"โชคดีที่องค์หญิงน้อยไม่เป็อะไร ์คุ้มครองจริง ๆ " เต๋อเฟยขยับเข้าไปใกล้เบื้องหน้าอวิ๋นตั๋วตั๋ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย
"หม่อมฉันได้ยินมาว่าองค์หญิงน้อยโปรดปรานน้ำหวานจากดอกไม้ จึงได้นำดอกไม้จากตำหนักมาสองกระถาง เพื่อมอบแด่องค์หญิงน้อยเพคะ"
เต๋อเฟยแย้มยิ้มพลางออกคำสั่งให้คนนำดอกพุดซ้อนที่กำลังบานสะพรั่งสองกระถางไปวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าอวิ๋นตั๋วตั๋ว
หอมจังเลย! นี่มันกลิ่นของดอกพุดซ้อนนี่นา! อวิ๋นตั๋วตั๋วกะพริบตาปริบ ๆ
ดอกพุดซ้อนจากตำหนักของเต๋อเฟยจะต้องเป็สายพันธุ์ชั้นเลิศอย่างแน่นอน หากนำผลของต้นพุดซ้อนที่ดีมาปรุงเป็ยา ย่อมสามารถรักษาอาการกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ ปวดฟันจากภาวะร้อนใน แผลในปาก และปัสสาวะเป็เืได้
แต่เมื่ออวิ๋นตั๋วตั๋วมองเฉินเฟยและเต๋อเฟยที่จู่ ๆ ก็เข้ามาในห้อง คิ้วเล็ก ๆ ของนางก็ขมวดเข้าหากัน
นี่มันคุณป้าประหลาดอะไรกัน! แต่ละคนต่างพากันชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มให้นาง แถมยังคิดการใหญ่จะมาหยิกแก้มนางอีก
[นางเด็กนี่ก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ!]
[ยังดีที่นางเด็กนี่เป็สตรี มิเช่นนั้นคงได้มีคู่แข่งแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทเพิ่มมาอีกคนเป็แน่!]
[อย่าว่าแต่เป็แค่องค์หญิงน้อยตัวกะเปี๊ยกนี่เลย ต่อให้เป็เง็กเซียนฮ่องเต้ก็อย่าหวังจะมาขวางทางลูกชายของข้าได้!]
[เด็กคนนี้ก็ดูหน้าตาธรรมดา ๆ ไฉนฝ่าาถึงได้ทรงโปรดปรานนักหนานะ?]
เมื่อนางได้ยินเสียงในใจของเฉินเฟยและเต๋อเฟย ขมับของนางก็เต้นตุบ ๆ แต่ละคนภายนอกทำเป็ยิ้มแย้มแจ่มใส ทว่าภายในใจกลับดีดลูกคิดรางแก้ววางแผนการกันทั้งนั้น บรรดาแม่เลี้ยงเหล่านี้ช่างซ่อนเร้นความนึกคิดของตนเองไว้เก่งเสียจริง
อวิ๋นตั๋วตั๋วเม้มริมฝีปาก คุณป้าประหลาดสองคนนี้ดูท่าทางจะรับมือไม่ง่ายเลย นางรู้สึกฉงนในใจยิ่งนัก เสด็จพี่ทั้งสามล้วนเป็คนดีเลิศ ทว่าเฉินเฟยและเต๋อเฟยที่อยู่ในห้องนี้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนดี แล้วพวกนางสามารถสั่งสอนอบรมให้เสด็จพี่ใหญ่กับเสด็จพี่สามมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเช่นนั้นออกมาได้อย่างไรกัน?
"ฝ่าาเสด็จแล้ว!"
เสียงแหลมเล็กของขันทีดังขึ้นจากหน้าประตู จากนั้น 'อวิ๋นเป่ยเยี่ย' ในชุดฉลองพระองค์ัสีเหลืองอร่ามก็ก้าวเดินเข้ามา โดยมี 'เจาหยวนฮองเฮา' เสด็จตามมาเื้ั
อวิ๋นตั๋วตั๋วได้ยินความเคลื่อนไหวจึงหันหน้าไปมอง มากันครบเชียว คราวนี้ล่ะครึกครื้นแน่!
แตกต่างจากชุดที่ฮองเฮาสวมใส่มาทูลขอประทานอภัยโทษเมื่อหลายวันก่อน วันนี้ฮองเฮาทรงแต่งพระองค์ได้อย่างงดงามและเหมาะสม พระนางสวมฉลองพระองค์กระโปรงปักลายร้อยปักษาประดับมุกสีชมพูอ่อน บนศรีษะประดับด้วยปิ่นเงินเตี่ยนชุ่ยลวดลายแมลงประดับมุกอันประณีตงดงาม ที่เอวผูกหยกประดับสีเขียวมรกตลายเถาวัลย์ดอกไม้ ทั้งหางตาและคิ้วล้วนเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้พระนางดูสง่างามและมีชีวิตชีวายิ่งนัก
อวิ๋นตั๋วตั๋วเบิกตากลมโตจ้องมองฮองเฮา พอได้มองอย่างละเอียดเช่นนี้ หากฮองเฮาไม่เปิดปากด่าทอผู้ใด นางก็ทรงเป็สตรีที่งดงามและเพียบพร้อมไปด้วยกิริยามารยาทผู้หนึ่ง ในนิยายเขียนบรรยายไว้ไม่ผิดเลยจริง ๆ วังหลังคือสถานที่คัดเลือกหญิงงามจากทั่วสารทิศ แต่ละคนล้วนมีความงามอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว
"ฝ่าาเสด็จมาแล้ว! หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าา ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ!"
เฉินเฟยผู้มีริมฝีปากแดงระเรื่อและฟันขาวสะอาด ทันทีที่เห็นอวิ๋นเป่ยเยี่ยเดินเข้ามา นางก็แย้มยิ้มอย่างเย้ายวน
"หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าา ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ!"
ใบหน้าของเต๋อเฟยแดงซ่านเล็กน้อย นางช้อนสายตามองอวิ๋นเป่ยเยี่ยด้วยท่าทีขวยเขินเอียงอาย
อวิ๋นตั๋วตั๋วสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของพวกนางแล้วก็ถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ในที่สุดนางก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า การมีวังหลังเช่นนี้ มิน่าเล่าเหล่ากษัตริย์ถึงได้ละทิ้งการประชุมขุนนางตอนเช้า! ทั้งเฉินเฟยและเต๋อเฟยผู้นี้ ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่างจริง ๆ !
อวิ๋นเป่ยเยี่ยเดินเข้ามาภายในตำหนักโซ่วชาง ทันทีที่ก้าวเข้ามา เขาก็ได้กลิ่นฉุนของแป้งหอมหลากชนิดที่ผสมปนเปกันจนเตะจมูก เมื่อเห็นบรรดาพระสนมที่แต่งกายสีสันฉูดฉาดนั่งอยู่เคียงข้างไทเฮา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเองอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
อวิ๋นเป่ยเยี่ยอ้าปากตรัสอะไรบางอย่าง ทว่าชั่วขณะนั้นกลับนึกไม่ออกว่าพระสนมทั้งสองนางนี้มาจากตำหนักใดและมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร
"สนมรักทั้งสองลุกขึ้นเถิด" อวิ๋นเป่ยเยี่ยทำท่าประคองพระสนมทั้งสองที่กำลังค้อมกายทำความเคารพให้ลุกขึ้น
"ทูลฝ่าา พระสนมเฉินเฟยและพระสนมเต๋อเฟยก็เพิ่งเสด็จมาถึงเช่นกันเพคะ ตรัสว่าจะมาเยี่ยมเยียนองค์หญิงน้อย ก่อนหน้านี้องค์ชายรองและองค์ชายสามก็เป็ผู้ช่วยชีวิตองค์หญิงน้อยไว้ที่ตำหนักโซ่วชางแห่งนี้แหละเพคะ" แม่นมจางลอบสังเกตสีหน้าของอวิ๋นเป่ยเยี่ย จึงเอ่ยเตือนความจำอย่างนุ่มนวล
อวิ๋นเป่ยเยี่ยมีสีหน้ากระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที "ล้วนเป็ลูกชายที่ดีของข้าทั้งนั้น! สนมรักทั้งสอง ช่างอบรมสั่งสอนลูกได้ดีจริง ๆ !"
"การปกป้องความปลอดภัยขององค์หญิงน้อยในครั้งนี้ กล่าวได้ว่า 'อี้จ้ง' ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ ในบรรดาองค์ชายทั้งหมด เกรงว่าคงจะมีเพียงอี้จ้งเท่านั้นที่สามารถทำเื่เช่นนี้ได้เพคะ"
เฉินเฟยที่อยู่ด้านข้างเอ่ยพลางแย้มยิ้ม นางพูดจาอ้อมค้อมเพื่อโอ้อวดว่าบุตรชายของตนแสนดีเพียงใด โดยหวังว่าจะดึงดูดความสนใจจากฮ่องเต้
"เฉินเฟยเอ๋ย คำพูดเหล่านี้ อย่าได้เอ่ยจนเกินจริงนักเลย เมื่อหลายวันก่อน 'อี้ซู' ยังมาอ่านนิทานให้องค์หญิงน้อยฟังอยู่เลย ข้ายังไม่เคยได้ยินเลยนะ ว่าอี้จ้งจะใส่ใจองค์หญิงน้อยถึงเพียงนี้!"
เต๋อเฟยขัดขึ้น พลางปรายตามองเฉินเฟยด้วยหางตา เฉินเฟยเบ้ปากด้วยท่าทีไม่แยแส
[นางผู้หญิงเหม็นเน่าอย่างเ้า มีหน้ามานินทาว่าร้ายแย่งชิงความโปรดปรานกับข้าเชียวหรือ?]
[นางแพศยา! ดีแต่วางท่าทางมารยาจิ้งจอกเพื่อยั่วยวนฝ่าาน่ะสิ!]
อวิ๋นตั๋วตั๋วนอนฟังพระสนมทั้งสองก่นด่าทักทายบรรพบุรุษของอีกฝ่ายอยู่ภายในใจ
ทางด้านเจาหยวนฮองเฮา นางรินชาถวายแด่ไทเฮา จากนั้นจึงประทับนั่งลงเยื้องไปทางด้านหลัง นางแทะเมล็ดแตงโมไปพลาง ทอดสายตาดูเื่สนุกของพระสนมทั้งสองที่กำลังโต้เถียงกันไปพลาง โดยไม่ได้รู้สึกว่านี่เป็เื่ใหญ่โตอันใด
แทะไปแทะมา จู่ ๆ นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงลุกขึ้นเดินไปหาอาเซียง แย้มยิ้มมองอวิ๋นตั๋วตั๋ว ก่อนจะหยิบกล่องเครื่องประดับเคลือบแก้วฝังหยกออกมาแกว่งไปมาตรงหน้าอวิ๋นตั๋วตั๋ว แล้วจึงยัดมันเข้าไปในผ้าห่มผ้าฝ้ายปักลายที่ห่อหุ้มตัวเด็กน้อยอยู่
ว้าว กล่องเครื่องประดับใบนี้ดูสวยงามมากทีเดียว!
ั์ตาของอวิ๋นตั๋วตั๋วเป็ประกายวิบวับ เครื่องประดับของฮองเฮาย่อมต้องเป็ของคุณภาพชั้นเลิศอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็หยกงามจากอวิ๋นหนาน ไข่มุกจากทะเลใต้ มรกตจากดินแดนเหนือ อัญมณีจากซีหนิง
อวิ๋นตั๋วตั๋วรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง ตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบัน นางก็เป็พวกชื่นชอบของมีค่าอยู่แล้ว เวลาเห็นอัญมณีสีแดง สีฟ้า สีเหลืองเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ นางก็อยากจะมันไปเสียหมด กล่องเครื่องประดับใบนี้จะต้องกลายเป็ทรัพย์สมบัติก้อนแรกของนางเป็แน่
ทันใดนั้นนางก็นึกขึ้นได้ ท่านพ่อฮ่องเต้ออกจะร่ำรวยมหาศาลถึงเพียงนี้ ไม่เห็นจะสั่งทำกุญแจมงคลอายุยืนหรือของเช่นนั้นให้นางบ้างเลย?
"ลูกสาวเอ๋ย ของพวกนี้ล้วนเป็แบบที่กำลังเป็ที่นิยม ซึ่งแม่ตั้งใจคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็ปิ่นระย้าลายผีเสื้อ ปิ่นหยกขาวประดับมรกต รอให้เ้าโตขึ้นแล้วค่อยลองสวมดูนะ! ที่ตำหนักของแม่ยังมีของพวกนี้อีกเยอะ รอให้เส้นผมของเ้างอกยาวออกมาเมื่อใด ค่อยไปเลือกเอาตามใจชอบเลย!"
ใบหน้าของอวิ๋นตั๋วตั๋วที่เดิมทีเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มาบัดนี้กลับแข็งค้างไปเล็กน้อย
ใช่สิ ตอนนี้นางยังไม่มีแม้แต่เส้นผม ต่อให้ได้มาก็คงต้องเก็บไว้ก่อน
"อะแฮ่ม! ฮองเฮา สนมรัก พวกเ้ากลับไปพักผ่อนกันก่อนเถิด ข้ายังมีเื่ต้องคุยกับเสด็จแม่" อวิ๋นเป่ยเยี่ยเห็นว่าสถานการณ์ค่อนข้างน่าอึดอัด เขาจึงกระแอมเบา ๆ แล้วออกคำสั่งไล่แขก
เฉินเฟยและเต๋อเฟยต่างฝ่ายต่างถลึงตาใส่กัน ก่อนจะย่อกายทำความเคารพ "หม่อมฉันทูลลาเพคะ"
เจาหยวนฮองเฮาเองก็เสด็จออกจากตำหนักโซ่วชางไปเช่นกัน
่เที่ยง อวิ๋นเป่ยเยี่ยเสด็จไปที่ตำหนักโซ่วชางเพื่อร่วมเสวยพระกระยาหารกลางวันกับไทเฮา
"อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันคัดเลือกองครักษ์ให้ตั๋วตั๋วแล้ว เ้าต้องคัดเลือกให้ดีเล่า" ไทเฮาตรัสในขณะที่กำลังเสวยน้ำแกง
"พ่ะย่ะค่ะ ลูกย่อมต้องทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ หากคำนวณจากระยะทางการเดินทางแล้ว ตระกูลจินก็ใกล้จะถึงเมืองหลวงเต็มที เมื่อถึงเวลานั้น ก็ให้ครอบครัวของพวกเขาเข้ามาพักอาศัยในวังก่อนก็แล้วกัน"
"เ้าจงไปตระเตรียมการให้ดีเถิด อีกไม่กี่วันข้าจะต้องเดินทางไปที่วัดว่านฝูเสียหน่อย ในตอนนั้นข้าได้อธิษฐานขอร้องต่อ์ ขอให้ประทานองค์หญิงน้อยมาให้ข้าสักองค์ บัดนี้ความปรารถนาได้กลายเป็จริงแล้ว ปล่อยให้ล่วงเลยมาเสียนาน ข้าสมควรที่จะต้องไปแก้บนเสียที"