Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57

            ทันใดนั้นเองราวกับว่ามีลมเย็นๆ พัดโชยเข้ามาที่ด้านหลังแล้วจู่ๆ ขนก็ลุกขึ้นมาทันที

     

           “ให้ตายเถอะ !”ชวีเสี่ยวปอจับแขนเซี่ยเจิงเอาไว้แน่น ราวกับกำลังจับเชือกช่วยชีวิตเอาไว้อยู่จนทำให้ทั้งตัวของเซี่ยเจิงถูกดึงให้เข้ามาแนบชิดติดกับตัวเขา “ไม่ใช่เสียงนายแล้วจะเป็นเสียงใคร !”

     

            เซี่ยเจิงไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่พุ่มไม้ที่อยู่ข้างทางตรงนั้นกลับสั่นไหวขึ้นมาจนกระทั่งมีคู่รักหนุ่มสาวที่ใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยคู่หนึ่งก้าวออกมาทีละคน

     

           ชวีเสี่ยวปอ : “ ? ”

     

           “เป็นบ้าหรือไง! ดึกดื่นไม่ยอมกลับบ้านมาเดินทำบ้าอะไรอยู่ในสวนสาธารณะฮะ! ” ชายคนนั้นทำหน้าบอกบุญไม่รับ อาจจะเป็นเพราะถูกคนเข้าไปขัดจังหวะตอนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันจึงทำให้เขาอารมณ์เสียอยู่พอสมควร

     

           “ฉันต้องถามพวกคุณมากกว่ามั้ง !”ตอนแรกที่ถูกทำให้ตกใจตอนนี้ยังไม่สงบลงเลยสีหน้าของชายคนนี้ราวกับว่ามีคนมาติดหนี้เขาประมาณสิบแปดล้านได้แต่ชวีเสี่ยวปอก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะยอมแพ้เลยสักนิด“ดึกดื่นแบบนี้คุณอยู่ในพุ่มไม้ทำอะไรกันฮะ? เงินเอาไปเปิดห้องก็ไม่มีหรือไง?”

     

           “บ้าเอ๊ย! นายพูดบ้าอะไรของนายฮะ! ” ชายคนที่ถูกแทงใจดำถกแขนเสื้อขึ้นมา พร้อมทั้งกำลังจะพุ่งเข้ามาหาเขา“ผู้ชายสองคนดึกดื่นมาเดินเล่นในสวนสาธารณะกันสองต่อสอง พวกนายสองคนรักร่วมเพศเหรอ !”

     

            “นายลองพูดอีกรอบดิ !”ชวีเสี่ยวปอระเบิดออกมาแล้ว

     

           ภาพตรงหน้าที่กำลังจะมีการปะทะกันเกิดขึ้นผู้หญิงที่เอามือยืนปิดหน้ามาตลอดรีบเข้ามาดึงแฟนของตัวเองเอาไว้ “พอแล้วๆรีบไปกันเถอะนะ อย่าสร้างปัญหาเลย !”

     

           ผู้หญิงที่เห็นสถานการณ์ในตอนนี้และรู้ว่าอะไรเป็นอะไรได้พาผู้ชายอันตรายคนนั้นออกไปแล้วในขณะนั้นชวีเสี่ยวปอจึงได้หันไปมองพุ่มไม้ข้างทางที่ทั้งสองคนนั้นมุดตัวออกมาเมื่อครู่นี้พร้อมทั้งบ่นพึมพำออกมาประโยคหนึ่งว่า “ลมเย็นพัดแรงขนาดนี้นายว่าพวกเขาไม่กลัวหนาวเลยหรือไง? ”

     

           “จุดที่นายสงสัยช่างไม่เหมือนคนอื่นเขาเลยจริงๆ ”เซี่ยเจิงมองเขาไปครั้งหนึ่ง ชวีเสี่ยวปอน่าจะไม่ทันได้สังเกตเนื่องจากเขาเกาะแขนของเซี่ยเจิงเอาไว้ตลอดไม่ยอมปล่อย

     

           แต่เซี่ยเจิงกลับรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

     

           เพราะท่าทีตอบกลับของชวีเสี่ยวปอ

     

           ถึงแม้จะไม่ได้เหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่

     

           อาจจะมีสักเก้าสิบแปดคนในหนึ่งร้อยคนที่เมื่อได้ยินสามคำนั้นก็จะเป็นเหมือนอย่างชวีเสี่ยวปอในตอนนี้ส่วนสองคนที่เหลือหนึ่งในนั้นอาจจะพูดว่า “ยุ่งอะไรกับฉันด้วย”

     

           ถึงแม้ว่าเซี่ยเจิงจะไม่เคยคาดหวังอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่ทว่าความรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้นี้มันทำให้เขาจำเป็นต้องกลับมามองความสัมพันธ์ของเขาและชวีเสี่ยวปออย่างละเอียดใหม่อีกครั้ง

     

           ตอนนี้คือสภาพความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด

     

           แม้ว่าเซี่ยเจิงจะไม่รู้ว่าการที่ชวีเสี่ยวปอไม่รู้เรื่องอะไรเลยเช่นนี้มันจะยุติธรรมกับเขาหรือเปล่าแต่ความยุติธรรมนี้ล้วนมีราคาที่ต้องเสียไปเพราะฉะนั้นแล้วก็ปล่อยให้ตัวเขาเองเป็นคนเห็นแก่ตัวเถอะเพราะว่าในความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันอย่างในตอนนี้ เพียงแค่นี้เขาก็มีความสุขมากแล้วจริงๆ

     

           เขายังไม่อยากที่จะสูญเสียมันไป

     

           “ข้อสงสัยฉันมันทำไม? ” ชวีเสี่ยวปอพูดออกไปอย่างไม่ยอม“เห็นชัดๆ เลยว่าสเปิร์มมันขึ้นสมองเขาไปแล้ว คิดเรื่องอย่างว่าได้ตลอดเวลา”

     

           “แต่ที่จริงแล้ว” เซี่ยเจิงทำเสียงจิ๊ปาก“การรักกันโดยปกติของร่างกายแล้วมันก็เป็นการปะทุขึ้นมาของฮอร์โมนไม่ใช่เหรอ”

     

           “นี่” ชวีเสี่ยวปอคิดๆ ดูแล้ว จากนั้นก็ตีไปบนแขนของเซี่ยเจิงสองที“นายก็ปะทุขึ้นมาแล้วเหมือนกันใช่เปล่า”

     

           “ให้ตายเหอะ” เซี่ยเจิงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “นี่นายรอคำตอบฉันมาตลอดเลยหรือไง?”

     

           “แค่สงสัยน่ะ” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะฮ่าๆ ออกมาสองครั้ง“ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วนายชอบใครกันแน่”

     

           “นายลองเดาดูสิ” เซี่ยเจิงมองเขา

     

           “ฉันคิดดูก่อนนะ เป็นคนในห้องเราหรือเปล่า? ” ชวีเสี่ยวปอเอาจริงขึ้นมาแล้ว

     

           “นายเดาเองสิ ถ้าฉันบอกก็ไม่สนุกแล้วไหม? ”

     

           “ซุนเหมียวเมี่ยว? หน้าตาเธอธรรมดาแต่รูปร่างก็พอใช้ได้อยู่”

     

           “ไม่ใช่”

     

           “จ้าวอวี้? นายชอบคนใส่แว่น? ”

     

           “ไม่ถูก”

     

           “กัวโยว่หลิน? ฉันจำได้ว่าตอนที่เพิ่งจะแบ่งห้องใหม่ๆเธอชอบมาหาพวกเราอยู่บ่อยๆ ”

     

           “นายใจเย็นก่อนนะ เธอเป็นนักเรียนตัวแทนวิชาภาษาอังกฤษ แล้วที่เธอมาหาไม่ได้เป็นเพราะว่านายไม่ชอบส่งการบ้านหรอกเหรอ”

     

           “......”

     

           “คือว่า เซี่ยเจิง นายพูดความจริงมานายคงจะไม่ได้ชอบคุณป้าที่ตักกับข้าวในโรงอาหารหรอกใช่ไหม? ”

     

           “ไสหัวไป !”

     

           

            ในตอนเช้าตรู่ของวันเสาร์ ชวีอี้เจี๋ยให้คนไปรับรถกลับมาซึ่งเป็นรถคันที่ชวีเสี่ยวปอเลือกเอาไว้ก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วแต่ทว่าเมื่อเทียบกับเรื่องนี้แล้ว เรื่องที่ชวีเสี่ยวปอสนใจยิ่งกว่าคือชวีอี้เจี๋ยไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ระหว่างเขากับต้วนเหล่ยเลยจริงๆดูเหมือนว่าพ่อของต้วนเหล่ยคงจะสั่งสอนด้วยตัวเองไปแล้วจึงไม่คิดที่จะเอามาบอกกับชวีอี้เจี๋ยอีก ในขณะนั้นชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาไม่น้อยเลย

     

           บรรยากาศในวันนี้ไม่เลวเลยทีเดียวตอนที่ทานข้าวกลางวันชวีอี้เจี๋ยยังถามชวีเสี่ยวปอด้วยว่าอยากจะดื่มกับเขาสักแก้วไหมและเวินที่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรด้วย แต่ชวีเสี่ยวปอกลับปฏิเสธออกไป

     

           ก่อนที่จะทานข้าวเสร็จเขาได้ส่งข้อความไปหาเซี่ยเจิงบอกว่าอีกสักพักจะไปหาเขา

     

     

           รถคงจะขับเข้าไปในซอยบ้านของเซี่ยเจิงไม่ได้แน่ๆชวีเสี่ยวปอจึงจอดไว้ริมถนน และในขณะที่เตรียมจะลงจากรถเพื่อเข้าไปเรียกเซี่ยเจิงชวีเสี่ยวปอก็เห็นเขาวิ่งเหยาะๆ ออกมาจากด้านในก่อนแล้วชวีเสี่ยวปอจึงได้บีบแตรออกไปทีหนึ่ง ลดกระจกลงมาทั้งยังโบกมือให้เขาอย่างสุดกำลัง

     

           “ได้มาขับแล้วเหรอ !”เซี่ยเจิงเปิดประตูตรงที่นั่งข้างคนขับแล้วจึงนั่งลงไปจากนั้นก็โยนกระเป๋าเป้ไปทางด้านหลัง “มีใบขับขี่ไหมเนี่ยนาย? ”

     

           “เดี๋ยวปิดเทอมค่อยไปสอบ” ชวีเสี่ยวปอชำเลืองมองเขาไปทีหนึ่ง “จริงๆแล้วฉันก็ขับรถได้ไม่แย่นะ”

     

           “ก็ดูออกอยู่” เซี่ยเจิงเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดมาขาดไว้ “ไปกันเถอะ?คุณคนขับ”

     

           “นายไม่ถามฉันหน่อยเหรอว่าจะไปไหน? ” ชวีเสี่ยวปอเหยียบเร่งและค่อยๆขับรถออกไป

     

           “ที่ไหนก็ได้หมดเลย” เซี่ยเจิงขยับก้น“ยังไงนายก็ไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก”

     

           “นายดูถูกฉันเกินไปแล้ว” ชวีเสี่ยวปอทำเสียงร้ายกาจออกมา“ถึงแม้จะไม่กล้าค้ามนุษย์ แต่ตอนนี้ฉันสามารถเอานายไปขายให้กับพี่สาวขายหมูในตลาดสดข้างหน้านี้ได้นะ”

     

           “ขายเลย” เมื่อแสงแดดส่องเข้ามาเซี่ยเจิงจึงรู้สึกลืมตาไม่ค่อยขึ้นแต่ทั้งตัวของเขากลับรู้สึกอบอุ่นทั้งยังสบายสุดๆเขาหลับตาลงพลางพูดขึ้นอย่างขี้เกียจว่า “เงินที่ขายต้องแบ่งกันคนละครึ่งนะพอขายเสร็จฉันก็จะหนีออกมา ครั้งต่อไปค่อยขายนาย แล้วนายก็หนีออกมาใหม่ช่างเป็นการค้าขายที่ทุนน้อยแต่ได้กำไรบานเสียจริงๆ ”

     

           คำพูดที่จับสาระไม่ได้เช่นนี้ทั้งสองคนคุยกันมาตลอดทางและในที่สุดรถก็มาจอดอยู่ที่ลานจอดรถด้านนอกของสนามบาสเกตบอลแห่งหนึ่ง

     

           เซี่ยเจิงลงจากรถ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปมองป้ายที่ติดอยู่ด้านนอกสนามบาสเกตบอล Game on

     

            “ที่นี่แหละ” ชวีเสี่ยวปอล็อกรถ พร้อมทั้งชี้นิ้วออกมา“ครั้งนั้นบอกว่าไม่มีที่เล่นบาสไม่ใช่เหรอ? ”

     

           “ที่นี่คงจะไม่ใช่ถูกๆ เลยสินะ” ในขณะที่ทั้งสองคนเดินเข้าไปในสนามเซี่ยเจิงก็ถามออกมา สนามบาสเกตบอลที่นี่ยังไม่มีอะไรที่พอดูไปวัดไปวากับเขาได้เลยทั้งยังเป็นสนามที่เพิ่งจะเปิดกิจการได้เพียงประมาณครึ่งปีได้ที่นี่ยังถือได้ว่าเป็นสนามที่ระดับค่อนข้างจะสูงอยู่พอสมควร

     

           “คนอื่นฉันไม่รู้” ชวีเสี่ยวปอพูดออกมาพร้อมทั้งผลักประตูเดินเข้าไปและในขณะนั้นเซี่ยเจิงได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับที่อยู่ตรงโถงใหญ่ที่เพิ่งจะพูดขึ้นมาว่า“ยินดี” จากนั้นพวกเขาก็รีบเปลี่ยนเป็นคำว่าต้อนรับสองคำนั้นเป็น“เถ้าแก่น้อยมาแล้วเหรอครับ”

     

           อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเถ้าแก่น้อยนี่เอง

     

           เซี่ยเจิงเหมือนจะยิ้มแต่ก็ยิ้มออกไปไม่สุดพลางหันไปมองชวีเสี่ยวปอ

     

           “อย่าเรียกผมแบบนั้น !”ชวีเสี่ยวปอเกาศีรษะอย่างหงุดหงิด จากนั้นจึงตะโกนออกไปอย่างเขินๆ

     

           เซี่ยเจิงยักไหล่ขึ้นมาครั้งหนึ่ง

     

           “ได้ครับ ได้ครับ”แม้ว่าพนักงานจะดูเป็นลูกพี่ใหญ่ที่มีรอยสักดอกไม้ที่แขนแต่ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “วันนี้เป็นวันอะไรครับเนี่ยพี่ชายของคุณก็มาเล่นบาสที่นี่เหมือนกัน”

     

           “ชวีจิ่งก็มาด้วยเหรอ? ” ชวีเสี่ยวปอหมดคำพูดไปชั่วขณะ

     

           “ใช่ครับ พวกคุณนัดกันมาหรือเปล่า? เขาเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นานนี้เองครับ”

     

           ใช่บ้านนายสิ

     

           เขากับชวีจิ่งนัดกันมาเล่นบาสเนี่ยนะ นัดกันต่อยมวยก็ว่าไปอย่าง

     

           ชวีเสี่ยวปอขยับเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ เซี่ยเจิง แล้วจึงถอนหายใจออกมา : “บังเอิญซะเหลือเกิน ชวีจิ่งก็อยู่ด้วย”

     

           “ถ้างั้นยังจะเล่นอยู่อีกไหม? ” เซี่ยเจิงมองเข้าไปในสนามบาสเกตบอลครู่หนึ่งคนด้านในเยอะมาก และเขาก็ไม่รู้ว่าคนไหนคือชวีจิ่ง

     

           “เล่นสิ มาถึงที่แล้วนี่” ชวีเสี่ยวปอยักคิ้ว“ฉันมาเล่นบาสจะกลัวเขาทำไมกัน ตามฉันมา”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388