เสียงพูดคุยจอแจเงียบลงเมื่อใครบางคนปรากฏตัวขึ้น เสวี่ยฉินที่กำลังกินอาหารอยู่ก็ต้องวางมันลง กลุ่มคนพวกนั้นแทรกตัวเข้าไปนั่งบนโต๊ะว่าง ััแรกบอกได้ว่าพวกเขาอันตราย
“น...นั่นมันใครกันหรือ?”
“ท่าทางน่าหวั่นเกรงนัก หรือหมู่บ้านเราจะต้องเข้าสู่ยุทธภพจริงอย่างว่า”
“ข้าว่าไม่หรอก พุทธองค์หลี่จิ้งหยางไม่มีทางแปรเปลี่ยน ท่านตั้งมั่นใจหนทางธรรมหนักแน่น” เสียงกระซิบของผู้คนที่นั่งอยู่ไม่ไกลมากนัก ดังแทรกเข้ามาในหูของเสวี่ยฉิน เขาคือหนึ่งในใต้หล้าที่หวังให้ทุกอย่างสงบสุข นำเคล็ดวิชากลับคืนสำนักอย่างที่ตั้งใจ
“รับอะไรดีหรือขอรับ”
“เอาเหล้ามาก็แล้วกัน ข้าคิดถึงเหล้าชั้นยอดจนอดรนทนไม่ไหว”
“ขอรับๆ”
เถ้าแก่รับคำแล้วก็รีบเดินไปสั่งให้ลูกน้องเอาเหล้ามา ั์ตาของชายผู้นั้นมองไปโดยรอบด้วยความสนใจ ลูกน้องที่นั่งอยู่ด้วยนั้นต่างปิดหน้าทั้งหมด เสวี่ยฉินเชื่อในสังหรณ์ของตนว่าคนผู้นี้ ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
“คาราวะท่านผู้าุโ คาราวะท่านเ้าสำนัก”
ไจ๋เซิ่งเ้าสำนักกาขาวแวะเวียนมาอีกครั้ง หลังพูดคุยหารือในเื่คราวก่อน เห็นว่าเ้าสำนักเทียนฉีปักหลักอยู่ที่นี่ไม่ยอมกลับสำนักเทียนฉี จึงหาโอกาสเหมาะสมแวะเวียนมา และคราวนี้ยังได้พบเจอกับผู้าุโเสวี่ยซาง จอมยุทธ์มือหนึ่งของใต้หล้าอีกด้วย
“สบายดีนะ”
“ขอรับผู้าุโ ข้านั้นสุขสบายดีเพราะสำนักเทียนฉีของท่าน”
“พี่เซิ่ง อย่าอวยนักเลย” เสวี่ยฉินอดแซวขึ้นมาไม่ได้ เ้าสำนักกาขาวเป็คนที่สุภาพ และอ่อนน้อมถ่อมตนเป็อย่างมาก เพราะแบบนี้จึงถือเป็แขนซ้ายของสำนักเทียนฉี มีความสำคัญมากในการพยุงสำนักให้อยู่เหนือเป็ที่หนึ่งตลอดกาล
“เห็นว่าพวกท่านยังไม่กลับสำนักเทียนฉี มีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลือก็บอกได้เลย อย่าเกรงใจกัน”
“ไม่มีอะไรหรอก จะมีก็แต่พ่ออย่างข้าที่คิดถึงลูกชาย” เสวี่ยซางตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มน้อย
“อีกวันสองวันท่านพ่อก็จะกลับแล้ว ส่วนข้านั้นอยากอยู่พักผ่อนเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย”
“เช่นนั้นท่านเ้าสำนักไปพักที่สำนักกาขาวดีหรือไม่? ที่นั่นสะดวกสบายกว่านี้มาก”
“ขอบคุณพี่เซิ่งมาก แต่ข้าชอบที่นี่เสียแล้ว”
เ้าสำนักกาขาวลอบยิ้มน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบของเด็กหนุ่ม เสวี่ยฉินชาญฉลาดมากพอที่จะไม่ทำตัวฝักใฝ่เข้ากับฝ่ายใด หลังจากที่เขาตามสืบเื่ของสองพ่อลูกมาสักระยะ ก็พบว่ามีบางสิ่งบางอย่างในวิหารระฟ้าที่สองพ่อลูกนี้้า
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางซุกซ่อนอะไรไว้กันแน่! วันก่อนก็ได้ยินว่าเผ่ามารบุกวิหารระฟ้า ตอนนี้เสน่ห์เนื้อหอมที่ทั้งยุทธภพรุมจีบ คงไม่พ้นวิหารระฟ้าของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง
“เด็กหนุ่มก็แบบนี้ไจ๋เซิ่ง เ้าอย่าไปถือสาเอาความเลย”
“ข้าเข้าใจขอรับผู้าุโ”
เสวี่ยซางเองก็ไม่ต่างกับคนเป็ลูกชาย ไม่ว่าน้ำมันจะขุ่นมัวมากเพียงใด เขาก็จะกวนให้มันใสสะอาดชะล้างความสกปรก เสวี่ยฉินผู้นี้จึงกลายเป็เด็กหนุ่มที่น่ากลัว มีบิดาหนุนหลังคอยตามเช็ดทุกอย่างจนหาร่องรอยไม่พบแม้แต่เงา
สักพักใหญ่ไจ๋เซิ่งก็ขอตัวลากลับ เสวี่ยฉินสั่งให้หลงเย่าคอยตามติดชายผู้นั้น มีกลิ่นไอของมนต์ดำแผ่ซ่านจนเสวี่ยฉินััถึงมันได้ ใบหน้าเฉยเมยราวกับซากศพนั้นเดินผ่านเลยไป
ผู้ครองมนต์ดำเพิ่มมาอีกหนึ่ง เกี่ยวข้องกับวิหารระฟ้าอย่างนั้นหรือ!
“มีอะไรหรือเสวี่ยฉิน”
“ยังไม่แน่ใจเหมือนกันท่านพ่อ ไว้ข้าจะบอกหลังจากที่สืบจนแน่ชัดแล้ว”
“่นี้อย่าเพิ่งเสี่ยง ข้าอยากให้เ้าใจเย็นเข้าไว้” เสวี่ยซางเอ่ยเตือนบุตรชายของตน หลังจากที่ตนจะต้องกลับสำนักเทียนฉีไปก่อน ทางนี้ก็ปล่อยให้ลูกชายคอยจัดการไปพลางๆ
เยว่ชิงคิดว่ารออยู่ในห้องชำระจิตไปก็ไม่มีประโยชน์ จื่อหลิงหายตัวไปไม่มีใครหาเขาพบ ทั้งที่เจ็บหนักขนาดนั้นแต่กลับฟื้นตัวเร็วจนน่าใ ส่วนเื่ในอดีตที่ผ่านมาของพุทธองค์นั้นหนักหนาอยู่ไม่ใช่น้อย ศัตรูล้อมกายของหลี่จิ้งหยางเต็มไปหมด
“พุทธองค์ ข้าน้อยขอออกไปดูรอบวิหารสักหน่อยได้หรือไม่? ข้าน้อยเป็ห่วงจื่อหลิง”
“...”
“ถึงเขาจะเป็มาร แต่เวลานี้จื่อหลิงเจ็บหนักมาก ข้าน้อยคิดว่าเขาน่าจะไปไหนไม่ไกล” เยว่ชิงเดาจากอาการของจื่อหลิงเมื่อวันก่อน สภาพปางตายเช่นนั้นต่อให้เป็เทพก็คงเดินเหินไม่ไหว น่าแปลกที่เหตุใดจื่อหลิงจึงหายตัวไป หรือเขาคิดกลับไปหาผู้เป็พี่ชายอย่างเว่ยหนาน
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางไม่ตอบรับกลับมา ดวงตานั้นปิดสนิทและอยู่ในอาการที่สงบนิ่ง คงอยู่ในฌานสมาธิของตนเอง หากรอเวลาก็เกรงว่าจะสายจนตาจื่อหลิงไม่ทัน
สองขาของเยว่ชิงก้าวออกจากห้องชำระจิต โดยไม่สนใจว่าพุทธองค์จะอนุญาตหรือไม่ ทว่าด้านนอกที่ควรมีเสียงเจื้อยแจ้วอ่านตำราของศิษย์ กลับเงียบเชียบได้ยินเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่าน วิหารระฟ้าแห่งนี้เหลือเพียงเศษซาก ด้านนอกมีเสียงสายฟ้าอสนีบาตฟาดลงมา เยว่ชิงรีบวิ่งออกไปก็พบว่าเป็พุทธองค์หลี่จิ้งหยางที่กำลังโดนลงทัณฑ์
ดวงตาสีชาเบิกกว้าง มือไม้สั่นเทาด้วยความใ เร็วกว่าความคิดคือสองขาที่วิ่งเข้าไปในวงล้อมนั้น ทว่าก็โดนพลังสะท้อนอย่างรุนแรงจนกายิญญาถูกเหวี่ยงไปอีกทาง เยว่ชิงยันกายลุกขึ้นและคลานกลับมาหาพุทธองค์ที่โดนสายฟ้าฟาดลงมาไม่หยุด
“์! พุทธองค์ทำผิดสิ่งใดกัน!!!”
“เยว่ชิง...อึก...ย..อย่าเลย”
“ข้าไม่ให้เขาตาย หากอยากลงทัณฑ์นักก็มาลงกับข้า!!! ตัวข้านี้บาปหนามหันต์ ์ลงโทษข้า เอาชีวิตของข้าไปเลย!”
โลหิตสีแดงกระอักออกมาจากปากของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง เยว่ชิงคิดใช้พลังดาราดับเพื่อช่วย แต่มันกลับอยู่ในร่างของหลี่จิ้งหยาง ในกายิญญาของเยว่ชิงที่สกปรกโสมมเต็มไปด้วยมนต์ดำ ตอนนี้เหลือเพียงความใสสะอาดที่มีเพียงแสงทองจากกายวัชระ
“ท...ท่าน!”
“เยว่ชิง... อย่าจมปลักอยู่กับอาตมาอีกเลย ถือว่าอาตมาชดใช้ที่ทำร้ายเยว่ชิง”
“ไม่!”
“อาตมาละวาง อ..อึก! เยว่ชิงก็ต้องละวางเช่นกัน”
ร่างกายของพุทธองค์กำลังสลายไปต่อหน้า เยว่ชิงยังไม่ยอมแพ้ที่จะหาทางเข้าไปรั้งพุทธองค์ หยาดน้ำตาไหลเปรอะเปื้อน แม้ว่าสองมือนั้นจะสังหารเขาจนตายอย่างไร้ความเมตตา แต่เยว่ชิงผู้นี้ก็ไม่อาจปล่อยพุทธองค์ให้จากไปได้ เยว่ชิงยังไม่ให้อภัย! เยว่ชิงยังไม่สมหวังดังใจ พุทธองค์ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะจากไปเช่นนี้
“พอใจเ้าหรือไม่เยว่ชิง ์ลงทัณฑ์เขาอย่างที่เ้า้า”
ั์ตาสีชาแดงก่ำเงยหน้ามองแสงสีทองที่สาดส่อง เยว่ชิงนั่งอยู่หน้าวิหารระฟ้าด้วยหัวใจที่แตกสลาย เสียงจากเบื้องบนนั้นตอกย้ำให้เยว่ชิงเ็ปยิ่งกว่าเดิม
“ข้าบอกว่าถ้าข้าผิด ก็ให้อเวจีสูบิญญาข้านี้ไปอย่างไร!”
“ก่อนหน้าเ้าไม่ได้เอ่ยเช่นนี้”
“์อย่างพวกท่านมีสิทธิ์อะไรมาพรากเขาไปจากข้า! การอยู่หรือตายของพุทธองค์เป็สิทธิ์ของข้าเพียงผู้เดียว!!”
“บังอาจนัก!”
“ไม่พอใจอย่างนั้นหรือ? พวกท่านจะปลอบประโลมิญญาข้ากี่ร้อยชาติก็ไม่เป็ผล!” เยว่ชิงต่อปากโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใด เขานั้นเสียสิ่งที่กลัวที่สุดไปแล้ว
แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงปรบมือจากด้านหลัง ทำให้เยว่ชิงต้องหันกลับไปดู และพบว่าเป็ไป๋ซื่ออิง ข้างกายมีจื่อหลิงที่ยืนอยู่เคียงข้าง แววตาของเยว่ชิงฉายแววสับสนไม่เข้าใจ “เ้านี่มันโง่จริงอย่างว่า! ไหนบอกว่าจะล้างแค้นหลี่จิ้งหยางทุกชาติพบ ไฉนมาร้องไห้กับการตายของเขาเล่า?”
“เ้าทำอะไรลงไปซื่ออิง!”
“ทำอะไรที่ไหน? ข้าก็แค่อยากรู้ว่าจิตอีกส่วนของข้านั้นเป็อย่างไร แต่เ้าก็ทำข้าผิดหวังมากนะเยว่ชิง เ้าต้องโเี้กว่านี้สักหน่อย”
“จื่อหลิง! จื่อหลิงเป็อะไรไป”
เยว่ชิงเบนความสนใจมาที่สหายของตน จื่อหลิงนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก เขามองเยว่ชิงเป็เพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น และพร้อมจะเป็ศัตรูทุกเมื่อตามที่ซื่ออิง้า
“สหายเ้าก็โง่เช่นกัน ยอมเป็ทาสเพียงเพราะอยากช่วยเ้า”
“ว..ว่าอย่างไรนะ!”
“เขาเป็ทาสมนต์ดำของข้าอย่างสมบูรณ์ นับจากนี้จะเชื่อฟังภายใต้อาณัติของข้าเพียงผู้เดียว”
รอยยิ้มเหยียดหยันของซื่ออิงส่งให้กับเยว่ชิง ที่นี่ล้วนเป็ฝันลวงจากมนต์ดำของซื่ออิง
สดับเพียรหมื่นภพชาติ