บทที่ 14 ลูกชายของเธอน่ะ เ้าเล่ห์จริง ๆ
เถียนซือซือคิดไม่ตกว่าทำไมฟ่านซีซีถึงสอบข้ามชั้นสำเร็จได้ ทั้งที่ผลการเรียนของฟ่านซีซีก็ธรรมดา
หรือเป็เพราะการกลับมาเกิดใหม่ของเธอ ทำให้โลกนี้เปลี่ยนไปด้วย ฟ่านซีซีถึงได้ฉลาดขึ้น?
เถียนซือซือจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้เธอไม่ได้ตั้งใจเรียน จนโดนครูดุกลางห้องเรียนในตอนบ่าย
เธอทนทุกข์ทรมานจนเลิกเรียน แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องพักของครูใหญ่อีกครั้ง เพื่อขอไปเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 6
ครูใหญ่มองเธอด้วยแววตาแปลกใจ “เถียนซือซือ ตอนแรกไม่ใช่เธอเองหรอกเหรอที่ขอไปเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 1 ตอนนี้นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 6 คนเยอะแล้ว ย้ายไปย้ายมาไม่ได้หรอกนะ ตั้งใจเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 1 นั่นแหละ!”
“ครูใหญ่คะ คือหนูกับฟ่านซีซีเป็เพื่อนสนิทกัน หนูอยาก...”
เถียนซือซือยังพูดไม่ทันจบ ก็มีคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง
“ครูใหญ่ครับ คณะของคุณหลี่จากสำนักงานการศึกษามาถึงหน้าโรงเรียนแล้วครับ”
“ดีมาก ผมจะไปรับเดี๋ยวนี้”
ครูใหญ่มีธุระสำคัญต้องไปจัดการ จึงไม่ได้สนใจเถียนซือซืออีก แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินจากไปด้วยความหงุดหงิด
ระหว่างทางกลับบ้าน เถียนซือซือมองเห็นชื่อหมู่บ้าน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ อยู่ไกล ๆ เธอจำได้ว่าตอนเที่ยงเห็นฟ่านจิ่นเฉิงออกมาจากที่นี่ หรือว่าบ้านเขาถูกเวนคืน เลยย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้?
ชาติก่อน ครอบครัวของฟ่านจิ่นเฉิงอาศัยอยู่ที่หมี่ตง พวกเขาไม่ได้มาเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายที่สาม
เฮ้อ ดูเหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ขณะที่เถียนซือซือกำลังเศร้าหมอง หางตากลับเหลือบไปเห็นเงาคุ้นตา เป็ฟ่านจิ่นซิน น้องสาวของฟ่านจิ่นเฉิง
จริงสิ! ทำไมเธอถึงลืมฟ่านจิ่นซินไปได้นะ ฟ่านจิ่นซินเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 2 ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหน เธอจำได้ว่าฟ่านจิ่นซินไม่ชอบฟ่านซีซีเอามาก ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เถียนซือซือจึงยิ้มแล้วร้องเรียก “จิ่นซิน!”
ฟ่านจิ่นซินได้ยินเสียงคนเรียก จึงหันกลับมามอง เมื่อเห็นว่าเป็เถียนซือซือที่เรียก เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสดงท่าทีไม่ใส่ใจ
เธอไม่ชอบฟ่านซีซี และก็ไม่ชอบเถียนซือซือเช่นกัน ในสายตาเธอ เถียนซือซือเป็แค่ดอกบัวขาว*[1] ดูเหมือนจะเป็เพื่อนกับฟ่านซีซี แต่แท้จริงแล้วเล็งพี่ชายของเธอต่างหาก
ว่าไปแล้ว ก็เพราะเถียนซือซือนี่แหละ ที่ทำให้เธอคิดมาตลอดว่าฟ่านซีซีเป็คนไม่มีสมอง ไม่คู่ควรกับความรักของพี่ชายเธอ
“จิ่นซิน ย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ?” เถียนซือซือถามอย่างลองเชิง
ฟ่านจิ่นซินพูดอย่างเฉยเมย “ฟ่านซีซีบอกเธอเหรอ? ยัยนั่นว่างมากหรือไง ถึงได้ไปเที่ยวพูดเื่ของคนอื่น”
เถียนซือซือชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ยิ้มออกมา เธอจับใจความได้จากคำพูดของฟ่านจิ่นซินแล้วว่า พวกเขาย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้าน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ จริง ๆ ด้วย
“บ้านเธออยู่หลังไหนล่ะ? ไว้คราวหลังเรานัดกันไปเที่ยวเล่น”
ฟ่านจิ่นซินขมวดคิ้ว “ใครจะไปเที่ยวกับเธอ อย่ามายุ่งกับฉัน วันนี้อารมณ์ฉันไม่ดี”
พอพูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป
วันนี้อารมณ์เธอไม่ดีจริง ๆ เพราะฟ่านซีซีได้ข้ามชั้นเรียน แล้วยังได้เป็เพื่อนร่วมโต๊ะกับพี่ชายของเธออีก
เธอคิดว่าวันนี้ฟ่านซีซีต้องภูมิใจมาก และต้องเอาเื่นี้ไปคุยโม้ที่บ้านอย่างแน่นอน เธออายุมากกว่าฟ่านซีซีตั้งหนึ่งปี แต่ยังต้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 2 อย่างว่านอนสอนง่าย นี่มันเป็การพิสูจน์กลาย ๆ ว่า เธอโง่กว่าฟ่านซีซีจริง ๆ
ฟ่านจิ่นซินเดินจากไปแล้ว แต่เถียนซือซือยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับไปไหน
เธอมองไปยังบ้านในหมู่บ้าน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ที่ดูสง่างาม ในหัวก็ครุ่นคิดถึงเื่บางอย่าง
เธอจำได้ว่า ก่อนที่จะมีการสร้างสนามบินในหมี่ซี บ้านที่นี่ราคาถูกมาก แต่หลังจากนั้นราคาก็พุ่งสูงขึ้น ความเจริญรุ่งเรืองแซงหน้าหมี่ตงไปแล้ว
ถ้าตอนนี้ราคาบ้านในหมู่บ้าน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ถูกเหมือนผักกาด เธอสามารถให้พ่อแม่มาซื้อบ้านที่นี่ได้ไหมนะ ไปโรงเรียนก็สะดวก แถมยังอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับฟ่านจิ่นเฉิงอีก
คิดได้ดังนั้น เธอจึงรีบเดินตรงไปยังสำนักงานขาย
ตอนนี้ฟ่านซีซีอยู่ที่ร้าน และกำลังรายงานพ่อแม่ของเธอว่าเธอได้ข้ามชั้นไปเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 แถมยังได้เป็เพื่อนร่วมโต๊ะกับพี่จิ่นเฉิงอีกด้วย บังเอิญสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเถียนซือซือที่กำลังเข้าไปในสำนักงานขาย
ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ตื่นเต้นของเธอพลันหม่นหมองลง
ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้อยากจะมาซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เพื่อมาเป็เพื่อนบ้านกับพี่จิ่นเฉิงหรอกนะ!
ไม่ได้! ไม่ได้อย่างแน่นอน!
แค่เห็นหน้าผู้หญิงอย่างเถียนซือซือก็รำคาญแล้ว ห้ามให้เธอมาอยู่ใน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เด็ดขาด
แต่ถ้าคนอื่นอยากจะซื้อบ้าน สำนักงานขายก็คงไม่ขายไม่ได้!
คิดได้ดังนั้น เธออดเป็กังวลไม่ได้!
เฉินเยว่อิงมองดูลูกสาวที่เปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันด้วยความสงสัย “เ้าเด็กนี่ เมื่อกี้ยังดีใจจะแย่ แต่ตอนนี้กลับทำหน้าบูดบึ้งเชียว ทำไมล่ะ ลูกกลัวจิ่นเฉิงจะคอยควบคุมลูกเหรอ?”
หลิ่วซิ่งฟางก็อดหัวเราะไม่ได้ “ที่พวกเธอได้เป็เพื่อนร่วมโต๊ะเดียวกัน ฉันแปลกใจจริง ๆ ดูเหมือนว่าซีซีของเราก็เป็อัจฉริยะน้อยเหมือนกันนะ ที่ผ่านมาเธอซ่อนความสามารถไว้แน่ ๆ”
ลูกชายบอกว่าซีซีสอบได้คะแนนเต็มหลายวิชา แถมคะแนนรวมไม่ต่างจากคะแนนปกติของเขาเท่าไหร่
โอ้โห เธอใมากจริง ๆ!
“ไม่ใช่เพราะเื่นี้หรอกค่ะ หนูแค่เห็นคนที่น่ารำคาญคนหนึ่ง เดี๋ยวหนูจะชี้ให้ทุกคนดู ต่อไปถ้าทุกคนเห็นคนคนนี้ต้องระวังให้ดีนะคะ อย่าไปทำหน้าดี ๆ กับเธอ” ฟานซีซีพูดอย่างจริงจัง
หลิ่วซิ่งฟางและเฉินเยว่อิงมีสีหน้าอยากรู้อยากเห็น และพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า “เธอยังมีคนที่เธอไม่ชอบด้วยเหรอ?”
ฟ่านซีซีพยักหน้าอย่างจริงจัง “ค่ะ คนคนนั้นชื่อเถียนซือซือ เธอแกล้งเป็เพื่อนหนูเพื่อจะได้เข้าใกล้พี่จิ่นเฉิง ตอนที่หนูไม่ทันระวัง เธอก็แอบเขียนจดหมายรักให้พี่จิ่นเฉิง แถมยังเคยเลียนแบบลายมือหนูเขียนจดหมายฟ้องครู แต่กลับไปบอกเพื่อนว่าหนูเป็คนทำ เธอยังเลียนแบบลายมือหนูเขียนจดหมายรักให้เพื่อนผู้ชาย ทำให้หนูถูกเข้าใจผิด”
“คราวนี้เธอยังแอบไปสอบเลื่อนชั้นที่ห้องครูใหญ่ ไปอยู่ห้องเดียวกับพี่จิ่นเฉิง โชคดีที่พี่จิ่นเฉิงย้ายมาอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 6 กับหนู...”
ถ้าเป็เมื่อก่อน เธอคงไม่มีทางพูดเื่พวกนี้กับผู้ปกครอง แต่คราวนี้เธอคิดว่าต้องให้พวกเขาเป็พวกเดียวกับเธอ ร่วมเกลียดชัง ปกป้องพี่จิ่นเฉิง และรักษาความรักของเธอไว้
เมื่อได้ฟังที่ลูกสาวเล่า เฉินเยว่อิงก็รู้สึกมึนงง เธอรู้จักเด็กผู้หญิงชื่อเถียนซือซือคนนี้!
ส่วนหลิ่วซิ่งฟางก็ได้แต่นิ่งอึ้ง ถึงแม้เธอจะรู้มาตลอดว่ามีเด็กผู้หญิงหลายคนชอบลูกชายของเธอ แต่เธอไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้จะซับซ้อนขนาดนี้
ฝ่ายฟ่านจิ่นเฉิงที่ช่วยฟ่านซีซีไปเก็บกระเป๋าหนังสือ เมื่อได้ยินแบบนั้นก็คว้าแขนเธอเอาไว้
“เทอมที่แล้ว ไอ้หนุ่มถงเจียิบอกว่าเธอเขียนจดหมายรักให้เขานี่...”
ฟ่านซีซีรีบโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ ๆ ฉันไม่ได้เขียน ฉันไม่เคยเขียนจดหมายรักให้ใคร จะไปเขียนให้คนอื่นได้ยังไง”
ฟ่านจิ่นเฉิงเม้มริมฝีปาก “แล้วเมื่อไรจะเขียนให้ฉันสักฉบับล่ะ?”
“หา?” ฟ่านซีซีทำหน้างง ใครกันจะมาขอจดหมายรักจากผู้หญิงต่อหน้าผู้ปกครองแบบนี้
หลิ่วซิ่งฟางตีหน้าผากลูกชายตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ “เ้าเด็กบ้า กลับไปทำกับข้าวไป”
เธอเห็นชัดอยู่แล้วว่าฟ่านซีซียังเป็เด็กสาวใสซื่อ ลูกชายของเธอเองต่างหากที่คอยหว่านล้อมฟ่านซีซีไปเรื่อย ลูกชายของเธอน่ะ เ้าเล่ห์จริง ๆ
[1] ดอกบัวขาว (白莲花) เป็คำแสลงของจีน ใช้เปรียบเปรยผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนดอกบัว แต่แท้จริงแล้วมีพฤติกรรมมัวหมอง คิดฟุ้งแต่เื่ไม่ดีไม่งาม