จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 หรือว่ามีความลับอื่นอีก?

            ซูอิ่งถูกส่งตัวเข้าวังหลวงตั้งแต่อายุสิบขวบ จากสาวใช้ระดับต่ำในเรือนซักล้างจนเป็นสาวใช้ในตำหนักเยถิง จนกระทั่งได้มาอยู่ในตำหนักเฟิ่งชัยและกลายเป็นนางกำนัลส่วนตัวของเหยียนอู๋อวี้

            หลายปีที่ผ่านมานางไม่เคยคิดจะสู้รบตบมือกับผู้ใดก่อน ทว่าสองมือแห่งโชคชะตาที่มองไม่เห็นได้ผลักให้นางก้าวมาถึงจุดนี้ทีละก้าว หากเปรียบเปรยสามารถเอ่ยออกมาได้เพียงไม่กี่ประโยค กระนั้นการสู้รบตบมือทั้งทางตรงและทางอ้อมที่นางประสบมาในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น หนักหนาเกินคำบรรยาย

            ซูอิ่งยังจำครั้งแรกที่เห็นพี่สาวนางตายต่อหน้าต่อตา ความหวาดกลัวครอบงำนางตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ต่อมาพี่สาวน้องสาวที่อยู่รอบๆ ตัวนางต่างทำทุกวิถีทางเพื่อเหยียบย่ำนางขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าที่เป็นอยู่  ท้ายที่สุดยังเป็นเพราะผิดพลาดเล็กน้อย บ้างก็ถูกโบยจนตาย บ้างก็จมน้ำตาย บ้างก็หายสาบสูญ

            ชีวิตในวังหลวงขนาดสี่เหลี่ยมแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนดั่งมดปลวก มดตัวเก่าหายไป มดตัวใหม่ก็เข้ามาแทนที่ เจ้านายเบื้องบนไม่มีทางเห็น และยิ่งไม่เคยคิดจะทะนุถนอมเลยแม้แต่น้อย

            อย่างไรก็ตาม ชีวิตของตนเองย่อมต้องหวงแหนเป็นธรรมดา

            วันนี้นางยืนหยัดเพื่อปกป้องนายหญิงของตนเอง ส่วนใหญ่เป็นเพราะนางต้องการปกป้องอนาคตของนางเองเท่านั้น หากเหยียนอู๋อวี้ถูกทุบตีจนตายจริงๆ ทุกคนในตำหนักเฟิ่งชัยมิอาจรอดพ้นจากความตายอย่างแน่นอน

            นางเชื่อว่าเหยียนอู๋อวี้ถูกใส่ร้าย ถึงเป็นเช่นนั้นก็ทำอันใดไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามมีตำแหน่งสูงกว่าและมีอำนาจมากกว่านายหญิงของนาง นางออกตัวมาช่วยเหลือครั้งนี้ เพียงเพราะความโปรดปรานจากซ่งอี้เฉินที่มีต่อเหยียนอู๋อวี้ นางเป็นเพียงคนรับใช้ผิวหนังหยาบกร้าน ถูกทุบตีก็อาจอดทนเพื่อถ่วงเวลาได้บ้าง ทว่าเหยียนอู๋อวี้ต่างออกไป หากถูกไม้พลองทุบตีนางอาจจะตายจริงๆ

            สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แม้ว่านางจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากเหยียนอู๋อวี้ ทว่าในสายตาของผู้อื่น นางถือว่าเป็นคนสนิทของเหยียนอู๋อวี้

            นางเคยเกิดความลังเลอยู่บ้าง ทว่าท้ายที่สุดยังคงเลือกที่จะออกมายืนหยัดเพื่อนายหญิงของตนเอง

            นางเชื่อมั่นว่าเหยียนอู๋อวี้มองใจนางออก นางจึงไม่กล้าปิดบัง

            เหยียนอู๋อวี้ถือฝาถ้วยชาไว้ระหว่างนิ้ว พลางค่อยๆ ปาดใบชาที่ลอยอยู่ด้านบน ก่อนจะเอ่ยถามไปโดยมิได้คิดอันใด “เหตุใดจึงเลือกข้า? เจ้ามาจากตำหนักเยถิง เจ้ายังมีเต๋อเฟยอีกคนหนึ่ง”

            “ซูอิ่งเคยเป็นเพียงสาวใช้ต่ำต้อยในตำหนักเยถิง หากไม่มาตำหนักเฟิ่งชัย เกรงว่าคงไม่มีใครรู้จักบ่าวเป็นแน่เจ้าค่ะ” ซูอิ่งเอ่ยพลางคุกเข่าลงอีกครั้ง “นายหญิงปฏิบัติต่อบ่าวอย่างดีมีเมตตา ดีกว่านายหญิงท่านอื่น บ่าวเชื่อว่านายหญิงเป็นนายหญิงที่ดีเจ้าค่ะ”

            “ข้าเป็นเพียงเป่าหลินขั้นหก แม้ว่ามีอำนาจดูแลตำหนักเป็นของตนเอง ทว่าเจ้าก็คงมองออกว่ามีคนจำนวนมากคอยจับจ้องที่จะกลืนกินข้า สิ่งที่ข้าคอยพึ่งพาได้ก็มีเพียงความโปรดปรานจากฝ่าบาทเท่านั้น และความโปรดปรานนี้จะอยู่อีกนานเพียงใดไม่มีผู้ใดรู้”

            ซูอิ่งคุกเขาก้มหน้าอยู่บนพื้น เล็บของนางจิกเข้าไปในร่องอิฐ นางรู้ดีว่าเหยียนอู๋อวี้กำลังรอให้นางแสดงท่าทีจึงรีบเอ่ยโดยไม่ลังเล “นายหญิง เรื่องอื่นบ่าวไม่สามารถรับประกันอันใดได้ ทว่าบ่าวยินดีมอบชีวิตนี้ให้กับนายหญิงเจ้าค่ะ”

            “ซูอิ่ง ข้าซาบซึ้งใจมากที่เจ้าออกมาเพื่อปกป้องข้าในวันนี้ คิดไปเจ้าก็ควรรู้เช่นกันว่าแม้ข้าจะรู้สึกซาบซึ้งมากเพียงใด ทว่าจะให้เชื่อใจเพราะเรื่องนี้นั้นยังไม่ได้” เหยียนอู๋อวี้ปิดฝาถ้วยชาพลางเงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “เจ้าคงเข้าใจความหมายของข้า”

            “บ่าวเข้าใจเจ้าค่ะ ที่นายหญิงต้องการในยามนี้คือคนที่มีประโยชน์” ซูอิ่งค่อยๆ สูดหายใจเข้าลึกหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ “บ่าวจะทำให้นายหญิงได้เห็นความภักดีของบ่าวเจ้าค่ะ”

            ซูอิ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ไม่ต้องเอ่ยถึงแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยของตนเองที่เป็นเงาสะท้อนในดวงตาของเหยียนอู๋อวี้ ในอดีตนางถูกคนอื่นผลักไส ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของนางที่ได้เลือกเอง

            ป้าโฉ่วก้าวไปประคองร่างนาง ซูอิ่งยืนขึ้นพลางก้มศีรษะเอ่ยว่า “ไข่มุกของนายหญิงเข้าไปอยู่ในตำหนักรับรองขององค์หญิงใหญ่โดยไม่มีสาเหตุ ต้องมีสายแอบเข้ามาในตำหนักเฟิ่งชัยอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ซูอิ่งคิดว่ามีบางอย่างต้องรีบแก้ไข คงจะดีหากหาตัวสายลับที่แฝงอยู่ในตำหนักเฟิ่งชัยได้เจ้าค่ะ”

            เมื่อเหยียนอู๋อวี้เห็นท่าทีของนาง แววตาพลันเผยรอยยิ้มที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ทว่าด้วยคำเตือนนี้ ซูอิ่งมองเรื่องนี้ออก ซึ่งนั่นหมายความว่าว่านางเป็นคนฉลาด

            ทว่าก็ใช่ สามารถมายืนอยู่เบื้องหน้านางได้ท่ามกลางตัวเลือกมากมาย ย่อมต้องไม่ใช่คนโง่เขลาเป็นแน่ พฤติกรรมที่ผ่านมาก็เพียงแค่ถ่อมตัวโดยใช้ความงุ่มง่ามปกปิดความเฉลียวฉลาด

            นางไม่รู้ว่าซูอิ่งมีความสามารถมากเพียงใด ทว่าในเมื่อนางได้แสดงความภักดีออกมาแล้ว การทดสอบนางอีกสักครั้งคงไม่มากเกินไป เมื่อเหยียนอู๋อวี้คิดถึงเรื่องนี้จึงกล่าวว่า “ตำหนักเฟิ่งชัยควรได้รับการจัดระเบียบใหม่มานานแล้ว ทุกที่ล้วนมีสายของผู้อื่นแฝงตัวเข้ามาเหมือนแหอวน ป้าโฉ่วเองก็เข้าวังหลวงมาได้ไม่นาน เรื่องนี้คิดว่าเจ้าสามารถทำแทนได้”

            ซูอิ่งรีบพยักหน้าทันทีและกล่าวว่า “บ่าวทำได้เจ้าค่ะ ภายในครึ่งเดือน บ่าวจะขุดคนพวกนี้ออกมาให้ได้เจ้าค่ะ”

            เหยียนอู๋อวี้ยกถ้วยขึ้นจิบชาพลางเอ่ยว่า “ตรวจสอบเงียบๆ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น”

            ซูอิ่งเหลือบมองด้วยความสงสัย หลังลังเลครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามว่า “หากไม่ลากตัวออกมา เกิดอันใดขึ้นกับนายหญิงจะทำอย่างไร......”

            “ลากตัวออกมา พวกเขาก็ส่งคนใหม่เข้ามา เช่นนั้นก็ต้องสืบหากันอีก ยุ่งยาก” เหยียนอู๋อวี้เอ่ยมาถึงตรงนี้ นางจึงมองใบหน้าของซูอิ่งอีกครั้ง “หลังจากเจ้าสืบจนรู้ว่าเป็นผู้ใดแล้ว ก็ให้จับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกเขา”

            ซูอิ่งเข้าใจทันทีและพยักหน้าเห็นด้วย

            ซูอิ่งได้รับคำสั่งให้ไปจัดสำรับพระกระยาหารให้กับซ่งอี้เฉินคืนนี้ เหลือเพียงนายหญิงกับป้าโฉ่วอยู่ในห้องเพียงสองคน ป้าโฉ่วกระซิบเสียงเบา “คุณหนู ท่านให้ซูอิ่งทำเรื่องสำคัญเช่นนี้ เผื่อว่านางจะ......”

            เหยียนอู๋อวี้เอ่ยเสียงราบเรียบ “เผื่อว่านางจะเป็นสายที่ผู้อื่นส่งเข้ามาแฝงตัวด้วย พวกเราก็จะตกหลุมพรางใช่หรือไม่?”

            ป้าโฉ่วเอ่ยตอบเห็นด้วยเสียงต่ำ เหยียนอู๋อวี้กล่าวเสริม “ในเมื่อซูอิ่งต้องการอยู่ข้างพวกเรา นางจึงต้องแสดงความสามารถที่แท้จริงของนางเพื่อให้ข้ามั่นใจที่จะให้นางมาอยู่ฝ่ายเรา ทำนองเดียวกัน หากมีคนคอยชักใยอยู่เบื้องหลังนางจริง เพื่อที่จะทำให้ข้าเชื่อใจ ต้องแสดงรายชื่อพวกนี้เช่นเดียวกัน พวกเขาไม่รู้ว่าข้าสืบพบมากเพียงใด หากพวกเขาต้องการให้ข้าเชื่อใจ พวกเขาก็ต้องบอกความจริงเท่านั้น”

            ทันใดนั้นป้าโฉ่วพลันเข้าใจทันที “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ บ่าวโง่เขลาเองเจ้าค่ะ”

            เหยียนอู๋อวี้แย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า “เจ้าอยู่หุบเขาหลิงอีเป็นเวลานาน มองเรื่องเหล่านี้ไม่ออกย่อมเป็นเรื่องปกติ”

            ป้าโฉ่วถอนหายใจพลางเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “นอกจากเรื่องพวกนี้ บ่าวยังช่วยเรื่องอื่นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย บ่าวช่างไร้ประโยชน์เสียจริงเจ้าค่ะ”

            เมื่อเหยียนอู๋อวี้ได้ยินคำพูดนี้ นางพลันหุบยิ้มทันทีพลางจับมือป้าโฉ่วแน่นพร้อมเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าไว้วางใจที่สุดในวังหลวงแห่งนี้ และเพราะเจ้าข้าจึงมีชีวิตอยู่ต่อโดยไม่ยากลำบากมากนัก”

            ป้าโฉ่วรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง “คุณหนู......”

            เหยียนอู๋อวี้วางมือแล้วกล่าวเสริมอีกว่า “ต่อไปป้าโฉ่วอย่าได้เอ่ยคำพูดเช่นนั้นอีก ข้าไม่อยากได้ยิน”

            ป้าโฉ่วตอบรับเสียงต่ำ ภายในใจนางไม่อาจสงบลงได้อยู่เป็นเวลานาน

            ครู่หนึ่ง เหยียนอู๋อวี้จึงเอ่ยถามอีกครั้ง “วันนี้เจ้ากลับมาที่ตำหนักเพื่อเอาไข่มุก พบสิ่งใดผิดสังเกตบ้างหรือไม่?”

            ป้าโฉ่วคิดอย่างละเอียดแล้วจึงตอบว่า “บ่าวตรวจสอบตู้ทุกวัน เมื่อคืนก่อนเข้านอนก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ วันนี้ขณะที่กลับมาเอาไข่มุกพบว่าแม่กุญแจไม่ได้หันไปในทิศทางที่ควรจะเป็นเจ้าค่ะ”

            เหยียนอู๋อวี้ยกยิ้มเย็นชาพลางกล่าวว่า “ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเที่ยงวันนี้ ฮวารั่วซีมีเวลามากพอที่จะหาเรื่องใส่ร้ายข้า สายของนางทำงานว่องไวดียิ่งนัก”

            แม้ว่าป้าโฉ่วจะสงสัยฮวารั่วซี ทว่านางไม่มีหลักฐาน เมื่อเห็นเหยียนอู๋อวี้มั่นใจถึงเพียงนี้จึงเอ่ยถามว่า “คุณหนูรู้ได้อย่างไร?”

            “ข้าแสดงให้เจ้าดูก็จะรู้เอง” เหยียนอู๋อวี้คิดถึงสร้อยข้อมือแล้วพลันแย้มยิ้ม “เพื่อให้ผู้คนเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่าสิ่งของนั้นเป็นของแทนใจ จึงพยายามเสียเวลาสร้างมันขึ้นมา ทว่านางกลับลืมไปเรื่องหนึ่ง นางกลับใช้รูปแบบที่มีเฉพาะของชาวเป่ยอู”

            ยามนั้นแม่นมซูกับไทเฮามองออกแล้ว ทว่าพวกเขาไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกล่าวใส่ร้ายนาง เรื่องจริงเช่นนี้ปกปิดได้มิดชิดนัก คงคิดไปว่าผู้อื่นมองไม่เห็นกระมัง

            ป้าโฉ่วเอ่ยอย่างมีความสุข “โชคดีที่องค์หญิงใหญ่มีนิสัยชอบสิ่งของของผู้อื่น และโปรดปรานทูตซวี่หรงยิ่งนัก องครักษ์จึงได้ค้นเจอสมบัติของนางสนมหลายต่อหลายชิ้น ไม่เช่นนั้นเราจะผ่านเคราะห์ครั้งนี้มาได้อย่างไร?”

            เมื่อเหยียนอู๋อวี้ได้ยินคำพูดนี้ นางพลันเผยรอยยิ้มบนใบหน้าพลางเอ่ยกระซิบว่า “เจ้าคิดหรือว่าองค์หญิงใหญ่สนใจสิ่งของเหล่านี้จริง?”

            ป้าโฉ่วตกใจและถามกลับด้วยความสงสัย “หรือว่ามีความลับอื่นอีก?”


    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592