หลายวันถัดมาวารินยังคงใช้ชีวิตในมหาลัยเหมือนคุณหนูทั่วไป ตื่นเช้า เข้าห้องเรียนนั่งฟังอาจารย์บรรยาย พูดคุยกับเพื่อนตามปกติรอยยิ้มและท่าทีทุกอย่างของเธอดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปแต่ในความจริงแล้วหัวใจไม่เคยสงบลงเลยสักวันเดียว
ทุกครั้งที่เลิกเรียนและเห็นรถคันคุ้นเคยจอดรออยู่ตรงประตูมหาลัยหัวใจเธอก็เต้นแรงทันทีสายตาคมที่ทอดมองเพียงแวบเดียวจากคนขับกลับทำให้เธอร้อนวูบไปทั้งกายแม้จะทำเป็เบือนหน้าหนี แต่ในอกกลับเต็มไปด้วยไฟร้อนที่ห้ามไม่อยู่
ค่ำคืนทุกคืนยิ่งเลวร้ายกว่านั้นวารินนอนพลิกไปมาในห้องนอนของตัวเอง ความทรงจำในรถไม่เคยจางหายเสียงหอบพร่าและััจากปลายนิ้วที่ยังตรึงอยู่ในกายทำให้เธอหลับตาไม่ลงต่อให้กดหมอนแน่นแค่ไหนก็ไม่อาจลบภาพนั้นออกไปได้
เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าเป็เพียงเื่ชั่ววูบเป็แค่ความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ร่างกายกลับทรยศทุกครั้งที่คิดถึงความวูบวาบพุ่งขึ้นแทบจะทันทีจนเธอต้องกัดริมฝีปากแน่นและดึงผ้าห่มมาคลุมเพื่อกดเก็บเสียงครางที่เกือบหลุดออกมา
และทุกครั้งที่เผลอใจคิดถึงโดมก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็สายตานิ่งเฉยริมฝีปากที่ยกยิ้มเย็น หรือเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดหู ทุกอย่างวนเวียนไม่หยุดจนวารินรู้ดีว่าตัวเองกำลังโหยหาเขาอย่างที่ไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป
เสียงประตูรถปิดดังปังเบาๆ เมื่อวารินก้าวขึ้นนั่งที่เบาะหลัง กลิ่นหนังในรถที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของโดมทำให้เธอใจสั่นั้แ่วินาทีแรก เธอกอดกระเป๋าแน่นเหมือนทุกครั้งแต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าเดิมจนแทบจะะเิออกมา
โดมขับรถออกไปโดยไม่เอ่ยคำใดสายตาคมยังคงจับจ้องถนนตรงหน้าอย่างนิ่งเรียบแต่ความเงียบที่ปกคลุมกลับกดดันจนวารินแทบหายใจไม่ออกเธอหันมองกระจกด้านข้างเพื่อหลบสายตาแต่ภาพเสี้ยวหน้าคมที่ฉายผ่านกระจกหน้ารถก็ยังตามรังควานไม่หยุด
ความเงียบยิ่งยาวนานยิ่งทำให้ใจเธอวุ่นวายสุดท้ายวารินจึงโพล่งออกมาเสียงห้วน ทั้งที่เสียงสั่นชัดเจน“ขับไปเถอะ…อย่ามองฉันนักได้ไหม” ประโยคนั้นเป็เหมือนกำแพงบาง ๆที่เธอพยายามสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนอาการของตัวเอง
โดมเหลือบตามามองเพียงแวบเดียวริมฝีปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยโดยไม่ตอบอะไรแต่รอยยิ้มเพียงเสี้ยวนาทีกลับทำให้หัวใจเธอเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าเดิมร่างเล็กรีบเบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่าง หวังหลบหนีแต่ความจริงกลับซ่อนอยู่ในแก้มที่แดงระเรื่อเกินปกติ
ยิ่งพยายามปฏิเสธเท่าไรวารินก็ยิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังถูกเปิดโปงอย่างชัดเจนและสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคือความลับที่ทั้งหวาดหวั่นและเร่าร้อนเกินกว่าจะยอมตัดใจได้อีกต่อไป
รถแล่นไปตามถนนที่เงียบสงบเสียงเครื่องยนต์เป็จังหวะสม่ำเสมอ วารินกอดกระเป๋าแน่นจนปลายนิ้วซีดเธอพยายามนั่งนิ่ง แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านทุกครั้งที่รู้สึกถึงแรงสั่นเล็ก ๆจากถนนที่ทำให้ทั้งตัวโยกไปเบา ๆ จนเผลอเอนเข้าใกล้เขามากกว่าที่ควร
มือใหญ่ที่วางอยู่บนเกียร์ขยับเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมาจับสายเข็มขัดนิรภัยของเธอเหมือนตั้งใจช่วยจัดวารินสะดุ้งเฮือกทันที รีบดึงตัวหนีจนหลังกระแทกเบาะ “ฉันทำเองได้…อย่ามายุ่ง”เสียงเธอแข็ง แต่สั่นจนแทบไม่เป็คำ
โดมไม่ได้ตอบเพียงยกมุมปากขึ้นนิดเดียว นิ้วหนาเลื่อนไปแตะชายกระโปรงที่เธอกำไว้แน่นวารินหายใจสะดุด ดวงตาเบิกกว้าง รีบกดมือเล็กทับลงบนฝ่ามือเขาแต่ไม่ใช่เพื่อผลักออก หากเป็เพราะแรงกดดันจนแทบไม่รู้จะทำอย่างไร
“ใจสั่นขนาดนี้…ยังจะทำเป็แข็งอยู่อีกเหรอ”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดหูจนวารินสะท้านไปทั้งตัว เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามเมินหน้าหนี แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนแทบกลบเสียงทุกอย่างในรถ
ความใกล้ชิดที่ไม่เคยลดลงแต่กลับยิ่งเพิ่มขึ้นทำให้เธอรู้ดีว่าไม่มีทางถอยกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ต่อให้พยายามทำปากแข็งเพียงใดร่างกายและหัวใจกลับะโออกมาตรงกันว่ากำลังโหยหามากกว่าเดิมทุกวินาที
มือใหญ่เลื่อนไปตามชายกระโปรงทีละน้อยวารินรีบกดมือตัวเองทับไว้ทันที ดวงตาสั่นระริกพยายามหันหนีออกไปนอกหน้าต่างแต่ลมหายใจกลับถี่จนแทบควบคุมไม่ได้ความร้อนที่แ่ซ่านจากััทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนอกสั่น
“อย่ามายุ่ง…ฉันบอกแล้วไง” เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามทำให้แข็งกร้าวแต่กลับไร้เรี่ยวแรงจนเหมือนคำขอร้องมากกว่าคำสั่ง ดวงแก้มแดงจัดจนซ่อนแทบไม่อยู่
โดมหัวเราะเบาในลำคอริมฝีปากเอ่ยชิดใบหู “คุณหนูพูดแบบนี้ทุกครั้งแต่ร่างกายกลับร้อนจนผมรู้สึกได้หมด” เสียงทุ้มต่ำกระตุ้นให้วารินสะท้านเธอกัดริมฝีปากจนเจ็บ แต่ก็ไม่กล้าหันกลับมาสบตา
ปลายนิ้วหนาคลายแรงกดลงเล็กน้อยแต่กลับลูบวนเบา ๆ ตรงต้นขาด้านใน วารินเผลอครางสะท้านหลุดออกมาในลำคอทันทีรีบยกมือปิดปากตัวเองด้วยความอายดวงตาปิดแน่นอย่างไม่รู้จะห้ามตัวเองได้ยังไงอีกแล้ว
ความเงียบในรถเปลี่ยนเป็บรรยากาศร้อนรุ่มเสียงเครื่องยนต์ยังดังสม่ำเสมอแต่สิ่งที่ชัดที่สุดคือแรงสั่นสะท้านที่ก่อตัวในใจวารินเธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังถลำลึกไปทุกที และไม่อาจหนีออกจากแรงดึงดูดนี้ได้อีกแล้ว
ปลายนิ้วหนาที่ลูบวนไม่หยุดค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นทีละน้อยจนถึงจุดอ่อนไหว วารินสะดุ้งเฮือกทันทีรีบดึงกระโปรงลงแต่กลับถูกมือใหญ่กดตรึงไว้แน่นความร้อนพุ่งวูบไปทั้งร่างจนเธอเผลอปล่อยเสียงสะท้านออกมา “อ๊ะ…อย่าทำตรงนี้สิ”
โดมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยดวงตาคมเหลือบมองเธอโดยไม่ลดความเร็วของรถ“ตรงนี้แหละที่คุณหนูร้อนจนเปียกไปหมดแล้ว” เสียงทุ้มต่ำกระซิบติดหยันทำเอาวารินหน้าร้อนลามไปถึงคอ รีบหันหน้าหนีแต่ร่างกายกลับสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้
“ไอ้บ้า…อย่าพูดแบบนั้นนะ” เธอโต้เสียงสั่น แต่ยิ่งปฏิเสธร่างกายกลับยิ่งตื่นตัวปลายนิ้วหนากดวนแรงขึ้นจนเธอหลุดเสียงครางพร่าออกมาโดยไม่รู้ตัวมือเล็กกำเบาะแน่นเหมือนเกรงว่าจะทรงตัวไม่อยู่
โดมโน้มตัวเล็กน้อยกระซิบชิดหู “เสียงคุณหนูนี่มันยั่วผมจริง ๆ…ครางแบบนี้บอกชัดว่าชอบ”เขากดปลายนิ้วหนักขึ้นอีกครั้งจนวารินตัวกระตุกริมฝีปากที่กัดแน่นไม่อาจห้ามเสียงหวานพร่าที่ไหลออกมาได้อีกต่อไป
ความร้อนลามไปทั้งรถบรรยากาศอึดอัดและแอบซ่อนถูกแทนที่ด้วยแรงเสียวที่โหมกระหน่ำวารินรู้ดีว่าเธอไม่เหลือหนทางปฏิเสธอีกแล้วและสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้กำลังจะกลายเป็ความลับที่ยิ่งผูกมัดเธอแน่นกว่าเดิม
แรงกดจากปลายนิ้วหนาไม่หยุดอยู่แค่การลูบวนแต่เริ่มขยับถี่ขึ้น กดลึกลงจนวารินเผลอแอ่นสะโพกหนีอย่างหมดทางเลือกเสียงครางพร่าหลุดออกมาแม้พยายามกัดริมฝีปากกลั้นไว้ “อ๊ะ…อ๊าา…!”
เธอส่ายหัวแรงพยายามจะบังคับเสียงไม่ให้ออกมา แต่ทุกครั้งที่โดมกดลึกกว่าเดิมร่างกายกลับสะท้านเฮือกเหมือนถูกช็อต ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วจนเธอหายใจไม่ทันมือเล็กที่กำเบาะแน่นสั่นสะท้านจนข้อนิ้วซีดขาว
โดมหรี่ตาลงริมฝีปากยกยิ้มเย็นชิดหู “คุณหนูครางได้ยั่วจริง ๆ…แบบนี้แหละที่ผมชอบ”เสียงทุ้มต่ำกดดันให้วารินยิ่งอับอายแต่ร่างกายกลับยอมรับแรงเสียดสีทุกจังหวะโดยไม่มีทางหนี
“หยุดพูดนะ…อ๊ะ!” เธอโวยเสียงสั่นแต่กลับกลายเป็เสียงครางยาวเมื่อปลายนิ้วสอดเข้าลึกขึ้นอีกความแน่นตอดรัดทำให้โดมหัวเราะเบาในลำคอ พลางเร่งแรงเข้าออกอย่างจงใจ
รถทั้งคันเหมือนเต็มไปด้วยไฟร้อนวารินหอบแรงจนตัวสั่นระริก ดวงตาพร่าเลือนน้ำเสียงที่พยายามปฏิเสธกลับแตกสลายเป็เสียงครางต่อเนื่องที่ดังไปทั่วห้องโดยสารคับแคบอย่างห้ามไม่อยู่
แรงนิ้วที่เร่งไม่หยุดทำให้วารินแทบขาดใจสะโพกเล็กกระตุกถี่จนตัวเธอเกร็งทั้งร่าง เสียงครางพร่าหลุดออกมาไม่ขาดสาย“อ๊ะ…อ๊าา…!” ดวงตาปิดแน่นน้ำตาคลอด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นสูงเกินควบคุม
โดมโน้มตัวเข้ามาใกล้ลมหายใจร้อนกระซิบข้างหู “แตกใส่มือผมสิ คุณหนู…อย่ากลั้นสิครับคุณหนู”คำพูดลามกทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบะเิร่างเล็กสะท้านแรงครั้งสุดท้ายก่อนเสียงหวีดสูงหลุดออกมา
สะโพกกระตุกถี่พร้อมเกร็งแน่นนิ้วหนาที่สอดอยู่ภายในถูกตอดรัดไม่หยุด วารินแตกอย่างรุนแรงจนหมดเรี่ยวแรงมือเล็กเผลอกำแขนเขาแน่นเหมือนหาที่พึ่งสุดท้าย ก่อนจะทรุดซบลงกับเบาะหอบหายใจแรงแทบขาดใจ
เสียงเครื่องยนต์ยังดังสม่ำเสมอแต่ในรถกลับอบอวลไปด้วยไอร้อนและเสียงหอบถี่ วารินหน้าแดงจัดน้ำตาคลอพร่าเพราะความอายและความเสียวปะปนกันไปหมดเธอเม้มปากแน่นแต่ไม่สามารถซ่อนร่องรอยว่าตัวเองเพิ่งปลดปล่อยไปเต็มที่
โดมชักนิ้วออกช้าๆ พลางยกขึ้นมองราวกับกำลังชื่นชมผลงาน ริมฝีปากยกยิ้มเย็นขณะเอ่ยเสียงต่ำ“คุณหนูนี่…ยิ่งห้ามก็ยิ่งน่ารัก”
วารินซบพิงเบาะหอบแรงจนหน้าอกเล็กกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุดมือเล็กกำชายกระโปรงแน่นเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยวเพื่อกลบความสั่นสะท้านที่ยังหลงเหลืออยู่ทั่วร่างใบหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู น้ำเสียงครางพร่ายังค้างอยู่ในลำคอจนเธอแทบไม่กล้าเงยหน้า
โดมเหลือบตามามองเพียงแวบเดียวริมฝีปากยังคงยกยิ้มเย็น เขาวางมือกลับไปที่พวงมาลัยราวกับทุกอย่างปกติแต่บรรยากาศกลับยิ่งกดดันหนักขึ้นเพราะความเงียบที่อบอวลด้วยไอร้อนจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“หุบปากไปเลยนะ ถ้าคิดจะพูดอะไรบ้า ๆ อีก” วารินโพล่งออกมาเสียงสั่นริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนพยายามตัดบทแต่แก้มที่แดงจัดกลับฟ้องชัดว่าเธอกำลังโหยหามากกว่าปฏิเสธ
โดมหัวเราะเบาๆ ในลำคอโดยไม่เอ่ยคำตอบ สายตายังคงมองถนนตรงหน้าแต่บรรยากาศในรถกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่สั่นะเืหัวใจวารินเธอหันหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่ในอกกลับเต้นรัวไม่หยุด
เธอรู้ดีว่าทุกครั้งที่ขึ้นรถคันนี้ไม่ว่าเธอจะปากแข็งแค่ไหน สุดท้ายก็จะจบลงแบบเดียวกันเสมอและความลับที่กำลังถลำลึกนี้กำลังจะพันธนาการเธอแน่นขึ้นทุกครั้งที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น
รถจอดนิ่งตรงหน้าบ้านหลังใหญ่วารินรีบคว้ากระเป๋าลงจากรถแทบจะทันที หัวใจยังเต้นแรงจนแทบทะลุอกเธอไม่หันกลับไปมองแม้เพียงเสี้ยววินาที ราวกับกลัวว่าหากสบตาคมนั้นอีกครั้งร่างกายจะเผยความจริงออกมาทั้งหมด
ก้าวขาเร็วๆ พุ่งขึ้นบันไดไปยังห้องนอน ปิดประตูลงแรงก่อนจะทรุดตัวนั่งหอบแรงบนพื้นมือเล็กยกขึ้นกดแน่นที่อกเหมือนจะกลบเสียงหัวใจที่ยังสั่นสะท้านไม่หยุดใบหน้าแดงจัดจนร้อนวูบวาบไปทั้งกาย
เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าไม่ควรปล่อยให้เป็แบบนี้อีกแต่ทุกครั้งที่คิดถึงััและเสียงกระซิบหยาบต่ำร่างกายกลับร้อนรุ่มทันทีเหมือนถูกจุดไฟ ยิ่งปฏิเสธก็ยิ่งโหยหาจนรู้ว่าหนีไม่พ้นอีกต่อไป
ข้างนอกเธอยังเป็คุณหนูวารินผู้เพียบพร้อม ใช้ชีวิตในมหาลัยอย่างสดใสเป็ปกติ แต่ลึก ๆข้างใน เธอกำลังจมอยู่กับความสัมพันธ์ลับที่ห้ามไม่ได้ความตื่นเต้นจากการหลบซ่อนยิ่งทำให้ทุกครั้งที่แอบัักันเร่าร้อนกว่าเดิม
และนั่นคือความจริงที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเื้ัรอยยิ้มเรียบร้อยของคุณหนูคนนั้นคือหญิงสาวที่โหยหาไฟรักต้องห้ามกับคนขับรถของตัวเองและเธอก็ไม่มีทางหยุดมันได้อีกแล้ว