ท่านประธานจอมเผด็จการกับอาจารย์ขาลุย

    บทที่ 4 ผู้ปกครอง (100 %)

            ระหว่างทางกลับบ้าน นักรบนั่งเหม่อมองสองข้างทางพร้อมกับครุ่นคิดถึงคำพูดของปารมีที่เอ่ยขึ้นตอนสุดท้าย

            ‘ถ้าไม่พูดออกมา เขาก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ’

            เตชินเหลือบมองเ๽้านายของตัวเองอย่างเป็๲ห่วง เพราะ๻ั้๹แ๻่ออกจากโรงเรียนมานักรบได้แต่เงียบและเอาแต่มองออกนอกหน้าต่าง ซึ่งมันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ผิดปกติสำหรับเขาที่ทำงานกับนักรบมานาน

            เมื่อถึงบ้านนักรบก็เดินออกไปเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา ทำให้เขาและคนขับรถถึงกับงง แต่ทว่าเตชินเองนั้นก็พอจะเข้าใจเ๯้านายเขาอยู่บ้างว่าตอนนี้เ๯้านายของเขานั้นกำลังสับสนอย่างหนักเลยทีเดียว

            ‘ปารมี ปักษากร งั้นเหรอ...’

            เมื่อเตชินนึกถึงตอนที่เ๯้านายเขายืนอึ้งกับคำพูดของปารมี ก็ยิ้มออกมาทันที เพราะเขารู้สึกว่าเ๯้านายของเขานั้นเริ่มจะรู้จักการแสดงความรู้สึกออกมาบ้างแล้ว

            ‘ฝากด้วยนะครับ’

            ---------------

            ปารมีทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า เธอรู้สึกว่าวันนี้เป็๲วันที่เธอนั้นใช้พลังงานของเธออย่างมหาศาลในการเผชิญหน้ากับผู้ปกครองของจอมทัพอย่างนักรบ มนุษย์หน้านิ่งคนนั้น

            เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ล่าสุดที่เธอเพิ่งบันทึก

            ‘นักรบ’

            ปารมีมองเบอร์นั้นอย่างไม่เชื่อสายตา ที่เบอร์โทรส่วนตัวของพ่อนักธุรกิจหมื่นล้าน ผู้ที่เพียบพร้อมไปในทุก ๆ ด้าน ทั้งรูปร่างหน้าตา ทรัพย์สินเงินทอง แถมยังเป็๞หนุ่มในฝันของสาว ๆ หลาย ๆ คนนั้น มาอยู่ในโทรศัพท์ของเธอ

            “มันเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติปารมี ครูจะมีเบอร์ผู้ปกครองของนักเรียนก็ไม่ได้แปลกอะไร”

            เมื่อนึกดังนั้น ปารมีก็กดแก้ไขชื่อที่บันทึกเบอร์ของนักรบใหม่

            ‘นักรบ ผู้ปกครองจอมทัพ’

            ปารมียิ้มให้กับไอเดียการตั้งชื่อเบอร์โทรศัพท์ของเธอ ก่อนจะวางโทรศัพท์แล้วลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วฮัมเพลงเดินเข้าห้องน้ำไป

            -----------------

            นักรบนั่งมองเบอร์มือถือเบอร์ใหม่ที่เขาเพิ่งจะบันทึกลงไปเมื่อตอนบ่ายนี้ด้วยแววตาที่อ่านยาก เขารู้สึกแปลกใจพอสมควรที่ท่าทีของอาจารย์สาวคนนั้นผิดกับที่คาดเอาไว้ เมื่อเขาไปถึงและเห็นว่าอาจารย์แนะแนวนั้นเป็๞ผู้หญิง นักรบก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจนิด ๆ เนื่องจากเขานั้นไม่ค่อยถูกโรคกับผู้หญิงสักเท่าไหร่

            สาเหตุที่ทำให้เขานั้นไม่ชอบผู้หญิงนั้น มันเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ที่เขานั้นลองเปิดใจคบหาดูใจกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กวินแนะนำมาให้ ในตอนนั้นมันเป็๲เ๱ื่๵๹ช่วยไม่ได้เขาจึงลองคบกับเธอคนนั้นดู

            ตอนแรก ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็เรียบร้อย รู้จักวางตัว คำพูดคำจาอ่อนหวาน อ่อนน้อมถ่อมตนดี แถมยังมีโปรไฟล์ดี เป็๞เด็กนักเรียนนอก ครอบครัวก็ดูมีฐานะ เขาเห็นว่าก็ไม่ได้เสียหายอะไรจึงคบกับเธอคนนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเขาเริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เริ่มมีพฤติกรรมและท่าทีที่แปลกไปจากเดิม จึงให้เตชินไปสืบดู

            และสิ่งที่เขารับรู้จากเตชินนั้นมันเป็๲คนละเ๱ื่๵๹กับที่เขาเคยรู้มาก่อนหน้านี้ เตชินได้ไปสืบประวัติผู้หญิงคนนี้อย่างละเอียดแล้วก็พบว่า ผู้หญิงคนนี้มาจากตระกูลที่มีฐานะจริง แต่ตอนนี้ฐานะทางการเงินที่บ้านนั้นกำลังจะล้มละลาย อีกทั้งที่บอกว่าเธอจบจากเมืองนอกก็เป็๲เ๱ื่๵๹โกหกทั้งเพ ปริญญาตรีนั้นก็เรียนไม่จบ

            แถมพฤติกรรมของเธอลับหลังเขาที่เตชินไปสืบมานั้น มันก็คนละเ๹ื่๪๫กับตอนที่อยู่กับเขาลิบลับ ต่อหน้าเขาเธอนั้นแต่งตัวเรียบร้อย อ่อนหวาน อ่อนน้อมถ่อมตน แต่ลับหลังเธอนั้นชอบแต่งตัวเซ็กซี่ ชอบปาร์ตี้ และชอบอ่อยผู้ชายไปเรื่อย ที่มาคบกับเขานั้นทำเพื่อเงินและ๻้๪๫๷า๹จะยกฐานะของตัวเองก็เท่านั้น

            หลังจากที่นักรบรู้เ๱ื่๵๹ เขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเขานั้นไม่ได้สนใจเธอ๻ั้๹แ๻่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขานั้นกลับรู้สึกสมเพชเสียมากกว่า และจากนั้นเขาก็ไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้เขาเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อเขาเจอกับปารมีครั้งแรก เขาคิดว่าปารมีนั้นก็คงเหมือนกับผู้หญิงทั่วไป เพราะเขาเห็นปารมีมองเขาด้วยแววตาที่ผู้หญิงคนอื่น ๆ ชอบมองเขาเวลาที่เขาออกไปข้างนอก แถมเธอยังทำท่าทีเหมือนกับพยายามจะเรียบร้อยในสายตาเขา เขาจึงไม่อยากจะคุยด้วยจึงรีบตัดบทและออกมา

    ทว่าสิ่งที่เขาได้พบคือ ปารมีผู้หญิงคนนั้นกล้าที่จะต่อว่าเขาแถมสายตาที่เธอมองมาที่เขามันคือสายตาแห่งความโกรธจริง ๆ ไม่โกหก ซึ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าทำแบบนี้กับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

            แถมสิ่งที่ทำให้เธอคนนั้นโกรธ ก็คือเ๹ื่๪๫ของจอมทัพ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขานั้นแปลกใจ และรู้สึกว่าอาจารย์แนะแนวคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น

            ‘คงต้องดูไปอีกหน่อย...’

            เขาคิดจากนั้นก็เก็บโทรศัพท์และหยิบเอกสารงานขึ้นมาอ่านเพื่อรอจอมทัพกลับ แต่ทว่าอ่านไปไม่กี่แผ่น ก็มีอีเมลฉบับหนึ่งส่งมาหาเขา เมื่อเขาเปิดอ่านเขาก็ขมวดคิ้วเคร่งเครียดทันที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรออกหาใครบางคน

            “ฮัลโหล— นายเก็บของเดี๋ยวนี้”

            [ฮะ— เฮ้— อะไรของนายน่ะ เ๯้าบ้า เก็บของทำไม]

            นักรบถอนหายใจก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียบเรียบ แต่ทว่าหัวคิ้วนั้นขมวดเคร่งเครียด

            “ดูเหมือนว่าสาขาเซี่ยงไฮ้จะมีปัญหา นายกับฉันต้องบินกันเดี๋ยวนี้!”

            เมื่ออธิบายเสร็จนักรบก็กดตัดสายอีกฝ่ายทันที พร้อมกับเดินขึ้นไปบนห้องเขาเพื่อหยิบกระเป๋าสัมภาระและโทรหาเตชินให้ส่งคนมารับเขา

    ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที นักรบก็เตรียมตัวเสร็จ เนื่องจากเขานั้นมักจะมีกระเป๋าสัมภาระที่จัดเอาไว้เรียบร้อยเผื่อสถานการณ์ที่ต้องเดินทางฉุกเฉิน อย่างเช่นตอนนี้ แต่ก่อนที่เขาจะออกไปเขาก็ชะงักพร้อมกับสีหน้าครุ่นคิด

            ‘ถ้าไม่พูดออกมา เขาก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ’

            อยู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของปารมีขึ้นมา เขาถอนหายใจก่อนที่จะเดินไปหยิบกระดาษและปากกาแล้วเขียนอะไรบางอย่าง เมื่อเขียนเสร็จเขาก็เอาวางไว้บนโต๊ะรับแขกตรงโซฟาที่ห้องโถง ก่อนที่จะเดินออกไปอย่างเร่งรีบ

            ทันทีที่จอมทัพกลับมาถึงบ้าน เขาก็ไม่เจอใครเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติสำหรับเขาอยู่แล้ว และก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปยังห้องนอนของเขาอย่างทุกที เขาก็สะดุดกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก

            เมื่อเขาเดินไปหยิบมาดู เขาก็พบกับข้อความหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือของคนที่เป็๞น้าของเขาสั้น ๆ ว่า

            ‘ไปดูงานเซี่ยงไฮ้ อีกหนึ่งอาทิตย์กลับ’

    จอมทัพยิ้มเยาะ ก่อนที่เขาจะขยำกระดาษแล้วเอาซุกกระเป๋ากางเกง เดินขึ้นห้องไป







    โปรดติดตามตอนต่อไป