หลังจากได้กุนซือผู้ปราดเปรื่องสองคนมาช่วยบริหารจัดการ หลงเฟยก็เริ่มมองหากำลังรบที่แข็งแกร่ง และแม่ทัพผู้มีฝีมือเพื่อมาบัญชาการกองทัพ ซือหม่าคุนแนะนำให้หลงเฟยไปพบกับ เหลียงกัง (梁刚) อดีตนักรบผู้เกรียงไกรจากชนเผ่าทางเหนือ ผู้ซึ่งถูกขับไล่ออกจากเผ่าเนื่องจากความดื้อรั้นและนิสัยที่ชอบแหกกฎ ไม่ยอมอยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร เขาเป็ที่รู้จักในนาม "พยัคฆ์ป่าเถื่อน" ด้วยพละกำลังอันมหาศาล และฝีมือการต่อสู้ด้วยขวานคู่ที่หาตัวจับยาก ปัจจุบันเหลียงกังใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในป่าลึกทางตะวันตกของแคว้นฉู่ เขาใช้ชีวิตด้วยการล่าสัตว์และต่อสู้กับสัตว์ป่าดุร้ายอย่างไม่เกรงกลัว
"เหลียงกังอาจจะเป็คนบ้าบิ่นและไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ใดๆ" ซือหม่าคุนกล่าว "แต่เขามีหัวใจที่กล้าหาญ และความภักดีที่มั่นคงต่อผู้ที่เขาเลือกจะติดตาม หากท่านสามารถเอาชนะใจเขาได้ เขาจะเป็แม่ทัพที่ยอดเยี่ยม ไม่มีใครหาญกล้าต่อกรกับเขาในสมรภูมิ"
การเดินทางไปหาเหลียงกังเป็ไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากป่าลึกที่เขาอาศัยอยู่เต็มไปด้วยอันตรายและสัตว์ป่าดุร้ายนานาชนิด หลงเฟยเดินทางพร้อมกับทหารที่ติดตามไปเพียงไม่กี่นาย หลังจากเดินทางมาหลายวัน พวกเขาก็ได้พบกับกระท่อมเล็ก ๆ ที่สร้างจากซากไม้และหนังสัตว์ ที่นั่นเอง พวกเขาได้พบกับเหลียงกัง ชายรูปร่างกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อเป็มัดๆ ผมเผ้ายาวรุงรัง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการต่อสู้ที่บ่งบอกถึงประสบการณ์โชกโชน เขากำลังนั่งลับคมขวานคู่อย่างตั้งใจราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย
หลงเฟยก้าวเข้าไปหาเหลียงกังอย่างระมัดระวัง เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อรูปลักษณ์อันน่าเกรงขามของเหลียงกัง "ข้าน้อยหลงเฟย ขอคารวะท่านเหลียงกัง" เหลียงกังเงยหน้าขึ้นมองหลงเฟย ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองอย่างประเมินค่าั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า "เ้ามาทำอะไรที่นี่? ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคนในเมือง หรือพวกขุนนางที่อ่อนแอหรอกนะ " น้ำเสียงของเขาหยาบกระด้างและไม่เป็มิตร พร้อมด้วยแววตาที่ดูแคลนผู้มาเยือน หลงเฟยเล่าเื่ราวความมุ่งมั่นของเขาในการกอบกู้เจียงหนาน เล่าถึงความเ็ปจากการสูญเสียบ้านเกิด และภารกิจในการล้างแค้น เขาเล่าถึงความ้าที่จะรวบรวมผู้มีความสามารถมาร่วมอุดมการณ์ และขอให้เหลียงกังมาช่วยนำทัพในการต่อสู้กับแคว้นเป่ยหลิง
เหลียงกังฟังอย่างเงียบๆ ก่อนจะหัวเราะเสียงดังลั่นราวกับเสียงฟ้าร้อง "ฮ่าฮ่า! เ้าหรอเด็กน้อย เ้าจะสู้กับแคว้นเป่ยหลิงด้วยกำลังเพียงน้อยนิดของเ้า? อย่ามาพูดเื่ตลกให้ข้าฟังเลย พวกเ้ามันอ่อนแอเกินไป!"
"ข้าน้อยทราบว่ามันยาก แต่ข้าน้อยมีความมุ่งมั่น!" หลงเฟยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่แสดงความหวาดกลัวต่อคำดูถูกของเหลียงกัง "ข้าน้อย้านักรบผู้กล้าหาญอย่างท่าน เพื่อช่วยนำทัพในาแห่งความยุติธรรมครั้งนี้ และข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าตัวข้านี้หาใช่คนอ่อนแออย่างที่ท่านคิด!"
"หากเ้าอยากให้ข้าช่วยเ้า" เหลียงกังกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายบนใบหน้าที่ดุดัน "เ้าต้องเอาชนะข้าให้ได้ในการต่อสู้ตัวต่อตัว ข้าจะไม่ใช้ขวานคู่ของข้า และให้เ้าใช้ดาบของเ้า หากเ้าแพ้ ก็กลับไปซะ และอย่าได้มาหาข้าอีก!" เหลียงกังโยนขวานคู่ของเขาลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจในฝีมือของตนเองเป็อย่างมาก หลงเฟยยอมรับคำท้าทันที เขาชักดาบประจำตัวออกมา และตั้งท่าเตรียมพร้อม การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดและรุนแรง เหลียงกังใช้พละกำลังอันมหาศาลและหมัดเท้าที่หนักหน่วงเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่งราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังโกรธเกรี้ยว ในขณะที่หลงเฟยใช้ความว่องไวและทักษะดาบที่เหนือชั้นในการหลบหลีกและตอบโต้ ทักษะดาบของเขารวดเร็วและแม่นยำดุจสายฟ้าฟาด ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด สร้างเสียงกระทบกระทั่งดังสนั่นไปทั่วป่า การต่อสู้กินเวลานานหลายชั่วยาม จนทั้งสองต่างเหนื่อยหอบ เหงื่อท่วมกาย แต่ไม่มีใครยอมแพ้ ในที่สุด หลงเฟยก็สามารถใช้อุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ จากตำราพิชัยาที่เรียนรู้มาจากเว่ยอู๋จี๋ ทำให้เหลียงกังเสียจังหวะ และใช้ปลายดาบจ่อที่คอของเขาได้สำเร็จ
เหลียงกังหัวเราะเสียงดังลั่น ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของเขา "ฮ่าฮ่า! ยอดเยี่ยม! เ้าไม่ได้มีแค่ความมุ่งมั่น แต่เ้ายังมีฝีมือที่เหนือความคาดหมาย ข้าพลาดท่าให้เ้าจนได้! ข้าน้อยเหลียงกังยินดีจะช่วยเ้า! ข้าจะนำทัพให้ท่าน และจะต่อสู้เพื่อท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่!" เขาประกาศด้วยเสียงอันดังและเปี่ยมด้วยพลัง
การได้เหลียงกังมาเป็แม่ทัพ ทำให้หลงเฟยมีกำลังรบหลักที่แข็งแกร่ง และมีผู้นำทัพที่สามารถนำทหารเข้าสู่สมรภูมิได้อย่างกล้าหาญและดุดัน ไม่มีใครในแคว้นเป่ยหลิงจะเทียบได้กับความแข็งแกร่งของเขา นับเป็อีกก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่การสร้างกองทัพของหลงเฟย เขารู้ดีว่าการรวบรวมคนเก่งกาจเหล่านี้มารวมกัน คือกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะของเขา ไม่ใช่เพียงแค่กำลังพล แต่เป็หัวใจที่ภักดีและความสามารถส่วนตัวของแต่ละบุคคล