิอันแก้ไข เขามองเธอด้วยรอยยิ้มเหนื่อย ๆ "ข้าคิดว่าเราทำงานร่วมกันได้ดีกว่าที่เ้าจะยอมรับ"
เซเรน่าหันหน้าหนี แต่เอลิอันสังเกตเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ "อย่ามั่นใจเกินไป อัศวิน" เธอตอบ "นี่แค่จุดเริ่มต้น"
ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง ขณะที่ลมพัดผ่านลานศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง บรรยากาศเริ่มสงบลง แต่ท้องฟ้าที่มืดมิดเหนือป่ายังคงเต็มไปด้วยหมอกหนา และในส่วนลึกของป่า เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นราวกับมีบางสิ่งกำลังเฝ้ามองอยู่
เช้าวันต่อมา หลังจากพักผ่อนเพียงเล็กน้อย เซเรน่าพาเอลิอันเดินทางต่อไปยังหุบเหวลึกที่ซ่อนอยู่ในป่า เส้นทางคดเคี้ยวผ่านโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอสสีเทาเข้มและรากไม้ที่ยื่นออกมาเหมือนกับดัก บาง่ของเส้นทางเต็มไปด้วยโคลนที่ดูดเท้าจนแทบเคลื่อนไหวไม่ได้ และบางครั้งทั้งคู่ต้องปีนผ่านก้อนหินขนาดใหญ่ที่ขวางทาง
เมื่อถึงปากหุบเหว เอลิอันมองลงไปเห็นเพียงความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง หมอกสีดำลอยขึ้นมาจากด้านล่างราวกับมีชีวิต และกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพปะปนอยู่ในอากาศ "ลูนาเรียอยู่ที่นี่จริง ๆ หรือ?" เขาถามด้วยความสงสัย
เซเรน่าพยักหน้า "ไม่ใช่แค่ลูนาเรีย แต่เป็สถานที่ที่คำสาปเริ่มต้น" เธอชี้ไปยังสะพานเชือกเก่า ๆ ที่โยกเยกข้ามหุบเหว "ถ้าจะไปต่อ เ้าต้องข้ามไปกับข้า"
เอลิอันมองสะพานที่ดูพร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อ แต่เขาก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น "ไปกันเถอะ" เขาพูด "ข้าจะไม่ยอมถอย"
เซเรน่ามองตามหลังเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน เธอเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งในตัวอัศวินผู้นี้บางสิ่งที่อาจเปลี่ยนโชคชะตาของทั้งคู่
ลมเย็นะเืพัดผ่านปากหุบเหวลึกของป่ามรกต เสียงลมดังหอนราวกับเสียงร้องไห้ของิญญาที่ถูกทิ้งไว้ในความมืด หมอกสีดำหนาที่ยกตัวขึ้นจากก้นหุบเหวหมุนวนเป็เกลียวคล้ายพายุขนาดย่อม กลิ่นเหม็นเน่าปนกับกลิ่นกำมะถันลอยขึ้นมาจนแสบจมูก เอลิอันยืนอยู่ที่ขอบหินสีเทาเข้มที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เขามองลงไปในความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด ดวงตาสีฟ้าของเขาสะท้อนความรู้สึกหวาดหวั่นปนกับความมุ่งมั่น ดาบที่พาดหลังของเขาสะท้อนแสงจันทร์จาง ๆ ที่ลอดผ่านหมอกหนาได้เพียงเล็กน้อย
ข้าง ๆ เขา เซเรน่ายืนนิ่งราวกับรูปปั้น ผมสีขาวราวหิมะของเธอปลิวไสวไปกับสายลม เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวแต่ยังคงงดงาม คทาในมือของเธอกุมแน่นราวกับเป็สิ่งยึดเหนี่ยวเพียงอย่างเดียว ชุดคลุมสีเขียวเข้มของเธอมีรอยขาดจากหนามและกิ่งไม้จากการเดินทาง และคราบโคลนเกาะอยู่ที่ชายผ้า "สะพานนี้เก่าแก่เกินกว่าที่มนุษย์จะจดจำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความตึงเครียด "มันถูกสร้างโดยผู้พิทักษ์รุ่นแรก เพื่อปกป้องบางสิ่ง...หรือขังบางสิ่งไว้"
เอลิอันหันมองสะพานเชือกที่โยกเยกข้ามหุบเหว เชือกสีน้ำตาลเข้มที่ผูกมันไว้เต็มไปด้วยเชื้อราสีเขียวและขาดหลุดลุ่ยในบางจุด ไม้กระดานที่วางเรียงเป็ทางเดินมีรอยผุพังและแตกหัก บางแผ่นหายไปจนเหลือเพียงช่องว่างที่มองเห็นความมืดด้านล่าง เขาก้าวไปแตะเชือกด้านหนึ่งด้วยเท้าเพื่อทดสอบความแข็งแรง สะพานสั่นไหวทันที เสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังลงในวินาทีถัดไป "เ้าคิดว่ามันจะรับน้ำหนักเราได้ไหม?" เขาถาม มองเซเรน่าด้วยแววตาที่ไม่แน่ใจ
"ถ้าเ้ากลัวก็กลับไปได้" เธอตอบสั้น ๆ แต่สายตาของเธอก็เผยความกังวลที่ซ่อนอยู่ เธอก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทีมั่นคง วางเท้าลงบนไม้กระดานแผ่นแรก สะพานโยกเยกแรงขึ้น แต่เธอยังคงเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง "ตามข้ามา และอย่ามองลงไปเด็ดขาด"
เอลิอันสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วก้าวตามเธอไป เขาจับเชือกทั้งสองข้างแน่นจนข้อนิ้วขาว มือของเขารู้สึกถึงความหยาบกร้านและความชื้นของเชือกที่เปียกฝนเก่า ๆ ทุกย่างก้าวที่เขาเดิน ไม้กระดานใต้เท้าส่งเสียงดังเอี๊ยด และบางครั้งก็รู้สึกได้ถึงการโค้งงอของไม้ที่ใกล้จะหักเต็มที ลมจากหุบเหวพัดขึ้นมาปะทะหน้าเขา แรงจนเกือบทำให้เสียหลัก เขากัดฟันแน่น พยายามโฟกัสที่แผ่นหลังของเซเรน่าที่อยู่ข้างหน้า
ครึ่งทางของสะพาน หมอกสีดำเริ่มหนาขึ้นจนแทบมองไม่เห็นอะไร เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นจากด้านล่างราวกับมีคนนับร้อยกำลังพูดพร้อมกันในภาษาที่เขาไม่เข้าใจ "เ้าได้ยินอะไรไหม?" เอลิอันถาม เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยจากทั้งความหนาวและความรู้สึกไม่สบายใจ
เซเรน่าหยุดเดินกะทันหัน เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาสีเขียวมรกตที่เรืองแสงจาง ๆ ในความมืด "อย่าฟังมัน" เธอเตือน "มันคือเสียงของผู้ที่ตกลงไปในหุบเหวนี้ พวกมันจะพยายามดึงเ้าไปด้วย"
ก่อนที่เอลิอันจะได้ตอบอะไร สะพานสั่นะเือย่างรุนแรง ไม้กระดานใต้เท้าของเขาหักลงทันที เขาคว้าเชือกข้างหนึ่งไว้ได้ทันเวลา ร่างของเขาห้อยต่องแต่งอยู่เหนือความมืด "เซเรน่า!" เขาะโ หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
เซเรน่าหันกลับมาทันที เธอวางคทาลงบนสะพานแล้วยื่นมือไปคว้าแขนของเขา "อย่าปล่อย!" เธอะโกลับ พยายามดึงเขาขึ้นมา แสงสีเขียวจากคทาของเธอไหลลงไปที่เชือก ทำให้มันแข็งแรงขึ้นชั่วครู่ แต่หมอกสีดำจากด้านล่างเริ่มพุ่งขึ้นมาเป็เส้น ๆ คล้ายหนวดั์ พยายามคว้าขาของเอลิอัน