ตาหยงกี่เป็คนจีนที่มาอาศัยอยู่แถบริมชายคลองมานาน แกมีอาชีพทอดแหจับปลาไปขายตามตลาดพูดภาษาไทยได้ดีพอควรฟังสำเนียงแล้วบอกได้ว่าไม่ได้เป็คนไทยแกเดินขึ้นลงตามริมคลอง บางครั้งลงไปในคลองบริเวณที่น้ำไม่ลึกมากเหวี่ยงแหแล้วลากกลับมา ได้ปลาบ้างกุ้งบ้าง ไม่ได้บ้างแล้วแต่ว่าโชคดีแค่ไหนบางวันได้ปลากุ้งมากพอที่ขายให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดได้เงินมาเป็ค่าใช้จ่ายประจำวัน บางวันได้เพียงเล็กน้อยแค่เก็บไว้กินเองบางวันไม่ได้เลยก็ต้องควักเอาเงินที่เก็บไว้มาใช่จ่าย ่หน้าฝนมีน้ำหลากมาแกจะมีรายได้เป็กอบเป็กำ แกบอกชาวบ้านว่าดีกว่าไปเก็บขยะขายแกทอดแหหาปลาวันละสองครั้ง ่เช้ามืดและตอนเย็นก่อนมืดค่ำแกบอกว่าเป็่ที่ปลาออกมาหาอาหารแกเช่าห้องโกโรโกโสแถวชายคลองอยู่ร่วมกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อ ฮกหลงเป็คนจีนเหมือนกัน ฮกหลงขี่ซาเล้งเก็บขยะขาย ทั้งคู่ไม่มีครอบครัว
เย็นวันหนึ่งแกออกไปหาปลาตามปกติเพราะตอนเช้าได้ปลามาไม่มาก เอาไปขายได้เงินมาเล็กน้อยคิดว่าตอนเย็นจะหาปลามาไว้กินเอง แกเดินไกลออกไปจากบริเวณที่เคยหาไปจนใกล้กับสะพานที่ชาวบ้านใช้สัญจรข้ามคลองระหว่างสองหมู่บ้านแกไม่ค่อยได้มาทอดแหหาปลาแถวนี้ เพราะมีนายแดงขี้ยาทำมาหาปลาอยู่แถวนี้เหมือนกันนายแดงเคยมาด่าหาว่าแกมาแย่งที่ทำมาหากินแกไม่อยากมีเื่มีราวก็พยายามหลีกเลี่ยงแต่ตอนนี้ได้ยินข่าวมาว่านายแดงถูกตำรวจจับข้อหาเสพยาบ้า คงจะติดคุกหลายเดือนเปิดโอกาสให้แกมีโอกาสขยายพื้นที่ทำกินมากขึ้นโดยไม่มีใครมารบกวน
แกเริ่มลงมือทอดแหั้แ่ห้าโมงเย็นจนเริ่มมืดตอนหกโมงกว่าได้ปลาพวกปลาซิวปลาสร้อยตัวเล็กๆ ปากก็บ่นพึมพำ
“วังนี้มังเป็งอารายปายทอกทั้งวังทั้งวังม่ายไล้ตัวโตๆ โชคม่ายลีเลย”
แกเหวี่ยงแหครั้งสุดท้ายลงบริเวณตอม่อสะพานลากแหกลับมา สังเกตเห็นก้อนอะไรดำๆติดขึ้นมา มันเป็หม้อดินขนาดหม้อต้มแจ่วฮ้อนมีฝาปิดมิดชิดเปื้อนขี้โคลน เป็เพราะจมน้ำจมโคลนมานาน ตอนนั้นมันเริ่มมืดมากขึ้นมองเห็นไม่ค่อยชัดเจนแกชะล้างโคลนออกด้วยน้ำคลองลวกๆแล้วเก็บใส่ย่ามสะพายเอากลับบ้านคิดว่าคงเป็ของมีค่าหรือมีของมีค่าอยู่ข้างใน ไม่ได้ปลาแต่ได้ของมีค่าขายได้ก็ยังดีกลับถึงบ้านเอาหม้อดินวางไว้บนหิ้งเก็บของ จัดการทำอาหารหุงข้าวทอดปลาเสร็จก็พอดีนายฮกหลงกลับมาถึงอาบน้ำอาบท่าล้างตัวเสร็จทั้งคู่ก็ทานข้าวด้วยกัน ตาหยงกี่เป็จีนกวางตุ้งฮกหลงเป็จีนแต้จิ๋ว ภาษาจีนต่างกันใช้สื่อกันไม่ค่อยเข้าใจ ทั้งคู่ใช้ภาษาไทยคุยกันตาหยงกี่หยิบเอาหม้อดินทีพบมาพิจารณาดู ฮกหลงถามว่า
“อารายลื้อเอามาจากหนาย”
“อั๊วทอกแหแล้วมังติกขึ้งมาไม่รู้ว่ามีอารายข้างนาย จะเอาปายขายไล้หมาย” หยงกี่ตอบ
ตาหยงกี่เอาหม้อดินไปล้างทำความสะอาดเอาขี้โคลนที่ยังติดอยู่ออกแกเห็นมีผ้าเปื่อยยุ่ยมีลายสีดำๆติดบนฝามีเชือกผูกมัดติดอยู่คงจะเปื่อยเพราะแช่น้ำมาเป็เวลานาน แกล้างเอาทั้งผ้าและเชือกทิ้งไปบริเวณบนฝามีวัตถุสีแดงยาติดไว้กับตัวหม้อเมื่อล้างสะอาดแล้วเห็นตัวหม้อและฝาเป็สีแดงหม่นเหมือนหม้อดินที่มีขายตามตลาดดูเหมือนมีอักขระเก่าหรือยันต์ติดอยู่ด้านข้าง แกยกหม้อขึ้นเขย่าดูว่ามีอะไรอยู่ข้างในก็ไม่มีเสียงเหมือนหม้อว่างเปล่า ฮกหลงเอื้อมมือมาหยิบไปเขย่าบ้างก็ไม่ได้ยินเสียงว่ามีอะไรอยู่ภายใน ตาหยงกี่หยิบเอามีดทำครัวมาเพื่อจะงัดเอาฝาออก
“อย่างักลีกว่าเลี๋ยวมังแตก อากจะมีวิงยางผีขังอยู่ข้างใน ออกมาหลอกลื้อกะอั๊ว อั๊วกลัวว่ะพรุ่งนี้อั๊วเอาปายขายที่ร้างเถ้าแก่ของเก่า เอาตังมาใช้ดีก่า”
ตาหยงกี่เห็นด้วยเพราะแกก็กลัวผี ยกหม้อให้ฮกหลงเอาไปขาย ตอนเย็นกลับมาบอกตาหยงกี่ว่า เถ้าแก่ให้มา20บาทเพราะไม่รู้จะขายต่อได้หรือเปล่าที่รับซื้อเพราะเคยค้าขายกันมานานแล้ว ตาหยงกี่ก็ไม่ว่ารับเงินที่ได้มาเพื่อไปซื้อของใช้หรืออาหารที่จำเป็ต่อไป
w
เถ้าแก่ร้านซื้อขายของเก่าเอาหม้อดินไปวางรวมกับพวกหม้อข้าวกระทะเก่าๆวางอยู่บริเวณนั้นนานหลายสัปดาห์ จนวันหนึ่งมีลูกค้ามาหาซื้อของเก่าเพื่อไปใช้ในครัวตัวลูกค้าผู้ชายสวมสร้อยทองแขวนพระเครื่องหุ้มกรอบทองไว้หลายองค์ท่าทางร่ำรวยและเป็คนเล่นพระเครื่อง เดินมาดูเห็นหม้อดินวางอยู่สนใจเมื่อเห็นมีอักขระหรือยันต์อยู่ด้านข้าง
“นี่หม้ออะไร เถ้าแก่ดูมันค่อนข้างเก่า” เขาะโถามเ้าของร้าน
“มีคนเก็บมาจากริมคลองคงเป็ของเก่าที่เ้าของทิ้งเพราะไม่้าใช้” เถ้าแก่ตอบ “ถ้าลื้อซื้ออั๊วขอแค่ 100 บาท อาจจะมีราคามากกว่านั้นยังไม่ได้เปิดดูข้างในเลย”
ลูกค้าหยิบหม้อดินขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆทันใดนั้นหม้อดินในมือของลูกค้าเกิดมีอาการดิ้นสั่นไปมาแล้วหลุดตกลงบนพื้นปูนแตกกระจายชายผู้นั้นรู้สึกเหมือนมีลมพัดผ่านตัวเขาวูบไปและมีกลิ่นสาปสางเล็กน้อยแล้วทุกอย่างก็เงียบตามปกติ เถ้าแก่ได้ยินเสียงของตกแตกก็เอะอะโวยวายลูกค้าก็อธิบายว่าหม้อมันดิ้นตกจากมือ เหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน เถ้าแก่ก็เถียงว่ามันเป็หม้อเปล่าวางอยู่ตรงนั้นนานแล้ว ลูกค้าเป็คนทำมันตกลงมาแตก อย่ามาอ้างว่ามันดิ้นได้ต้องจ่ายเงินค่าเสียหายลูกค้าก็ไม่อยากโต้เถียงเพราะมีหลักฐานเศษหม้อหล่นกระจายอยู่ ยอมจ่ายเงินชดเชย 100 บาทให้เถ้าแก่ไป
w
ถนนลาดยางเล็กๆสองเลนที่ข้ามสะพานเชื่อมโยงหมู่บ้านสองแห่งด้วยกันนั้นมีการจราจรเบาบางใน่เช้ามืดถึงตอนหัวค่ำหลังจากสามสี่ทุ่มไปแล้วมันจะเงียบสงบเหมือนหมู่บ้านชนบททั่วไปถนนสายนี้เริ่มต้นจากวัดใหม่บางปลา วัดประจำหมู่บ้านบางปลาพาดผ่านสะพานข้ามคลองปลาชุกและหมู่บ้านป่าหลาย ออกไปเชื่อมต่อกับถนนหลักเข้าสู่ตัวอำเภอและตัวจังหวัดในแต่ละหมู่บ้านมีครัวเรือนประมาณ 500 กว่าครอบครัวอาชีพหลักของชุมชนคือการทำนาปลูกข้าวทำไร่พืชเศรษฐกิจรวมทั้งการเลี้ยงปลาน้ำจืดในบ่อดิน ชีวิตประจำวันของชุมชนสงบเงียบทำงานแล้วพักผ่อน ร่วมกันทำกิจกรรมรื่นเริงและศาสนาตามประเพณีที่สืบต่อกันมา
เวลาล่วงมาราวสามทุ่มเศษพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว บรรยากาศมืดสนิทไม่มีไฟให้แสงสว่างตามเสาไฟฟ้าริมถนน ่นี้เป็กลางฤดูฝนเสียงฟ้าร้องพร้อมกับสายฟ้าแลบให้แสงสว่างเป็ครั้งคราวพอมองเห็นต้นไม้ที่อยู่ล้อมรอบเป็รูปแปลกๆ ดูแล้วน่ากลัวสำหรับคนขวัญอ่อนฝนเริ่มตกลงมาพร่ำๆ แสงจากสายฟ้าแลบมองเห็นก้อนเมฆฝนที่ดำทะมึนบนขอบฟ้าบ่งบอกว่าไม่นานฝนจะเริ่มตกหนักมากขึ้น
นายหมีคนในหมู่บ้านบางปลา อาชีพรับจ้างทั่วไปและขี้เมาประจำท้องถิ่นแกนั่งดื่มคนเดียวที่ร้านโชหวยของป้าเที่ยงแถวใกล้วัด เย็นนี้คู่ขานักดื่มของแกนายเย็น ไม่ได้มาร่วมก๊งด้วย แกเป็ขาประจำของร้าน ได้รับเงินค่าจ้างรายวันก็มานั่งซัดเหล้าขาวแทบทุกวัน ไม่ค่อยมีใครอยากนั่งดื่มกับแกยกเว้นนายเย็นเพราะเวลาเมาแล้วแกคุยเพ้อเจ้อโม้สารพัดเื่จนใครๆเขาเอือมระอาแต่แกก็ไม่ทำตัวเป็คนเกะกะเกเรท้าตีท้าต่อยกับใครพอเมาได้ที่ก็เดินโซซัดโซเซออกจากร้านกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปแค่่ไก่ขันก็ได้ยิน
ใกล้ถึงบ้านต้องผ่านต้นไทรใหญ่อายุหลายสิบปียืนต้นมาั้แ่แกจำความได้รากไทรห้อยระย้าชาวบ้านเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่เอาศาลพระภูมิมาตั้งไว้ให้คนกราบไหว้ขอพรขอหวย คนถูกหวยจะซื้อตุ๊กตาพวงมาลัยและเครื่องดื่มสีต่างๆมาถวายบูชา ขณะเดินผ่านต้นไทรแกได้ยินเสียงแว่วๆเหมือนผู้หญิงกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นแสงจากสายฟ้าแลบแปล๊บๆทำให้แกมองเห็นเงารางๆ เป็ร่างของผู้หญิงผมยาวประบ่ายืนอยู่สวมใส่สไบเปลือยไหล่นุ่งผ้าถุง แบบคนสมัยยุคโบราณ แกรู้จักชุดนั้นจากการดูละครทีวีแกสะดุ้งขนลุกเกลียว ผีแน่ๆแต่แข็งใจร้องถามเสียงสั่นๆออกไป
“ใครนั่นนะมาทำอะไรแถวนี้ตอนดึกๆดื่นๆ”
ร่างนั้นไม่ตอบเหมือนไม่ได้ยินที่แกถามฟ้าแลบอีกทีคราวนี้ติดต่อกันค่อนข้างนาน แกมีโอกาสได้สังเกตุเป็ผู้หญิงสาวอายุประมาณ 20 ปี ผิวค่อนข้างขาวเสื้อผ้าไม่เปียกฝนทั้งๆที่ฝนกำลังตกหนัก ร่างนั้นหันหน้ามองตรงมาที่แกแล้วถามแกด้วยเสียงสั่นเครือสะอึกสะอื้น
“ที่นี่ที่ไหนฉันอยู่ที่ไหน เห็นผัวกับลูกของฉันไหม” แล้วร่างของเธอค่อยเลือนรางจางหายไป
ผมบนหัวนายหมีลุกตั้งขนลุกซู่ไปทั้งตัว วิ่งโกยแนบกลับบ้านทันที อาการเมาแทบหายเหมือนปลิดทิ้งถึงบ้านก็ซุกหัวเข้านอน ท่องคาถาสวดมนต์ไหว้พระจนหลับไปตื่นเช้าขึ้นมาแกยังมีอาการมึนปวดหัวจากการเมาค้างเหล้าขาว พยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่าแกฝันไปหรือมันเกิดขึ้นจริง
w
ตอนเย็นอีกวันหลังจากเลิกงานและได้เงินจากการรับจ้างถางหญ้าหมีก็ชวนเย็นเพื่อนคอสุราไปดื่มที่ร้านโชห่วยเ้าประจำ หลังจากก๊งไปได้ 2-3 แก้ว แกก็เล่าเื่เมื่อคืนให้เย็นฟัง
“เมื่อคืนตอนกูกลับบ้านหลังสามทุ่มนิดหน่อย เดินผ่านต้นไทรใหญ่ได้ยินเสียงและเห็นผู้หญิงร้องไห้ ถามหาผัวกับลูกจะเป็ผีหรือแม่ย่าที่อาศัยอยู่ที่นั่นไม่รู้ว่ะกูนี่วิ่งเปิดแน่บกลับบ้านแบบมอเตอร์ไซไล่ไม่ทัน”
“ผีเผออะไรกันแม่ย่าก็ไม่มี ไม่เคยมีใครเห็นหรือได้ยินอะไรมาก่อน” เย็นตอบ “เมื่อคืนมึงคงเมามากเลยตาฝาดไปหรือเปล่า่หลังๆนี่มึงชักจะเลอะๆเลือนๆ พูดจาไม่ค่อยรู้เื่”
“กูก็ไม่แน่ใจว่ากูตาฝาดไปหรือเปล่า”หมีพึมพำเบาๆ “เมื่อกลางวันเดินผ่านมาก็ไม่มีอะไรแต่มีรอยเท้าคิดว่าเป็ของกูที่โกยหนีเมื่อคืน”
หลายคนที่นั่งอยู่ที่ร้านได้ยินและหันมามองตาเป๋ ที่คนเขาเรียกชื่อนี้เพราะว่าแกขาเป๋ อายุร่วม 70 ปี พ่นควันบุหรี่แล้วก็พูดโพล่งขึ้นมา
“กูอยู่มาั้แ่เป็เด็กแก้ผ้าวิ่งจนแก่ไข่ยานป่านนี้ยังไม่เคยเห็นผีหรือแม่ย่าที่มึงว่ามึงกินเหล้าทุกวันจนมันคงทำลายสมองมึงเข้าแล้ว” ทุกคนหัวเราะครืน แกเป็คนพูดจาโผงผางไม่ไว้หน้าใครแต่ก็ไม่มีคนถือสาเพราะอายุอานามมากแล้ว
“กูเห็นมึงมาั้แ่เด็กรู้จักพ่อมึง มันตายเพราะโรคพิษสุราเรื้อรังอีกหน่อยมึงก็คงตายตามพ่อมึงไปแบบเดียวกัน” แกเสริมต่อ
“ฉันก็อยู่และโตมาแถวนี้แหละไม่เคยได้เห็นได้ยินที่แกว่า” ป้าเที่ยงเ้าของร้านโชห่วยและขายอาหารตามสั่งส่งเสียงสนับสนุนตาเป๋“ไอ้หมีเอ็งกินเหล้ามากทุกวัน ฉันก็เป็ห่วงว่าอีกไม่นานตับแกคงจะพังและแข็งตายแต่ฉันห้ามแกกับไอ้เย็นไม่ได้เพราะถ้าแกหยุดกินเหล้าฉันก็ขาดรายได้ไป”ทุกคนในร้านพากันหัวเราะคิกคัก
“ฉันรู้ป้าเที่ยงฉันกับไอ้เย็นไม่มีครอบครัว มีเงินแล้วต้องรีบเอามาใช้ไม่รู้จะเก็บไว้เป็มรดกให้ใคร”
“จริงโว้ยการใช้เงินเป็การส่งเสริมรายได้ให้ป้าเที่ยงและประเทศด้วย”เย็นพูดแล้วหัวเราะฮาๆไปแบบคนไม่มีความทุกข์ “ถ้ามีเงินแล้วไม่ซื้อเหล้าเขาก็ผลิตเหล้าขายไม่ได้ โรงงานจะเจ๊งเอา คนก็ตกงาน”
“โอ้ยไอ้เย็นแกนี่มันรู้เื่เศรษฐกิจดีนะโว้ย” ครูสมบุญที่เพิ่งเกษียณมาสองสามปี“ไม่เสียแรงที่เป็ลูกศิษย์ของฉัน”
ทั้งหมีและเย็นเรียนจบแค่ป.สี่เคยเรียนและเป็ลูกศิษย์ของครูสมบุญ ทุกคนที่มานั่งที่ร้านป้าเที่ยงก็คุ้นเคยกันดีเพราะเจอหน้ากันแทบทุกวัน ครูสมบุญแกก็มานั่งดื่มเป็ครั้งคราวแกบอกว่าดื่มบ่อยๆไม่ไหว เงินเกษียณที่ได้รับก็ไม่ค่อยพอใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลังและแกไม่อยากกู้ยืมเป็หนี้ใคร
w