เสียงลมพายุหวีดหวิวถูกเสียงกีบม้ากระทบพื้นหินดังรัวเร็วแทรกเข้ามาอย่างฉับพลัน กระทั่งเสียงหอบหายใจของคนยังได้ยินแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงไหน ท่ามกลางบรรยากาศที่ขุ่นมัว สองสามีภรรยาบนหลังม้าศึกที่โชกเื กำลังหนีจากการไล่ล่าของเงามรณะอย่างไม่คิดชีวิต หญิงสาวกอดกระชับห่อผ้าแพรสีม่วงแนบอกแน่น นางััถึงพลังชีวิตในห่อผ้าในใจรู้ดีว่าม้าตัวนี้ไม่อาจพาพวกเขารอดไปได้ทั้งหมด
หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือเกือบจะร้องไห้ "เราไปต่อไม่ไหวแล้ว... ลูกแม่..." นางมองฝ่าพายุหิมะไปข้างหน้า แต่ไม่พบเห็นอันใด นางก้มหน้าลงด้วยสีหน้าที่หมองเศร้ากว่าเดิม เสียงชายหนุ่มที่อ่อนระโหยโรยแรง ดังขี้น "ตรงนั้นข้าเห็นเงาศาลเ้าราง ๆ เราจะซ่อนบุตรของเราไว้ที่นั่น จากนั้นค่อยเรียกความสนใจพวกมันแล้วล่อพวกมันไปทางหน้าผา... เร็วเข้า!"
เสียงพายุหิมะดังหวีดหวิวสะท้อนไปในอากาศกลบเสียงต่าง ๆ ไปจนหมดสิ้น จากนั้นเป็เสียงม้าควบออกไปตามซอกผา้า เสียงม้ากลุ่มหนึ่งวิ่งผ่านศาลเ้าร้างตามหลังไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ความอบอุ่นที่ทารกน้อยได้รับกลับหายไปสร้างความเหน็บหนาวให้กับเขาจนต้องส่งเสียงร้องไห้จ้าออกมาแต่ถูกกลบไว้ด้วยเสียงลมพายุที่โหมหนักกว่าเดิม
เวลาผ่านไปหลายเค่อทารกน้อยถูกทิ้งไว้พร้อมกับปิ่นหยกัขาวในศาลเ้าเก่าคร่ำครึ ท่ามกลางความมืดมิด ชายชราผู้หนึ่งเดินฝ่าพายุเข้ามา เขาคือ "ผู้าุโิ" แห่งสำนักอินอวิ๋นซง หลังจากปลดผ้าโพกศีรษะที่เต็มไปด้วยหิมะลงมา ก็เดินไปหยุดที่รูปปั้นเทพเ้าซ่างตี้ เขาจุดตะเกียงที่นำมาจนภายในศาลเ้าสว่างไสวขึ้น ตัดกับบรรยากาศหิมะตกหนักที่เบื้องนอก
ทารกน้อยร้องไห้จนเหน็ดเหนื่อย จึงหลับไป แต่พอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ส่งเสียงร้องไห้จ้าออกมาอีกครั้ง ผู้าุโิเงี่ยหูฟังพลางเดินอ้อมรูปปั้นเล่าจื้อที่อยู่ข้างเทวรูปซ่างตี้ไปทางด้านหลัง เหลี่ยมผ้าปักดิ้นทองที่ห่อนหุ้มทารกน้อยสะท้อนแสงวูบวาบ เขากล่าวด้วยเสียงที่ชราและอ่อนโยนว่า "เอ๊ะ ... เ้าหนูน้อย ใครเอาเ้ามาทิ้งไว้ หือ …..นี่ผ้าแพรไหมม่วงลายเมฆา....” ชายชราส่งเสียงจุปาก แล้วว่า“ชาติกำเนิดเ้าคงไม่ธรรมดา แต่ชะตากรรมช่างโหดร้ายนัก มาเถิด... ข้าจะพาเ้าไปจากที่นี่"
ผู้าุโิหยุดยืนที่หน้าประตูไม้เล็กน้อยก่อนผลักประตูเข้าไป
ลมหิมะภายนอกยังคงหนาหนัก แว่วเสียงคนถกเถียงกันในห้องโถง ผู้าุโจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า "รับไว้ไม่ได้! หากเป็เช่นที่ท่านว่า เด็กคนนี้คือตัวหายนะ! หากพยัคฆ์ทมิฬรู้เข้า สำนักเราจะถูกกวาดล้าง!"
เ้าสำนักหลี่มองดูทารกในห่อผ้าด้วยสีหน้าสงบและเมตตา ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า "แต่เราคือนักพรต... จะปล่อยให้เด็กตาดำๆ ตายกลางหิมะได้หรือ?"
หลังจากการถกเถียงอันยาวนานตลอดค่ำคืน ในที่สุดมติก็ถูกตัดสินโดยเ้าสำนักหลี่ "เราจะเลี้ยงเขาไว้... แต่เขาจะไม่มีตัวตน เขาจะได้ชื่อว่า 'หลินหยวน' เป็เพียงศิษย์นอกใช้แรงงาน ห้ามฝึกยุทธ์ ห้ามออกจากเขตท้ายสำนัก... จงซ่อนเขาให้ลึกที่สุดในเงามืด"
ผู้าุโิรับคำสั่งนำทารกเข้าสู่ส่วนหลังของสำนัก