"ถือว่านี่เป็ไม้ตายเล็กๆ ได้เลยนะ"
อวี๋จื่ออวี๋แอบยินดีในใจและคิดจะใช้มันเป็ไพ่ตาย
เขาเคลื่อนที่ไม่ได้จึงทำได้เพียงตั้งมั่นอยู่กับที่
หากเจอศัตรูร้ายกาจมาท้าทายรอบๆตัว เขาจะอาศัยความยาวของกิ่งก้าน เพื่อให้ศัตรูประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
จนกว่าจะถึงเวลาที่จำเป็เขาจะอาศัยแรงลมที่เหลืออยู่ พุ่งสังหารในชั่วพริบตา
ปืนใหญ่แรงดันอากาศในตำนานคงจะหมายถึงแบบนี้เช่นกัน
แน่นอนว่าวิธีการโจมตีระยะไกล ยังมีวิธีอื่นอีก อย่างเช่น ใช้กิ่งก้านม้วนก้อนหินแล้วซัดออกไปตรงๆ
แต่แบบนั้นจะไปสู้แบบนี้ได้อย่างไรนี่คือปืนใหญ่อากาศเชียวนะ!
หากเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกสักหน่อยจนกระทั่งสามารถรวบรวมอากาศได้มากขึ้น พลังอำนาจนั้นเกรงว่าจะเหนือกว่าธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้ว
ถึงตอนนั้นแม้จะเจออาวุธยุคใหม่ อวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่เกรงกลัว
ส่วนอาวุธยุคใหม่...มาจากไหน?
เอ่อ...ใน่ครึ่งเดือนที่ผ่านมาอวี๋จื่ออวี๋เคยเห็นเครื่องบินผ่านศีรษะไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเขาสามารถสรุปเบื้องต้นได้ว่า นี่คือโลกที่ทันสมัยและเมื่อรวมกับสภาพของเขาที่เป็ต้นหลิวอวี๋จื่ออวี๋รู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าจะแปลกแยกเกินไป
อาจเป็โลกเดียวกับในชาติก่อนของเขา
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาว่าเขาเติบโตขึ้นยี่สิบกว่าเมตรในครึ่งเดือน และต้นไม้รอบๆตัวเขาก็เติบโตขึ้นอีอย่างน้อยหลายเมตร อวี๋จื่ออวี๋จึงยังคงสงสัยเกี่ยวกับ‘โลกชาติก่อน’ นี้ต่อไป
เอิ่ม...
ในชาติก่อนต้นไม้ไม่ได้เติบโตเร็วอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้เลย
และนี่ขนาดเป็เพียงต้นไม้อื่นๆที่ไม่ได้จงใจดูดซับพลังงานเหมือนอวี๋จื่ออวี๋
หากตั้งใจดูดซับพลังงานลึกลับในอากาศเช่นกันคาดว่าอัตราการเติบโตจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก จนถึงขั้นปกคลุมท้องฟ้าก็อาจไม่ใช่แค่คำพูดเล่นๆ
ไม่เพียงเท่านั้นอวี๋จื่ออวี๋ยังสังเกตเห็นว่าสัตว์บางชนิดก็ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เพียงแต่ความเร็วในการดูดซับพลังงานลึกลับของสัตว์ดูเหมือนจะไม่เร็วเท่าต้นไม้การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ชัดเจนเท่าต้นไม้เหล่านี้
เพียงแค่วิ่งได้เร็วขึ้นและประสาทััในการดมกลิ่นเฉียบคมขึ้นเท่านั้น
เช่นในตอนนี้หลายวันมานี้ ไม่มีสัตว์ตัวไหนกล้าเข้ามารบกวนอาณาเขตของเขาเลยทำให้แต้มวิวัฒนาการของเขาตอนนี้ ว่างเปล่าเต็มที
แต้มวิวัฒนาการที่ได้มาอย่างยากลำบากล้วนถูกใช้ไปกับการเสริมแกร่งกิ่งก้าน ตอนนี้เหลือแต้มวิวัฒนาการเพียง 3แต้มเท่านั้น
แน่นอนว่าอวี๋จื่ออวี๋ไม่ใช่คนใจโหดเืเย็นอย่างสิ้นเชิง
เขายังคงมีจิตใจด้านที่อ่อนโยนอยู่บ้าง
“จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ...”
เสียงร้องแหลมเล็กดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอวี๋จื่ออวี๋
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าตรงรอยแยกรูปสามเหลี่ยมที่เกิดจากปลายกิ่งไม้แห่งหนึ่งมีรังนกเพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
รังนกนั้น…เรียบง่ายมาก
และในรังนกนั้นมีลูกนกขนาดเท่ากำปั้นแปดตัว กำลังส่งเสียงร้องเป็บ้าเป็หลังปากของพวกมันอ้ากว้างราวกับแม่ยายที่้าสินสอด
"เ้าตัวน้อยพวกนี้หิวแล้วใช่ไหมนะ?"
อวี๋จื่ออวี๋พึมพำด้วยความสงสัยในใจ
แต่เมื่อมองดูลูกนกทั้งรังนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่อาจซ่อนความยินดีในใจได้
เพราะนี่คือเหยี่ยวเพเรกริน
นกนักล่าขนาดกลางเหยี่ยวเพเรกรินโตเต็มวัยมีความยาวลำตัว 41-50 ซม.และมีปีกกว้าง 95-115 ซม. เมื่อล่าเหยื่อเหยี่ยวเพเรกรินจะบินขึ้นไปบนฟ้าอย่างรวดเร็วจากนั้นก็จะดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงถึง 270-360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง!
ความเร็วในการดิ่ง300กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันคือระดับไหน
รู้หรือไม่ว่าเสือชีตาห์ที่เร็วที่สุดยังวิ่งได้แค่120กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
แต่เหยี่ยวเพเรกรินกลับเร็วกว่าเสือชีตาห์ถึงสามเท่า!
ความเร็วขนาดนั้นหากใช้ในการล่าเหยื่อ เพียงแค่แรงกระแทกที่ได้รับก็เพียงพอที่จะทำให้สำลักได้แล้ว
และลูกนกทั้งรังที่อยู่ตรงหน้าคือลูกเหยี่ยวเพเรกรินที่รวดเร็วดุจธนูที่พุ่งออกจากคันธนู
ส่วนล่างของลำตัวเป็สีขาวส่วนอก้ามีจุดสีดำละเอียด ส่วนอกด้านล่างไปจนถึงขนคลุมใต้หางมีแถบสีดำหนาแน่น
แม้จะเป็เพียงลูกนกแต่กรงเล็บสีขาวของพวกมันก็แหลมคม และดวงตากลมเล็กเท่าเม็ดถั่วก็ส่องประกายสดใส
ส่วนเหตุผลที่ลูกนกทั้งรังนี้มาทำรังที่ต้นของอวี๋จื่ออวี๋ก็ต้องโทษเขาเอง
เพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาไม่พอใจที่ต้นไม้รอบๆ ตัวเขาสูงเกินไปจนบดบังท้องฟ้าเขาจึงใช้กิ่งก้านฟาดต้นไม้รอบๆ ตัวจนหักครึ่งไป
จากนั้นลูกนกทั้งรังนี้ก็ตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
เดิมทีอวี๋จื่ออวี๋คิดจะใช้พวกมันมาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการแต่เมื่อเขารู้ว่านี่คือเหยี่ยวเพเรกริน ซึ่งเป็นกนักล่าขนาดกลางเขาก็เกิดความคิดบางอย่างในใจ
หากเขาสามารถฝึกฝนเ้าพวกตัวน้อยนี้ได้ลูกเหยี่ยวเพเรกรินรังนี้ก็น่าจะมีประโยชน์มหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้นพืชและสัตว์ในตอนนี้กำลังกลายพันธุ์...
ถ้าหาก
สมมติว่า…
จะงอยปากของลูกเหยี่ยวเพเรกรินรังนี้แหลมคมยิ่งขึ้นร่างกายแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในอนาคตลูกเหยี่ยวเพเรกรินเหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่สามารถพุ่งสังหารศัตรูด้วยความเร็วราวกับะุในชั่วพริบตาได้หรอกหรือ?
หึหึ
เพียงแค่คิดถึงภาพนั้นเขาก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
หากโชคดีเ้าตัวน้อยเหล่านี้ก็อาจกลายเป็มือขวาที่ทรงพลังของเขาได้
เมื่อเป็เช่นนี้อวี๋จื่ออวี๋จึงรับหน้าที่เป็พี่เลี้ยงดูแลพวกมันไปโดยปริยาย
อีกอย่างเขาไม่้าอาหาร
ด้วยการสะสมแต้มวิวัฒนาการเป็ครั้งคราวเขาสามารถหาซากสัตว์มาให้พวกมันได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้เองเ้าตัวน้อยเหล่านี้จึงไม่ขาดแคลนอาหาร