มหานครแห่งนี้นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนแล้วยังเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดด้วย หลังจากที่ระบบเครือข่ายบางส่วนได้รับการฟื้นฟูจนสามารถเผยแพร่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตก็ได้เริ่มทำการคัดเลือกผู้มีความสามารถและผู้วิวัฒนาการจากทั่วประเทศเข้ามา
พอเป็นเช่นนี้แล้วจึงทำให้ช่วงเวลานี้มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยเดินทางมาและมันก็ทำให้ประชากรในฐานที่มั่นรอบๆ มหานครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงพลังการรบที่มีก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน
ในช่วงสองวันแรกฐานที่มั่นมหานครที่เป็นฐานที่มั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาฐานที่มั่นโดยรอบไม่ได้ส่งคนออกไปต้อนรับกลุ่มคนที่เดินทางมาจึงทำให้ฐานที่มั่นอื่นฉวยโอกาสนี้รับผู้คนที่เดินทางมาไปจนกองกำลังของพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากรู้สึกถึงความผิดปกติฐานที่มั่นมหานครจึงรีบดำเนินมาตรการแก้ไขและได้ส่งกำลังพลไปประจำตามเส้นทางทั้งสามสายที่มุ่งเข้าเมืองและเริ่มเปิดรับสมัครกลุ่มผู้รอดชีวิตจากภายนอก!
ฉินเซียวกับจางไฉ่ย่วนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้!
ฉินเซียวมีคนอยู่ใต้อาณัติ18 คน ส่วนจางไฉ่ย่วนมีคนอยู่ใต้อาณัติ 12 คน พอนับแล้วจึงมีคนทั้งสิ้น 32 คน ทุกคนล้วนเป็นผู้วิวัฒนาการกันหมดยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมีอาวุธปืนอีก 12 กระบอก โดยแบ่งเป็นปืนกลมือสี่กระบอกปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติสี่กระบอก และปืนไรเฟิลอีกสองกระบอกฉินเซียวกับจางไฉ่ย่วนต่างก็มีปืนพกกันคนละกระบอก
ประกอบกับซอมบี้รอบๆถูกกำจัดไปหมดแล้ว ด้วยอาวุธและกำลังรบระดับนี้แล้วไม่ว่าจะใช้ข่มขู่หรือรับสมัครกลุ่มคนจากภายนอกก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
ฉินเซียวและคนอื่นๆเพิ่งผลัดเวรกันเมื่อคืนนี้ และช่วงเช้านี้ก็ได้รับกลุ่มผู้รอดชีวิตไปสองกลุ่ม ทั้งสองไม่ใช่กลุ่มใหญ่โดยกลุ่มแรกมี 18 คน ส่วนกลุ่มที่สองมี 22 คน และกว่าครึ่งก็เป็นคนธรรมดาหมดจึงไม่มีผลประโยชน์อะไรตกถึงเขา
แม้จะเห็นว่ารถที่นำขบวนมาเป็นรถฮัมเมอร์ของตำรวจพิเศษแต่ตอนนี้ฉินเซียวกลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ จึงเอ่ยออกมาเพียงประโยคเดียว
“ขวางพวกนั้นไว้แล้วให้พวกเขามาเข้าร่วมกับฐานที่มั่นของพวกเรา!”จากนั้นก็ยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสหน้าอกอิ่มที่เขาใฝ่ฝันมานานแสนนาน
“อ๊ะ!”จางไฉ่ย่วนร้องออกมาพร้อมกับยกเท้าขวาขึ้น ก่อนจะเตะไปที่หว่างขาของฉินเซียว!
พลั่ก!
ฉินเซียวคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะโต้ตอบเช่นนี้สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำทันทีก่อนจะก้มตัวลงแล้วเอามือกุมหว่างขาเอาไว้!
“อ๊าก!”
วินาทีต่อมาเขาก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดราวกับไก่ถูกบีบคอ!
“บัดซบ!ยัยสารเลว กล้าดียังไงถึงกล้าเตะน้องชายของฉัน!” หลังจากตั้งสติได้ฉินเซียวก็โกรธจนแทบคลั่ง ก่อนจะตบหน้าจางไฉ่ฉายย่วนอย่างแรง!
เพียะ!
ทันทีที่ถูกตบแก้มขวาของจางไฉ่ย่วนก็บวมแดงขึ้นมา
“นังตัวดีจางไฉ่ย่วน เธอนี่มันหาเรื่องจริงๆ ถ้ายังขัดขืนอีก ฉันจะให้ทุกคนรุมโทรมเธอ!”ฉินเซียวขู่ด้วยความโมโห
ขณะที่รถแล่นเข้ามาใกล้ถังฮ่าวก็หรี่ตาลงเล็กน้อย!
กล้าดียังไงถึงทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้กลางวันแสกๆ?
ไม่เพียงแต่ทำกลางวันแสกๆเท่านั้น แต่เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการข่มขืน!
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นยุคแห่งวันสิ้นโลกกฎบ้านกฎเมืองทั้งหมดจะไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปก็ตามแม้ว่าถังฮ่าวจะมีชีวิตอยู่มาแล้วถึงสามชาติแต่เรื่องแบบนี้เขาก็ยังทนดูไม่ได้อยู่ดี!
หลังจากวันสิ้นโลกมาถึงการที่ผู้แข็งแกร่งจะมีผู้หญิงเป็นของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ทั้งสองฝ่ายก็ต้องเต็มใจด้วยสิถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยอมเพื่อแลกกับขนมปังสักชิ้น หรือน้ำสักแก้วก็ตามแต่นั่นก็เป็นความสมัครใจของเธอ อย่างน้อยก็ถือว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเกินไปแล้ว!
ในยุคแห่งวันสิ้นโลกผู้วิวัฒนาการที่แม้จะเป็นหัวหน้าของกลุ่มเล็กๆ แต่ผู้ชายแบบนี้ก็ไม่น่าจะขาดแคลนผู้หญิงนี่นาตราบใดที่เขาต้องการ ก็ย่อมมีผู้หญิงมากมายเต็มใจติดตามเขา
ใบหน้าสวยของเชียนมู่เซวี่ยก็เย็นเยียบลงราวกับน้ำแข็ง
หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึงสถานะของผู้หญิงก็ตกต่ำลง!
ตลอดทางที่ผ่านมาเชียนมู่เซวี่ยเห็นอะไรแบบนี้มามากมาย!
ถ้าไม่มีถังฮ่าวถ้าพวกเธอไม่ได้เป็นบุตรแห่งเทพตั้งแต่แรก ถ้าพวกเธอไม่มีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งบางทีไม่ว่าจะเป็นเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ หรือเย่ชิงเฉิงก็อาจจะต้องมีชะตากรรมเช่นเดียวกับผู้หญิงคนนั้นและกลายเป็นเครื่องบำบัดความใคร่ของคนอื่น
เจียงอี้อิงจางอวิ๋นจือ ชิวอวิ๋นเอียน และผู้หญิงคนอื่นๆที่อยู่บนรถบัสด้านหลังก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน!
ดวงตาของหญิงสาวทุกคนพลันมีประกายแห่งความโกรธเกรี้ยวปรากฏ
“หยุด!หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เมื่อเห็นว่ารถกำลังจะพุ่งชนด่าน ลูกน้องของฉินเซียวก็ตะโกนออกมา
เอี๊ยด!
ถังฮ่าวเหยียบเบรกจนรถเกือบจะชนกับราวกั้นที่ด่านจากนั้นก็เปิดประตูรถโดยไม่สนใจชายฉกรรจ์หลายคนที่ถือปืนอยู่รอบๆหลังจากกวาดตามองไปที่ฉินเซียวที่กำลังทำเรื่องน่ารังเกียจตรงหน้าแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“โอ้โห!มหานครแห่งนี้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ มีการแสดงสดให้ดูด้วย! เยี่ยมไปเลย พี่ชาย ทำไมถึงลูบคลำอย่างเดียวล่ะ? ต้องลงมือจริงๆ สิ! มานี่ เอาออกมาโชว์หน่อยสิ ฉันจะถ่ายวิดีโอให้เอง”
พูดจบถังฮ่าวก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแสร้งทำเป็นถ่ายรูป!
ฉินเซียวได้ยินก็ไม่พอใจเขารีบหันกลับมา ก่อนจะชี้หน้าถังฮ่าวแล้วด่าทอ
“ไอ้สารเลว!นายวอนเสียแล้ว ใครอนุญาตให้ถ่ายรูป! รีบไปริบโทรศัพท์มือถือของมันมาสิ!”
เมื่อเขาตะโกนออกไปลูกน้องสองคนก็พุ่งเข้าไปหาถังฮ่าว และพยายามจะแย่งโทรศัพท์มือถือมา
ทันทีที่เขาตวาดออกไปชายร่างใหญ่สองคนก็พุ่งเข้ามาและต่างก็กำลังยื่นมือออกหมายจะแย่งโทรศัพท์ในมือของถังฮ่าว!
เพียงแค่ถังฮ่าวขยับมือขวาเล็กน้อยโทรศัพท์มือถือก็อันตรธานหายวับไปพริบตาถัดมาเขาก็หงายมือทั้งสองข้างเข้าจับมือของชายร่างใหญ่ทั้งสองคนที่ยื่นมาหา!
“อ๊าก!”
วินาทีต่อมาชายร่างใหญ่ทั้งสองก็ร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวดพวกมันรู้สึกราวกับว่ามือของตนเองถูกคีมเหล็กหนีบเอาไว้แน่นอย่างไรอย่างนั้นแรงบีบมหาศาลนี้เกือบจะบดขยี้กระดูกมือของพวกเขาจนแหลกละเอียด
“ไอ้หนุ่มปล่อยมือ!” ฉินเซียวชักปืนพกออกมาเล็งไปที่ถังฮ่าวในเวลาเดียวกันชายอีกกว่าสิบคนที่เหลือต่างก็ชักอาวุธปืนออกมาเล็งไปที่ถังฮ่าวเช่นกัน
“ปืน? พวกนายอย่ายิงจะดีกว่า ถ้าลั่นใส่ใครเข้าจะเป็นเรื่องยุ่ง”ถังฮ่าวกล่าวพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย
“อีกอย่างเด็กน้อยที่ฉันเลี้ยงไว้ก็ดุมากถ้าได้ยินเสียงปืนมันจะคลุ้มคลั่งเอานะ สยงต้า! มาทักทายคนพวกนี้หน่อยสิ!”
โฮก!
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นก่อนที่จะมีหมีตัวมหึมาปรากฏขึ้นที่หลังรถบัสสองชั้นขนาดใหญ่!
ฉินเซียวและคนอื่นๆพอเห็นหมีที่ตัวใหญ่ราวกับภูเขาแล้วก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก! ก่อนจะหันปากกระบอกปืนไปทางอื่นอย่างลนลาน!
ในขณะที่พวกมันกำลังหันปากกระบอกปืนถังฮ่าวก็สะบัดมือออก จึงซัดชายฉกรรจ์สองคนลอยละลิ่วไปข้างหน้า ร่างของมันทั้งสองชนเข้ากับชายหนุ่มอีกสองคนที่ถือปืนไรเฟิลอยู่ด้านข้างล้มลง
ฟ้าวฟ้าว ฟ้าว!
ทันใดนั้นก็มีเถาวัลย์หนามพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!
ชายร่างใหญ่ทั้งแปดคนที่เหลือพลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือก่อนจะพบว่าอาวุธปืนในมือต่างก็หลุดกระเด็นออกไป!
ป๊าบป๊าบ!
มีเสียงดังกังวานขึ้นสองครั้ง!จากนั้นชายร่างใหญ่สองคนที่จับตัวจางไฉ่ย่วนอยู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่คอก่อนที่สติจะดับวูบไป เพราะพวกมันทั้งสองถูกเถาวัลย์หนามฟาดเข้าที่ต้นคอจนสลบ
ฉินเซียวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงโลหะดัง!
ปืนยาวและปืนสั้นหลายกระบอกถูกเล็งมาที่เขาแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือบนหลังคารถบัสท่องเที่ยวได้มีหญิงสาวในชุดหนังสีดำยืนอยู่ และเขาจำปืนไรเฟิลในมือของเธอได้ทันทีนั่นเป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิงรุ่นหยุนอิง!
บัดนี้ปากกระบอกปืนไรเฟิลได้เล็งมาที่เขาอย่างแม่นยำ
“อะแฮ่มพี่ชาย เข้าใจผิด เรื่องนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกเราไม่ใช่คนเลว แต่พวกเราทุกคนเป็นสมาชิกของฐานที่มั่นมหานครที่นี่เป็นจุดต้อนรับผู้รอดชีวิตที่ต้องการเข้ามาในฐานที่มั่นของพวกเรา” ฉินเซียวหน้าเจื่อนเพราะผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้แข็งแกร่งมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย ดั่งคำสุภาษิตที่กล่าวว่าวีรบุรุษไม่ยอมเสียเปรียบต่อหน้าศัตรูที่มีกำลังเหนือกว่าเช่นนั้นแล้วเขาจึงตัดสินใจยอมอ่อนให้อย่างไม่ลังเล