ตอนที่ 1 เป็หนี้อย่างไม่รู้ตัว
ภัคธีมาเดินออกจากห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จแล้วมาเดินมายัง โต๊ะกระจกหน้าเครื่องแป้ง จัดการ ทาครีมผิวหน้า ตามด้วยชโลมโลชั่นตามผิวกายหล่อนไม่ได้เน้นการแต่งหน้า แต่งตามากนัก เนื่องจากวันนี้เป็วันหยุดจะแต่งก็ต่อเมื่อ ที่ทำงานบังคับให้แต่งหน้า จึงต้องแต่งหน้าตามระเบียบของบริษัท
‘พนักงานประชาสัมพันธ์ต้องแต่งหน้า แต่งตาให้ชวนมองสิจ๊ะ’
เนยามักจะพูดกับหล่อนอยู่เสมอบ่อยครั้ง แม่เพื่อนร่วมงานก็จับหล่อนแต่งหน้าแต่งตาเสียเอง
‘ไหนลองดูใหม่สิเอออย่างนี้สิสวยแล้ว’
วันนี้ไม่มีเพื่อนร่วมงานตามมาที่ห้องหล่อนจึงทำได้แค่ใช้แป้งพับประพรมหน้า เขียนคิ้ว ปัดแก้มให้ออกมาดูดีก็พอ...
หญิงสาวตั้งใจว่าจะโทรหา เนยา เพื่อนร่วมงาน ที่โทรมาั้แ่เช้า เพื่อจะชวนหล่อนไปกินข้าวนอกบ้านมองโทรศัพท์สักพัก แล้วรีบจัดการ กับผิวหน้าและผิวกายต่อ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพลางคิดในใจว่า เป็เสียงของเนยา แม่เพื่อนร่วมงานโทรมาแน่นอน ร่างบางลุกขึ้นจากโต๊ะเครื่องแป้ง เดินไปหยิบโทรศัพท์ข้างหัวเตียงมองดูหน้าจอเป็เบอร์แปลกที่โทรเข้ามา
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ ผม ชื่อชาคีลเป็พี่ชายของ ภูษิต”
“คุณมีธุระอะไร เหรอคะ”
“มีธุระสำคัญ ผม้าพบคุณ”
“ถ้างั้นขอเป็่เย็นนะคะ เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะออกไปข้างนอกค่ะ”
“ผม้าพบคุณตอนนี้ส่วนธุระอะไรของคุณ ควรจะยกเลิกไปเสีย”
หญิงสาวรู้สึกไม่ชอบใจบุคคลที่ กำลังคุยสายอยู่ด้วย น้ำเสียงช่างห้วนกระด้าง และ ไม่เป็มิตร!...
“ผมกำลังรอคำตอบ”
“ตอนนี้ คุณอยู่ที่ไหนล่ะคะ”
“ผมอยู่ใต้ตึก อพาร์ทเม้นท์ของคุณ”
ภัคธีมาเริ่มสงสัยเขารู้จักที่อยู่ของหล่อนได้อย่างไร ใครกันเป็คนบอกเขา?
ั้แ่หล่อนมาทำงานที่กรุงเทพฯ คนที่ไปมาหาสู่หล่อน หรือ หล่อนจะพามาที่ห้อง ก็มีแต่ สายใจผู้เป็ป้า ซึ่งนานๆจะมาหาหล่อนเนยาเพื่อนร่วมงานที่สนิทกับหล่อน ที่มาพูดคุย หรือ แวะมาค้างบ้างเป็ครั้งคราวและ ภาวินี น้องสาวต่างสายเื ที่รู้ว่าภัคธีมาอยู่ที่ไหน
ภาวินีมักจะมาขอความช่วยเหลือจากหล่อน...ภัคธีมาอยากรู้ว่าสามคนนี้ใครกัน? บอกที่อยู่ให้กับผู้ชายที่อยู่ในสาย
“ตกลงค่ะ ฉันจะลงไปพบคุณ”
หญิงสาวพูดจบวางสายลงจากนั้น โทรหาเนยา ขอเลื่อนเวลาเจอกัน เป็เวลาอื่นหรือไม่ก็นัดกันภายหลัง...
จากนั้น ภัคธีมาก็สะพายกระเป๋าลงมาชั้นล่างไม่ถึงห้านาที หล่อนก็เดินมายืนตรงหน้าผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ที่อยู่ในชุดทำงานบุคลิกของเขาดูดีทีเดียว!…
ชายหนุ่มหันหน้ามามองหญิงสาวที่ยืนตรงหน้า...
หล่อนรู้สึกว่า ตัวเองตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อเข้ามาใกล้ชายหนุ่มเขามองหล่อนั้แ่หัวจรดเท้า ใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวโค้งรับกับใบหน้างาม ดวงตาโตสดใสจมูกโด่ง ริมฝีปากหยักบางสวย หล่อนปล่อยผมยาวไม่ได้มัด รูปร่างสูงพอดี สมส่วนจัดว่าหล่อนเป็คนสวยคนหนึ่ง แต่เขาอยากรู้นักว่า เพราะอะไรคนหน้าตาดีถึงได้ทำตัวเป็ นักต้มตุ๋น!...
“คุณ คือ ภัคธีมาพิชัยหิรัญ ” เขาเอ่ยขึ้น
“ค่ะ ชื่อ นามสกุล ฉันเอง”
“น้องของคุณบอกว่าเงินค่าสินสอดที่ภูษิตให้มาอยู่ที่คุณ” ชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทว่าหล่อนรู้สึกสายตาที่ดุดันของเขากำลังจ้องหล่อนอย่างไม่กะพริบ
‘เงินค่าสินสอด’
“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดค่ะเงินค่าสินสอดอะไรคะ”
“เงินค่าสินสอดที่ภูษิตน้องชายผม เอามาให้ น้องสาวคุณ ก่อนวันหมั้น จากนั้น ภาวินีน้องสาวของคุณส่งข้อความมาบอกว่าเงินสองล้านบาทอยู่ที่คุณ”
ภาวินียืนยันว่าเงินสองล้านบาทอยู่ที่พี่สาว และ นั่นเป็เหตุให้ เขาต้องมาที่นี่!
“ไม่ได้อยู่ที่ฉัน และ ฉันก็ไม่รู้เื่ที่คุณพูด”
หล่อนทำหน้างงนี่มันเกิดอะไรขึ้น เงินค่าสินสอดอะไร หล่อนไม่รู้สักอย่าง
ภาวินีเคยบอกหล่อนว่า รู้จักผู้ชายคนหนึ่งทางโลกออนไลน์ จากนั้นก็คุยกันทางไลน์เรื่อยมา...เมื่อสนิทกันมากขึ้น จึงได้นัดเจอ กินข้าว ไปเที่ยวไปดูหนังด้วยกัน...
น้องสาวเล่าให้ภัคธีมาผู้เป็พี่สาวบุญธรรมฟังภาวินีเพียงแต่พูดเกริ่นๆไว้ว่า ผู้ชายที่เพิ่งคบหากัน จะมาหมั้นหล่อน แต่แล้ว ภาวินีก็เงียบไปไม่ส่งข่าวให้หญิงสาวรู้ถึงความคืบหน้า...
“คุณเป็พี่สาวของเขา คุณต้องรู้เห็นอะไรบ้าง”
“ภาเคยเล่าคร่าวๆให้ฉันฟัง จากนั้นเธอก็เงียบไป ฉันนึกว่า การหมั้นจะไม่เกิดขึ้น”เขามองหล่อนไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่
“ถ้าอย่างนั้นคุณต้องพาผมไปหาภาวินี บอกก่อนนะเื่นี้ผมยอมไม่ได้ ” ท่าทางของเขาคงไม่ยอมรามือง่ายๆแน่
“คุณจะให้ฉันพาไปหาที่ไหนคะในเมื่อฉันก็ไม่รู้ว่าภาอยู่ที่ไหน”
“หรือคุณจะให้ผมแจ้งความคุณไม่ทางเลือกไม่มากหรอกนะ”
แววตาของเขาแข็งกร้าวมากกว่าเดิมเขามาหาหล่อน... ตามที่อยู่ ที่ภาวินีให้ น้องชายของเขา…
ก่อนถึงวันหมั้นหนึ่งอาทิตย์ ภาวินีขอร้องภูษิต ให้มอบเงินสองล้านบาทให้หล่อนเพื่อเอาไว้เป็ค่ารักษาย่า บอกว่าจะแต่งงานกับน้องชายของเขา …
เพราะหลงรักภาวินี ภูษิตจึงให้หล่อน ด้วยจำนวนเงินที่ร้องขอ สองล้านบาท เมื่อวันหมั้นมาถึงทุกอย่างกลับเงียบกริบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่สำคัญติดต่อภาวินีไม่ได้!
น้องชายของเขาตอนนี้อยู่ในสภาพอกหัก หมดอาลัยตายอยาก ได้แต่เจ็บใจ และ เพ้อถึงภาวินี เขาไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเพราะยังรักและตัดใจจากหล่อนไม่ได้...
คุณนายอมรผู้เป็แม่ไม่พอใจที่เื่นี้เกิดกับลูกชายตัวเอง หล่อนโวยวาย จะตามหาตัวภาวินี และ จะเอาเื่ให้ถึงที่สุด...
ส่วนพราวพรรณผู้เป็พี่สาวของ ชาคีล และ ภูษิต ขอร้อง ชายหนุ่มช่วยจัดการเื่นี้เสียที ทั้งคุณนายอมรก็มาขอร้องอีกแรงให้ชาคีลไปตามเื่นี้แทน...ขณะที่คุณนายอมรและพราวพรรณเฝ้าดูอาการของภูษิตอยู่ที่บ้าน...
...หญิงสาวมองชายหนุ่มผิวสีแทนใบหน้าหล่อคมคาย อย่างคิดไม่ตก เหตุใด ภาวินีถึงโยนข้อหามาให้หล่อนเช่นนี้…หล่อนคาดไม่ถึง ในสิ่งที่น้องสาวทำลงไปหญิงสาวแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก มันคืออะไรกัน? ที่สำคัญมันน่าโมโหนัก!...
“ฉันยังยืนยันตามเดิมว่าไม่รู้อะไรทั้งนั้นค่ะ”
“ถ้างั้นผมจะไปแจ้งความหากคุณบอกว่าเงินไม่อยู่ที่คุณ ก็อยู่ที่น้องสาวคุณ คุณสองคน ต้องหามาคืนครอบครัวผม”
หญิงสาวหน้าซีดทันทีนี่มันเกิดอะไรขึ้น หนี้ที่หล่อนไม่ได้ก่อ... แต่กลับต้องมาใช้คืนร่วมกับภาวินีน้องสาวต่างสายเื!
“แต่ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินนั่น”
“แต่ภาวินี ยืนยันว่าเงินอยู่ที่คุณ” คำตอบของภาวินี มันก็ทำให้เขาต้องมาซักฟอกหล่อน...
และ เขา ก็มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ว่าหล่อนร่วมมือกับน้องสาว ดีไม่ดีทำเป็ขบวนการ
ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหมายจะจับหล่อน ไปโรงพักหญิงสาวถอยกรูทันที
“ทำอะไรของคุณ ปล่อยนะ”เขาคว้าข้อมือของหล่อนไว้แน่น
“ก็จะพาคุณไปโรงพัก”
“นี่ปล่อยฉันนะไอ้บ้าฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็ผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้เอาเงินของคุณไป”
“ถ้ายืนยันว่าคุณบริสุทธิ์คุณต้องพาผมไปหาน้องสาวคุณ หรือ ไม่ก็ไปโรงพักด้วยกัน”
“งั้นคุณก็ปล่อยมือฉันก่อนสิคะฉันจะโทรหาภา”
ชายหนุ่มยอมปล่อยมือของหล่อนภัคธีมาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาน้องสาวบุญธรรม ทันทีสักพักปลายสายก็รับสาย...
“ภา พี่เอง ตอนนี้ภาอยู่ที่ไหน”ภาวินีไม่ได้ตอบมีแต่เสียงสะอื้นร้องไห้หนัก...จนหญิงสาวร้อนใจ
“ภาอยู่ที่ไหนตอนนี้ครอบครัวแฟนของภา มาทวงค่าสินสอด”
“ภาเอาไปรักษาย่า”
“ภาพูดจริงเหรอ”
“ค่ะ”ภาวินีตอบ หญิงสาวคิดตาม หล่อนไม่ได้ข่าวว่าย่าป่วยไม่มีใครส่งข่าวมาให้หล่อนเลย
“แล้วทำไมภาต้องบอกเขาว่าเงินอยู่ที่พี่”
“ก็ภาคิดว่า พี่มีเงิน”
“ภาถึงให้พี่รับภาระไปก่อนแล้วภาค่อยคืนทีหลัง”
“เงินสองล้านมันไม่ใช่น้อยๆนะภา”
“ค่ะ พี่พลอย ภาทราบแต่พี่พลอยมีกำลังมากกว่าภานี่คะ ตอนนี้ภาตกงาน พี่ก็รู้นี่ภาไม่มีโอกาสเหมือนพี่พ่อแม่ของภาอุตส่าห์ส่งพี่เรียนนะคะ เงินสองล้านไม่มากหรอกค่ะ”
น้องสาวต่างสายเืหยิบยกบุญคุณั้แ่หนหลังขึ้นมา เป็ข้อต่อรอง...
ทำให้หญิงสาวสะอึกจนพูดไม่ออก อานันท์ผู้เป็พ่อบุญธรรม ดอกไม้แม่บุญธรรมรับอุปการะเลี้ยงดูภัคธีมาให้ความรักความอบอุ่น เท่าๆกับนพพี่ชายและภาวินีผู้เป็น้องสาวซึ่งเป็บุตรแท้ๆของทั้งสอง
ั้แ่หล่อนถูกรับอุปการะเลี้ยงดูจนเติบใหญ่พ่อแม่บุญธรรมไม่เคยคิดทวง ค่าเลี้ยงดู ค่าใช้จ่ายแม้กระทั่งค่าเล่าเรียนที่เสียไปหนำซ้ำพ่อแม่บุญธรรมยังจดทะเบียนรับหล่อนมาเป็บุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมายด้วย!...
พ่อแม่บุญธรรมดีกับหล่อนเหลือเกินแต่น้องสาวต่างสายเืคนนี้ทำไมถึงคิดแบบนี้ได้…
“และภาคิดว่านี่คือบุญคุณที่พี่ ต้องตอบแทนใช่ไหม”หญิงสาวจงใจถามน้องสาว ปลายสายเงียบไปราวกับว่า ตอบยากเย็น ทว่าภาวินีก็เปล่งวาจาออกมาจนได้...
“จะว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะ”ก่อนจะวางสายภาวินี ตัดสินใจพูดต่อ
“พี่พลอยคะ ภาขอร้องอย่าแจ้งความนะคะถ้าย่ารู้ว่า ภาทำแบบนี้ ย่าต้องเสียใจ”
“ภาอยู่ที่ไหนบอกพี่มานะ”สักพักสายก็ถูกตัดทิ้งไป หล่อนพยายามโทรหาภาวินี แต่ไม่ติดภาวินีตัดสายทิ้ง ปล่อยปัญหาที่ตัวเองสร้างทิ้งไว้ให้พี่สาวมาสะสางแทน...
‘อย่าแจ้งความนะคะ’
สิ่งที่ภาวินีขอร้อง หล่อนรู้ทันทีว่าภาวินีไม่กลับมาหาภูษิตผู้ชายที่หล่อนเพิ่งได้เงินมาแน่นอน! อะไรบางอย่างชวนให้หล่อนรู้สึกว่าเงินที่ได้ไปนั้นไม่ได้ไปรักษาย่าตามที่ภาวินีบอกมา
ภัคธีมากดวางโทรศัพท์ลงหันมามองชายหนุ่มที่ยืนห่างหล่อนออกไป ระหว่างที่ยืนคุยโทรศัพท์ หล่อนก็เผลอตัวเดินเลี่ยงออกมานึกว่าเขาจะตามมา แต่ปรากฏว่าเขา ยืนรอหล่อนคุยจนจบ
หญิงสาวเดินมาหาเขาใกล้ๆสีหน้าและแววตาของหล่อนต่างจากเมื่อครู่ อย่างเห็นได้ชัด ดูครุ่นคิดและเครียดไปถนัดตา...