ค่ำคืนมืดมิด
เซียวจิ่วเอ๋อร์มองเด็กน้อยที่นอนหลับทั้งวันด้วยความเหลือเชื่อ พอเ้าตัวตื่นขึ้นมาก็ะโเอะอะว่าอยากกินเนื้อ นางได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ
“นึกว่าเ้าจะนอนจนถึงเช้า ข้าคิดผิดเสียแล้ว”
“ทำไมต้องให้ข้านอนจนถึงเช้าด้วยล่ะ”
ซิงซิงขยี้ตาด้วยความง่วงงุน ใบหน้าขาวนวลของเขายังดูงัวเงียอยู่มากราวกับนอนไม่เต็มอิ่ม
เขาะโลงจากเตียง ก่อนจะวิ่งมาหาเซียวจิ่วเอ๋อร์ พร้อมยื่นมือเล็กๆ มาหานางพลางพูดเสียงอ้อน
“จิ่วเอ๋อร์ ข้าหิว…”
“เ้าหิวแน่น่อน นอนมาทั้งวันไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา” เซียวจิ่วเอ๋อร์ลูบพุงน้อยๆ ของเขา ก่อนกล่าวต่อ “อดทนรออีกสักหน่อย ข้าทำธุระเสร็จเมื่อไหร่จะพาเ้าไปกินข้าวเอง”
“ก็ได้” ซิงซิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย ดวงตากลมโตมองไปที่โต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยขวดและกระปุกต่างๆ อย่างสงสัย
“จิ่วเอ๋อร์ เ้ากำลังทำอะไรอยู่”
“แปลงโฉมยังไงล่ะ”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ปลอบเด็กน้อยไปพลาง ในขณะเดียวกันก็แปลงโฉมตนเองให้กลายเป็เซียวหรันมือเป็ระวิง
ค่ำคืนมืดมิด ลมพัดโหมกระหน่ำ ช่างเหมาะกับการลักขโมยและวางแผนก่อความวุ่นวายยิ่งนัก
คืนนี้นางจะกลับไปที่จวนสกุลเซียวเพื่อก่อเื่ให้สาสม แต่ไม่คิดจะใช้ใบหน้าของตนเองเป็อันขาด
เซียวเฟิ่งเอ๋อร์าเ็สาหัสใน่กลางวัน นางคงยังไม่ฟื้นตัวในเร็ววัน ดังนั้นเซียวหรันจึงกลายเป็เป้าหมายที่เหมาะที่สุด
เด็กน้อยซิงซิงมองดูใบหน้าของเซียวจิ่วเอ๋อร์ที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปอย่างน่าทึ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ก่อนจะตบมือด้วยความตื่นเต้น
“จิ่วเอ๋อร์เก่งที่สุดเลย! ข้าอยากแปลงโฉมด้วย! แปลงข้าให้เป็เด็กผู้หญิงทีสิ!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ นางเกือบจะถามเขาแล้วว่าแปลงโฉมเป็เด็กผู้หญิงแล้วจะทำอะไร แต่ยังไม่ทันได้พูด รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันหายไป
ดวงตาของนางเปล่งประกายคมกริบเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ก่อนหันไปมองประตูห้องด้วยแววตาดุดัน
ซิงซิงเองก็ได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านนอกเช่นกัน เ้าตัวเล็กทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ พลางกำหมัดเล็กๆ แน่นราวกับอยากจะไปอัดใครสักคน
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด ดวงตาของเซียวจิ่วเอ๋อร์จับจ้องไปที่ประตูด้วยความระมัดระวังพร้อมที่จะสู้ทันที
ผ่านไปชั่วครู่ ประตูด้านนอกก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ แต่ขณะที่นางกำลังสงสัยอยู่นั้น จู่ๆ กลิ่นของยาสลบก็ลอยเข้ามาจากรอยแยกประตู
นางรู้ทันทีว่านั่นคือกลิ่นอะไร เซียวจิ่วเอ๋อร์กลอกตามองบนอย่างดูแคลน
นางคลุกคลีกับสมุนไพรและยาั้แ่ยังเล็ก มีทั้งยาพิษนับพันและสมุนไพรวิเศษนับหมื่น ทำให้นางมีภูมิคุ้มกันต่อพิษชนิดต่างๆ
นางยกมือขึ้นปิดจมูกและปากของซิงซิงเอาไว้ เพราะกลัวว่าเด็กน้อยจะได้รับผลกระทบจากยาสลบ ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้นางประหลาดใจไม่น้อย
ซิงซิงเบิกตาโตเป็ประกาย ขณะที่มุมปากเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“จิ่วเอ๋อร์” ซิงซิงโอบคอเซียวจิ่วเอ๋อร์พลางกระซิบข้างหูนางด้วยเสียงเบาราวกับจะให้ได้ยินกันแค่สองคน
“พอคนร้ายเข้ามาแล้ว เราจัดการตีมันให้สลบ แล้วถอดเสื้อผ้ามันโยนออกไปข้างนอกดีไหม”
เซียวจิ่วเอ๋อร์แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ นางถามกลับด้วยน้ำเสียงขบขัน “แผนการเ้าชั่วร้ายถึงเพียงนี้เชียว”
“อืม...ข้าไม่ชั่วร้ายนะ ข้าเป็เด็กดีต่างหาก” เ้าตัวเล็กทำเสียงอ้อนพลางกะพริบตาปริบๆ ใส่นาง
เขาคิดว่าเซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่ชอบท่าทางแบบนี้ของเขา จึงหดคออย่างว่าง่าย แล้วซุกตัวพิงอกของนางอย่างเงียบเชียบ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เซียวจิ่วเอ๋อร์หัวเราะพลางหยิกหูเล็กๆ ของเขา แล้วส่งสายตาเป็เชิงบอกให้ไปยืนรอที่มุมห้อง
ซิงซิงทำตามคำสั่งทันที
เมื่อเขาวิ่งไปถึงมุมห้อง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับมีชายร่างอ้วนท้วม หน้าตาน่าเกลียดคนหนึ่งก้าวเข้ามา
เมื่อเซียวจิ่วเอ๋อร์เห็นคนที่เข้ามาก็ชะงักไปเล็กน้อย
นางคิดว่าคงเป็คนของตระกูลเซียวที่มาหาเื่ แต่ที่ไหนได้กลับเป็คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก
“อ๊ะ! ทำไมเป็เ้า!”
พอเจี่ยเจิ้งชูที่พรวดพราดเข้ามาในห้องเห็น ‘เซียวหรัน’ นั่งอยู่ตรงโต๊ะก็หยุดชะงักกลางคัน ทั้งยังหงุดหงิดจนกระทืบเท้าด้วยความโมโห
“จิ่วเอ๋อร์อยู่ไหน! เ้าไม่ได้บอกข้าว่านางจะรอข้าอยู่ที่นี่หรอกหรือ!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อจับได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจึงเล่นตามน้ำพลางพูดว่า “จิ่วเอ๋อร์เพิ่งออกไปข้างนอก ประเดี๋ยวคงกลับมาแล้ว”
“งั้นเ้าก็รีบไปจากที่นี่ซะ! อย่ามาขวางทางข้ากับจิ่วเอ๋อร์ที่จะได้นอนด้วยกัน!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์สังเกตเห็นว่าท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความโง่เง่า และเมื่อพยายามนึกย้อน นางก็จำเื่ราวเกี่ยวกับชายคนนี้ได้ในที่สุด
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
ยาสลบนั่นเป็แผนของเซียวหรันและคนที่คิดแผนก็คือเซียวหรันเช่นกัน
หากคาดการณ์ไม่ผิด พรุ่งนี้เช้าเซียวหรันจะต้องพาผู้คนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาในห้องนี้อย่างแน่นอน
หากนางอยู่บนเตียงร่วมกับเจี่ยเจิ้งชู ต่อให้มีปากเป็ร้อย นางก็จะไม่มีทางอธิบายให้ใครฟังได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลเจี่ยเป็ตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวยและทรงอิทธิพลในเมืองหลวงมากทีเดียว ส่วนทางตระกูลเซียวก็ไม่มีทางยอมทะเลาะกับตระกูลเจี่ยเพียงเพราะนางที่ถูกมองว่าเป็ขยะไร้ค่าแน่นอน
เซียวจิ่วเอ๋อร์แค่นยิ้มเ็าก่อนลุกยืน เดินตรงไปหาเจี่ยเจิ้งชู นางคว้าคอเสื้อของเขาไว้แล้วปล่อยหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ท้องเต็มแรง
เจี่ยเจิ้งชูที่ไม่ทันตั้งตัวทรุดลงพื้นด้วยความเ็ป รสคาวเืเอ่อท้นในปาก แต่ยังไม่ทันได้พ่นออกมาก็ถูกเซียวจิ่วเอ๋อร์กระชากเสื้อเอาไว้แล้วกระซิบเสียงเ็า
“อย่าได้กล้าพ่นเืออกมา เดี๋ยวห้องของข้าจะเปรอะเปื้อนเสียเปล่าๆ”
จากนั้นซิงซิงที่รออยู่ที่มุมห้องก็กระโจนเข้ามาพร้อมเตะเข้าไปที่หลังของเจี่ยเจิ้งชูเต็มแรง จนร่างของเขาล้มคว่ำกับพื้น
เสียงดังสนั่น
“บังอาจมารังแกจิ่วเอ๋อร์ ข้าจะฆ่าเ้า!”
เสียงเล็กๆ ที่ยังมีความไร้เดียงสาปนอยู่ฟังดูน่ารัก แต่คำพูดนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
ซิงซิงมองเจี่ยเจิ้งชูด้วยแววตาเกรี้ยวกราด เขาหยิบมีดสั้นขึ้นมาเตรียมจะปักลงที่ลำคอของเจี่ยเจิ้งชู
แต่ยังไม่ทันได้ทำ เซียวจิ่วเอ๋อร์ก็รีบคว้ามือของเขาเอาไว้ ก่อนดึงเ้าตัวเล็กไปยืนหลบอยู่ด้านหลัง
ปลายมีดคมกริบจ่ออยู่ห่างจากลำคอของเจี่ยเจิ้งชูเพียงไม่กี่คืบเท่านั้น
เซียวจิ่วเอ๋อร์ถอนหายใจเมื่อเห็นคราบเปียกชื้นที่พื้นใต้ร่างของเจี่ยเจิ้งชู
“ปัสสาวะราดไปแล้วสินะ...สุดท้ายห้องก็เลอะจนได้”
“จิ่วเอ๋อร์! ทำไมเ้าไม่ให้ข้าฆ่าเขา!” ซิงซิงหันมาถามอย่างหัวเสีย ใบหน้าน้อยๆ บึ้งตึงไม่พอใจ
“เขาจะวางยาสลบเ้า แล้วยังคิดจะรังแกเ้าอีกนะ! ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวของเขาก็ขำ ก่อนจะเชยคางเล็กๆ ของซิงซิงพลางกล่าวว่า
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยให้ใครมารังแกง่ายๆ หรอก”
“ฮือ พวกเ้ารังแกข้า! ข้าจะกลับไปบอกท่านพ่อ ให้ท่านพ่อฆ่าพวกเ้าให้ได้!”
เจี่ยเจิ้งชูถูกเซียวจิ่วเอ๋อร์เหยียบไว้จนลุกไม่ขึ้น ได้แต่ร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางขู่ฟ่อออกมา
เซียวจิ่วเอ๋อร์ก้มมองเขาด้วยสายตาเ็าไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ
นางคิดแผนการบางอย่างออกจึงย่อตัวนั่งยองๆ แล้วกระชากผมของเจี่ยเจิ้งชูขึ้นมาบังคับให้เขาสบตากับนางตรงๆ
เจี่ยเจิ้งชูทำหน้าหวาดกลัวและพยายามขัดขืน แต่ไม่นานเขาก็จมดิ่งลงไปในดวงตาคู่งามของนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ดวงตาของเซียวจิ่วเอ๋อร์แปรเปลี่ยนจากสีดำเป็สีแดงคล้ายกับว่ามันมีแรงดึงดูดอันไร้ขีดจำกัด
เจี่ยเจิ้งชูจ้องมองนางด้วยดวงตาเหม่อลอย ใบหน้าไร้อารมณ์ราวกับจิตใจของเขาถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น ในหัวของเขาขาวโพลน ไร้ซึ่งความคิดใดๆ นอกจากเสียงของนางเท่านั้น
เซียวจิ่วเอ๋อร์เอ่ยคำสั่งเสียงแ่เบาทว่าเด็ดขาด แล้วถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
“จำได้ไหม”
เจี่ยเจิ้งชูพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“จากนี้เ้าจะไม่สนใจเซียวจิ่วเอ๋อร์อีกต่อไป เ้าสนใจแต่เซียวหรันเท่านั้น เข้าใจหรือไม่”
เจี่ยเจิ้งชูพยักหน้าอีกครั้งด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
“งั้นก็นอนได้แล้ว”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ดีดนิ้วดังเป๊าะ เพียงเท่านั้นศีรษะของเจี่ยเจิ้งชูก็เอนพับไปข้างหนึ่ง หลับสนิทในทันที
นางยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหันมาทางซิงซิงแล้วยกคิ้วพลางยิ้มเ้าเล่ห์
“ไปกันเถอะ พวกเราจะพาเขาไปส่งที่จวนสกุลเซียว แล้วฝากไว้ให้เซียวหรันดูแลอย่างดี”
ในเมื่อพี่สาวคนดีของนางใจร้ายกับนางถึงเพียงนี้ ก็อย่าได้โทษว่านางไร้ซึ่งความปรานีเลย
เซียวจิ่วเอ๋อร์แบกเจี่ยเจิ้งชูกลับไปยังจวนสกุลเซียว มุ่งตรงไปยังเรือนพักของเซียวหรัน
คืนนี้เซียวหรันตั้งใจจะเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะกะจะตื่นไปโรงเตี๊ยมแต่เช้า ซึ่งไม่รู้เลยว่าโชคชะตากำลังจะเล่นตลกกับตนเอง
เซียวจิ่วเอ๋อร์หยิบเอายาสลบที่ยังเหลือจากตัวเจี่ยเจิ้งชูออกมาจุดไฟเผาเพื่อให้กลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้อง
ไม่นานนัก ทุกคนในเรือนก็ดิ่งลึกลงไปในห้วงนิทรา
นางแบกเจี่ยเจิ้งชูเข้าไปวางลงบนเตียง พร้อมกับจับเขานอนแหมะไว้ข้างๆ เซียวหรันอย่างเรียบร้อย
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น นางก็จับมือซิงซิงเดินออกจากห้องพัก
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์เสี้ยวที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน เซียวจิ่วเอ๋อร์ก็ถอนหายใจยาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงปลงตกว่า “นี่ละหนาที่เขาว่าคนดีมักถูกรังแก คนดีอย่างข้าถึงจำต้องร้าย”
ซิงซิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบใจ
เซียวจิ่วเอ๋อร์ก้มมองเขาด้วยความสงสัย ก่อนถามขึ้นว่า “เ้าหัวเราะอะไร”
“เ้าร้ายกาจนัก ร้ายเหมือนกับข้าไม่มีผิด!”